Skip to main content
AdSense

ชวนไปเปิดโลกของ Risograph กับ Witti Studio สตูดิโอที่เพิ่มเติมคุณค่าให้สิ่งพิมพ์

จับมือกันไปพิมพ์งาน 

ชวนไปเปิดโลกของ Risograph กับ Witti Studio สตูดิโอที่เพิ่มเติมคุณค่าให้สิ่งพิมพ์
December 17, 2019 Bangkok time
ในช่วงปีสองปีมานี้ หากใครได้เข้าไปคลุกคลีกับวงการงานพิมพ์หรือวงการศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นการไปเดิน Bangkok Art Book Fair, การแวะเข้าไปทำ Zine กับ Spacebar Design Studio, เดินชมงานศิลปะตามแกลเลอรี ไปจนถึงเดินชอปสินค้าสายศิลปะจากตลาดงานอาร์ต ก็คงจะเคยได้ยินคำว่า Riso หรือ Risograph ผ่านหูผ่านตามาบ้าง เพราะ Risograph คือเทคนิคการพิมพ์อัลเทอร์เนทีฟ หรือ งานพิมพ์ทางเลือก ที่มีเอกลักษณ์ประจำตัวและกำลังมาในวงการศิลปะเหมือนคลื่นใต้น้ำ จึงมีศิลปินและนักออกแบบหลายคนสนใจหยิบเทคนิคนี้มาสร้างสรรค์งานศิลปะกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
 
 
ย้อนกลับไปในปี 1986 บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น Riso Kagaku Corporation ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ใหม่ล่าสุดที่หากดูแค่ภายนอกก็คงจะทำให้นึกถึงเครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งแท้จริงแล้ว เจ้าเครื่องพิมพ์ Riso ก็มีความเป็นเครื่องถ่ายเอกสารจริง ๆ นั่นแหละ เพราะมันสามารถพิมพ์งานได้เป็นจำนวนมาก และให้เทกซเจอร์ตามสไตล์เครื่องถ่ายเอกสาร หากแต่กระบวนการทำงานและความสามารถของมันออกจะแตกต่างไปซักหน่อย ทั้งความสามารถในการพิมพ์สีด้วยหมึกพิเศษ ความเร็วติดสปีดที่พิมพ์ได้ 150 แผ่นต่อนาที และเอกลักษณ์การพิมพ์แบบแบ่งเลเยอร์ 
 
 
ทั้งนี้ด้วยความที่ตัวเครื่องถูกผลิตมาในยุค 80s มันจึงมีความเป็นลูกผสมระหว่างระบบ Analog กับ Digital ในเครื่องเดียวกัน โดยเจ้าเครื่อง Riso ก็ถูกออกแบบด้วยหัวใจ Eco-Printing ตั้งแต่การออกแบบวัสดุไปจนถึงการใช้หมึกสูตรพิเศษที่มาในรูปแบบ Less Toxic อันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นน้ำหมึกที่มีการผสมกับน้ำมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พอพิมพ์ลงบนกระดาษจึงให้เทกซเจอร์พิเศษที่ไม่เรียบเนียนเหมือนงานพิมพ์ทั่วไป และด้วยสตอรี่การพิมพ์แต่ละครั้งที่มีความคราฟต์กึ่งหนึ่ง ก็ทำให้การพิมพ์เทคนิค Riso ถูกหยิบมาใช้ในวงการศิลปะอย่างล้นหลาม อย่างในต่างประเทศจะฮิตมาก เริ่มมาจากวงการดนตรีใต้ดินก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลก
 
 
แม้ว่าในเมืองไทย เทคนิค Risograph จะเป็นที่รู้จักเพียงในกลุ่ม Printmaker หรือกลุ่มศิลปินที่รักในการทำ Art Printing แต่ก็ใช่ว่าจะหายาก เพราะเจ้าเครื่องนี้ก็ถูกนำมาใช้ในหลายออฟฟิศ และในช่วงนี้ก็มีหลายสตูดิโอที่รับพิมพ์เทคนิค Risograph ซึ่งถ้าใครอยากจะลงลึกไปในโลกแห่งสิ่งพิมพ์อิสระ เราก็จะพาทุกคนมาเลกเชอร์กับ 2 อาจารย์แห่ง Witti Studio ครีเอทีฟสตูดิโองานพิมพ์ทางเลือกที่ค้นหาคุ้นค่าให้กับสิ่งพิมพ์
 
 
Witti Studio เป็นสตูดิโอขนาดอบอุ่นที่ตั้งอยู่ในครีเอทีฟสเปซนาม Jouer (อ่านว่าชูเอ้) สเปซที่แอบซ่อนอยู่ในซอยสุขุมวิท 32 สตูดิโอถูกก่อตั้งโดย 2 อาจารย์แห่งภาควิชา CommDe คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์ผึ้ง-วิทมน นิวัติชัย และ อาจารย์สันติ ตันสุขะ ชื่อของสตูดิโอจึงมาจากการสมาสชื่อของอาจารย์ออกมาเป็น Witti (อ่านว่าวิตตี้) และด้วยความที่ทั้งสองสนใจอะไรคล้าย ๆ กัน หลงใหลในการพิมพ์ Risograph เช่นเดียวกัน จึงเกิดการลงทุนไปซื้อเครื่องพิมพ์ Riso เพื่อศึกษาอย่างจริงจัง
 
 
พวกเขาก็คิดต่อยอดและหาสเปซให้กับเครื่อง Riso เพื่อทำเซอร์วิสการพิมพ์สไตล์อัลเทอร์เนทีฟและเปิดเป็น Practice Studio พื้นที่การเรียนรู้ให้กับคนที่สนใจ การจะเข้ามาพิมพ์กับ Witti Studio จึงต้องมาเลกเชอร์กับอาจารย์ทั้ง 2 เพื่อแชร์ความรู้และทำความเข้าใจกับการกระบวนการพิมพ์ Risograph เสียก่อน ถึงจะเริ่มทำการพิมพ์ได้ ซึ่งเขาก็รับพิมพ์ตั้งแต่สเกลจิ๋ว ๆ อย่างนามบัตร โปสการ์ด การ์ดแต่งงาน สติกเกอร์ ไปจนถึงชิ้นใหญ่อย่างโปสเตอร์ แผ่นพับ และหนังสือทำมือ
 
 
 
การพิมพ์แต่ละครั้งจึงไม่ใช่การกดพิมพ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มทำความเข้าใจตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมไฟล์ที่ต้องแบ่งตามเลเยอร์ การเลือกกระดาษ การเลือกสีที่จะใช้ (มีสีให้เลือกใช้ 7 สี บางสีสามารถสะท้อนแสงได้ และจะมีสีมาเพิ่มในอนาคต) การซึบซับระบบการพิมพ์ที่ต้องแบ่งพิมพ์เป็นรอบ ๆ 1 เลเยอร์ต่อ 1 สี ไปจนถึงการคิดวางแผนว่าจะพรินต์สีนี้ซ้อนทับกับอีกสีให้เกิดสีใหม่ กระบวนการแต่ละขั้นตอนได้สร้างคุณค่าให้กับตัวผลงานที่พิมพ์ออกมา และด้วยการพิมพ์ที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบดั่งเช่นการพิมพ์ทั่วไป มีเอียงบ้าง เลเยอร์ไม่ทับซ้อนพอดิบพอดีกันทุกแผ่นบ้าง จึงทำให้แต่ละแผ่นที่พิมพ์ออกมามีความยูนีคเป็นของตัวเอง ซึ่งก็เป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้ในเครื่องพรินต์รุ่นไหนในโลก
 
 
ด้วยความที่ทั้งสองเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย จึงเปิดคลาสเป็นของตัวเองซะเลย โดยในทุกเดือนเขาจะเปิด Riso Rookie Workshop เพื่อให้เราได้เข้ามาลองเรียนรู้ตั้งแต่การเตรียมต้นแบบด้วยเทคนิคงานคราฟต์ เทคนิคคอลลาจหรือตัดแปะ แล้วจึงมาทำความรู้จักกับพื้นฐานการทำงานของเครื่อง Riso กับอีกคอร์ส Sticky Riso Workshop for Kids คลาสที่จะชวนน้อง ๆ มาออกแบบสติกเกอร์และพิมพ์ด้วยเครื่อง Riso ทั้งสองคอร์ส เมื่อจบวันก็จะได้พิมพ์ผลงานของตนเองกลับไปชื่นชมกันต่อที่บ้าน ใครสนใจต้องรีบจองนะ เพราะเขารับแค่ 4 คนต่อรอบเท่านั้นนะจ๊ะ   
 
 
บอกเลยว่าในสเปซ Jouer ไม่ได้มีแค่สตูดิโอ แต่ยังมีร้านตัดผมชื่อดัง Rikyu Hair Salon คาเฟ่สไตล์โฮมเมด Zakka Café และแกลเลอรีที่จัด ทั้งนิทรรศการและอิเวนต์ Soko Gallery ไหน ๆ ก็แวะมาเที่ยวแล้วก็แวะมาทำความรู้จักและพรินต์งานกับ Witti Studio กันนะ 
 
Witti Studio ซ.สุขุมวิท 32 เวลาทำการ จันทร์ อังคาร พฤหัสบดี อาทิตย์ 10:00-18:00 น. BTS ทองหล่อ fb.com/witti.studio
AdSense
AdSense
AdSense