Skip to main content
AdSense

ชวนสำรวจสิทธิพลเมืองของตัวเองกับสารคดี Hot Coffee ที่ไม่ได้กินความแค่เรื่องกาแฟ

กาแฟร้อน ตัวเราก็เดือดร้อน

ชวนสำรวจสิทธิพลเมืองของตัวเองกับสารคดี Hot Coffee ที่ไม่ได้กินความแค่เรื่องกาแฟ
April 30, 2020 Bangkok time
หลังจากลองไถฟีดบริการสตรีมมิงที่เราเพิ่งเริ่มใช้อย่าง HBO GO ไปสักพัก เราก็มาสะดุดกับสารคดีที่ชื่อว่า Hot Coffee ซึ่งออกฉายครั้งแรกเมื่อปี 2011 โน่น ด้วยความที่เป็นคอกาแฟอยู่เป็นทุนเดิม เราเลยกดดูแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง และไม่รีเสิร์ชใด ๆ ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่าคุ้มเวลามาก ๆ เพราะตลอดช่วงเวลาชั่วโมงครึ่งจากที่เริ่มดู เราก็เหมือนโดนยึดติดไว้กับเก้าอี้ และต้องเปิดสมองรับความเข้มข้นของเนื้อหาในหนังแบบไม่ได้พักหายใจ
 
เรื่องของเรื่องมันเริ่มจากที่หญิงคนหนึ่งฟ้องร้องบริษัทฟาสต์ฟู้ดยักษ์ใหญ่ หลังจากที่เธอทำกาแฟร้อนหกลวกขา จนกลายเป็นที่มาของการพาดหัวข่าวอย่างใส่สีตีไข่ไปทั่วโลก (เราเองก็จำได้ว่าเคยผ่านตาข่าวนี้อยู่เหมือนกัน) ซึ่งลดทอนใจความสำคัญของคดีนี้ไป เหลือไว้แค่แก่นของคดีที่ผู้คนทั่วไปจดจำได้ นั่นก็คือ 'มีหญิงคนหนึ่งทำกาแฟหกใส่ขาตัวเอง เลยฟ้องร้านที่ชง แล้วได้เงินเป็นล้าน'
 
 
สารคดีนี้ไม่เพียงแต่เปิดเรื่องมาด้วยการอ้างถึงการฟ้องร้องดังกล่าวเท่านั้น แต่ยังพาคนดูไปลงถนน สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วไปต่อข่าวที่ว่านี้ด้วย แถมยังมีการจิกกัดวัฒนธรรมการฟ้องร้องของชาวอเมริกันนิด ๆ ซะด้วยซ้ำ ว่าอะไรนิดอะไรหน่อยก็ฟ้องร้องกันยกใหญ่ เกิดเป็นคำเรียกอย่าง Junk Lawsuit หรือ คดีความขยะ ที่ทนายและฝ่ายกฎหมายต่าง ๆ ไม่ควรไปใส่ใจ
 
แต่จากเรื่องเล็ก ๆ อย่างกาแฟร้อนเกินไปนั้น หนังเรื่องนี้ก็ดึงเราไปหามหากาพย์ตีแผ่ความผุพังของระบบยุติธรรมสหรัฐฯ แบบที่เราแทบไม่รู้ตัว เพราะภายใต้คอมเมนต์การดูถูกดูแคลนคดีหยุมหยิมที่หลายคนมองว่าไม่ควรต้องมาฟ้องร้องกันนั้น กลับสะท้อนให้เห็นว่า คนเรามองข้ามการปกป้องสิทธิพื้นฐานไปในหลายกรณี ซึ่งสิ่งนี้กลายเป็นช่องโหว่ให้กลุ่มอิทธิพลหรือบรรษัทขนาดใหญ่ใช้โจมตีและกดทับผู้บริโภคด้วยกฎหมายอย่างเลือดเย็น
 
หนึ่งในคดีที่สารคดี Hot Coffee หยิบยกมาเล่าคือการวินิจฉัยครรภ์คนไข้ผิด จนทำให้หนึ่งในเด็กที่เกิดมาต้องผิดปกติทางสมองตลอดชีวิต และพ่อแม่ไม่สามารถเอาผิดแพทย์ต้นเรื่องหรือได้รับการชดเชยอย่างเต็มที่ สมน้ำสมเนื้อ เนื่องมาจากข้อกฎหมายเอาเปรียบผู้บริโภคและประชาชนที่มลรัฐโหวตรับรอง กลายเป็นว่าสารคดีเรื่องนี้ได้พาเราไปมองปัญหาแบบใกล้ชิด ตั้งแต่คดี (ที่ดูเหมือนจะ) เล็ก ไปจนถึงคดีใหญ่ ที่มีความหมายต่อชีวิตคนจำนวนมาก ได้อย่างครบถ้วน
 
ที่แซ่บไปกว่านั้น คือ การพาไปดูกรณีที่กลุ่มทุนเจ้าของกิจการต่าง ๆ ยอมจ่ายเงินเป็นล้านล้านดอลลาร์ เพื่อให้สามารถล็อบบี้จนได้ผู้พิพากษาที่เอื้อประโยชน์ต่อพวกเขาจนสำเร็จ เพราะผู้เล่นสำคัญในระบบเศรษฐกิจเหล่านี้ ไม่สามารถดำเนินงานอย่างลื่นไหลได้แน่ ๆ หากไม่มีระบบยุติธรรม (ที่ไม่ยุติธรรม) คอยช่วยเหลืออุ้มชู
 
สรุปว่าเราดูจบแล้วเหมือนได้เปิดโลกใบย่อม ๆ ขึ้นมาอีกใบเลยล่ะ เลยรู้สึกว่าชาวซอยมิลค์ที่อยากรู้เท่าทันการเอื้อประโยชน์กันเองของคนใหญ่คนโต หรือรู้เท่าทันกฎหมาย ควรจะได้ดูผลงานชิ้นนี้ของ HBO เขาซะหน่อย อย่างน้อยมันก็ดูมีหลายอย่างทับซ้อนและใกล้เคียงกับบ้านเรา ใครเคยดูมาแล้ว หรืออ่านบทความนี้แล้วค่อยไปหามาดู ก็มาเล่าให้เราฟังบ้างนะ!
 
Hot Coffee สตรีมทาง HBO GO
 
YouTube video
AdSense
AdSense
AdSense