Skip to main content
AdSense

ดื่มด่ำความงามยามค่ำคืนผ่าน 7 หนังที่ดำเนินเรื่องราวหลังตะวันตกดิน

กลางคืนไม่เคยเหงา เพราะเรามีหนังเป็นเพื่อน

ดื่มด่ำความงามยามค่ำคืนผ่าน 7 หนังที่ดำเนินเรื่องราวหลังตะวันตกดิน
April 16, 2020 Bangkok time
ผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ที่การใช้ชีวิตยามค่ำคืนของเรามีอันต้องงดไปก่อน (งดไม่ได้แปลว่ายังทำได้นะ งดแปลว่างด) หลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกจากบ้านเวลา 22.00 - 4.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ซึ่งที่จริงแล้วการเคอร์ฟิวอาจไม่ได้ส่งผลกระทบทางใจต่อเหล่าคนนอนเร็วเท่าไหร่นัก แต่สำหรับเหล่าผีเสื้อกลางคืนที่หลงใหลแสงสียามราตรีหรือบรรยากาศอันเชื่องช้าเนิบนาบหลังพระอาทิตย์ตกดินแล้ว การต้องกักตัวอยู่ในบ้านก็อาจก่อให้เกิดอาการโหยหาความงดงามยามค่ำคืนได้
 
ระหว่างที่ช่วงนี้เรายังออกไปเดินทอดน่องท่องราตรีกันไม่ได้ เราจึงอยากชวนเหล่าผีเสือกลางคืนแห่งซอยมิลค์มาเสพบรรยากาศที่เราโหยหา ผ่านหนังที่เล่าเรื่องราวในช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกกันไปก่อน จะได้พอบรรเทาอาการคิดถึงความเปลี่ยวเหงาไร้แสงเงาจากดวงอาทิตย์หรือการเดินบนถนนไฟสลัว ๆ แสนโรแมนติกกันได้บ้าง
 

Midnight in Paris (2011)

 
 
หนังของผู้กำกับ วูดดี อัลเลน ที่พาผู้ชมไปสำรวจบรรยากาศท้องถนนแห่งกรุงปารีสยามค่ำคืน แถมไม่ได้สำรวจแค่ช่วงเวลาปัจจุบันด้วยนะ เพราะผู้กำกับเขาพาผู้ชมไปยังปารีสในอดีต ผ่านการผจญภัยในโลกแห่งสุนทรียะของ กิล เพนเดอร์ (รับบทโดย โอเวน วิลสัน) นักเขียนหนุ่มที่อยู่ดี ๆ ก็พบว่า พอถึงเวลาเที่ยงคืน ตัวเขาก็เดินหลงเข้าไปในปารีสยุค 1920 อันเป็นช่วงเวลาที่ปารีสเป็นแหล่งพบปะของนักเขียนและศิลปินเอกของโลก และนั่นก็ทำให้เขาหลุดเข้าไปอยู่ท่ามกลางศิลปินดัง ไม่ว่าจะเป็น ฌอง ก็อกโต, สกอตต์ และ เซลดา ฟิตซ์เจอรัลด์, เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์, ซัลวาดอร์ ดาลี หรือ ปาโบล ปิกาโซ ทำให้หนังเรื่องนี้นอกจากจะเป็นหนังเรื่องโปรดของคนที่ชอบบรรยากาศของท้องถนนอันเงียบสงบของปารีสยามค่ำคืน ยังเป็นหนังในใจของคนเสพงานศิลปะและวรรณกรรมหลาย ๆ คนด้วย

 

Before Sunrise (1995)

 
 
ทุกวันนี้ไม่ว่าขอดูลิสต์หนังโปรดในใจของใคร ก็ยังมักเห็น Before Sunrise ปรากฎให้เห็นอยู่ร่ำไป ก็ไม่น่าแปลกที่หนังแฟนกันแค่วันเดียวเรื่องนี้จะเข้าไปนั่งอยู่ในใจใครหลายคน โดยเฉพาะคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในช่วงที่ยังเป็นวัยรุ่น เพราะเรื่องราวสุดโรแมนติกระหว่างตัวละคร เจสซี และ เซลีน ที่พอพระอาทิตย์ขึ้นเราก็ต้องจากกัน โดยมีบรรยากาศของท้องถนนยามราตรีของกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เป็นฉากหลัง และบทสนทนายาวยืดที่เปล่งพลังและฉายให้เห็นความฝันของวัยหนุ่มสาว ก็กลายเป็นภาพจำและภาพฝันของวัยรุ่นหลายคนในยุคนั้น รวมถึงเหล่าวัยรุ่นยุคต่อมาที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ด้วย ที่คงฝันถึงการเดินท่องไปในเมืองที่ไม่รู้จักกับคู่สนทนาที่รู้ใจ ถึงจะมีภาคต่อตามมาอีก 2 ภาคจนถูกขนานนามว่า Before Trilogy แต่ถ้าใครที่ชอบบรรยากาศชวนฝันโรแมนติก ก็ขอให้ดูหรือจดจำแต่ภาคแรกก็พอนะ เพราะพอ Before Sunset ก็จะเริ่ม 'ชีวิตจริง' ขึ้นมาละ ส่วนภาคสุดท้ายคือ Before Midnight นี่มันจริงเกินไป ปวดใจ

 

My Blueberry Nights (2007)

 
 
หนังภาษาอังกฤษเรื่องแรกของผู้กำกับ หว่องกาไว ที่พาดาราฮอลลีวูดชื่อดังทั้ง จูด ลอว์, เรเชล ไวซ์, นาตาลี พอร์ตแมน และเจ้าหญิงแห่งวงการเพลงแจ๊ซ นอราห์ โจนส์  มากระทำความหว่องด้วยกัน ในหนังที่สะท้อนภาพบรรยากาศยามค่ำคืนของนครนิวยอร์ก เริ่มต้นด้วยเรื่องราวระหว่างคนเหงา 2 คน คือ เอลิซาเบธ ลูกค้าขาประจำของคาเฟ่ปิดดึกที่มี เจเรมี เป็นเจ้าของ ทั้งสองมักแลกเปลี่ยนบทสนทนากันระหว่างที่เอลิซาเบธกินบลูเบอร์รี่พายที่เจเรมีเป็นคนทำ จากเรื่องราวของกันและคน ทั้งสองก็เริ่มคิดถึงเรื่องราวของเหล่าคนเหงาที่แวะเวียนมายังคาเฟ่แห่งนี้ โดยเฉพาะเหล่าผู้คนที่มาลืมกุญแจไ้ว้ที่ร้าน แล้วเจเรมีก็เก็บรวบรวมไว้ด้วยหวังว่า สักวันหนึ่งคนเหล่านั้นจะกลับมาตามหาสิ่งที่ทำหล่นหายไป

 

Night on Earth (1991)

 
 
ผลงานของผู้กำกับ จิม จาร์มุช ที่ใช้เวลาเขียนบทเพียงแค่ 8 วันเท่านั้น หนังพาผู้ชมไปสำรวจท้องถนนยามราตรีของ 5 เมือง คือ  ลอสแองเจลิส, นิวยอร์ก, ปารีส, โรม และเฮลซิงกิ ผ่านบทสนทนาระหว่างคนขับกับผู้โดยสารในแต่ละเมืองในค่ำคืนเดียวกัน ทำให้ Night on Earth เป็นหนังที่ผูกโยงเรื่องสั้น 5 เรื่อง ที่ร่วมกันถ่ายทอดชีวิตของผู้คนจากคนละฟากฝั่งของโลกเอาไว้ ซึ่งต่างคนก็ต่างมีชีวิตและเรื่องราวที่พร้อมจะแบ่งปันแก่ผู้คนที่พร้อมจะรับฟัง

 

Nick and Norah's Infinite Playlist (2008)

 
 
เป็นหนังวัยรุ่นอินดี้ที่แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมากว่า 10 ปีแล้ว ก็ยังเห็นมีคนหยิบยกมาพูดถึงอยู่บ่อย ๆ หนังสร้างมาจากนวนิยายชื่อเดียวกัน ที่เล่าเรื่องราวแบบ 'บอยมีตส์เกิร์ล' เกิดขึ้นในค่ำคืนหนึ่งที่ นอราห์ ขอให้ นิก แกล้งเป็นแฟนหลอก ๆ ของเธอ ก่อนที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นผ่านการแชร์เพลงและวงที่ตัวเองชอบ และการออกไปตะลุยดูไลฟ์โชว์ตามผับต่าง ๆ ด้วยกัน ซึ่งสิ่งที่ทำให้หนังยังติดอยู่ในใจใครหลายคนก็คือเพลงประกอบในหนังที่ได้เพลงจากวงดัง ๆ ทั้ง Vampire Weekends, The Submarines, Shout Out Louds, The Dead 60s ฯลฯ มาร่วมแจมด้วย

 

Midnight Diner: Tokyo Stories (2009-2019)

 
 
แม้จะไม่ใช่หนัง แต่นี่คือซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวชีวิตยามค่ำคืนได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่าฉากในซีรีส์จะไม่ได้ฉายภาพกรุงโตเกียวยามค่ำคืนมากนัก เพราะเรื่องราวทุกตอนจะดำเนินไปในร้านอิซากายะเล็ก ๆ ที่มีแต่ที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ 12 ที่นั่ง โดยมีหนึ่งพ่อครัว (ที่ตลอดเรื่องเราจะรู้จักเขาในนาม มาสเตอร์) ที่คอยบริการเสิร์ฟอาหารเติมท้อง และรับบทเป็นผู้รับฟังเรื่องราวที่ลูกค้าแวะเวียนกันมาแบ่งปันในแต่ละคืน การดู Midnight Diner: Tokyo Stories ตอนดึก ๆ ก็เหมือนเราได้เข้าไปนั่งแบ่งปันความเหงากับเหล่าลูกค้าที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ของมาสเตอร์เลยล่ะ

 

Enter the Void (2009)

 
 
ใครที่คิดถึงแสงนีออน อาจบรรเทาอาการขาดของได้ด้วยการดูหนังเรื่องนี้ของผู้กำกับวิชวลจัด กัสปาร์ โนเอล ที่พาเราไปสำรวจโลกแห่งแสงสียามค่ำคืนของกรุงโตเกียว (อีกแล้ว) โดยเล่าผ่านสายตาของ ออสการ์ เด็กเดินยาที่ถูกตำรวจยิง และขณะที่วิญญาณของเขากำลังจะออกจากร่าง เขาก็ได้กลับไปสำรวจเรื่องราวของตัวเองก่อนที่ชีวิตจะปลิดปลิว ความพิเศษของหนังเรื่องนี้ก็คือการดำเนินเรื่องผ่านมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ทำให้เราเหมือนกับได้ตามติดวิญญาณของออสการ์ และท่องไปในตรอกซอกซอยของเมืองอันเปี่ยมด้วยสีสัน
AdSense
AdSense
AdSense