คลอดออกมาเรียบร้อยสำหรับการจัดอันดับ QS World University Rankings ที่ปีนี้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังคงครองแชมป์เป็นมหาวิทยาลัยดีที่สุดในประเทศด้วยอันดับ 252 จากทั้งหมดกว่า 900 แห่งทั่วโลก
แต่ที่น่าตื่นเต้นคือปีนี้ มหาวิทยาลัยอย่างมหาวิทยาลัยมหิดล สามารถพามหาวิทยาลัยไต่ขึ้นมาได้นับสิบอันดับ จากอันดับที่ 295 มาเป็น 283 ไล่ตามจุฬาฯ ที่ขึ้นมาอันดับเดียวจาก 253 มาเป็น 252
ดูเผินๆ อาจจะเรียกได้ว่ากำลังตีตื้นขึ้นมาติดๆ เลย

มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา Credit Thammarith Likittheerameth

สถิติมหาวิทยาลัยมหิดล
แต่ในความเป็นจริง แม้อันดับของทั้งสองมหาวิทยาลัยชั้นนำในไทยอย่างจุฬาฯ และมหิดล จะสูงขึ้นจากปีที่แล้วในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก แต่หากมองการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในเอเชีย ซึ่งใช้เกณฑ์ในการพิจารณาต่างกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ก็จะพบว่า มหาวิทยาลัยมหิดลไม่ได้กำลังไล่ทันจุฬาฯ แต่กลับอันดับร่วงลงมาด้วยซ้ำ
โดยการจัดอันดับเมื่อปี 2013 มหาวิทยาลัยมหิดลเคยอยู่ในอันดับที่ 42 ของเอเชีย ก่อนจะขึ้นมาเป็นอันดับที่ 40, 44 และร่วงลงมาเป็นอันดับที่ 61 ในปีนี้ ขณะที่จุฬาฯ อันดับจะแกว่งเพียงเล็กน้อย โดยอยู่ดันดับที่ 48 ในปี 2013 ก่อนจะเป็นอันดับ 53 ในปีที่แล้ว และกลับมาอยู่อันดับ 45 ในปีนี้
ดูเผินๆ เหมือนอันดับมหาวิทยาลัยไทยค่อนข้างจะคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงใช่ไหม? โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก
แต่น่าจะเป็นการมองที่ผิดเช่นกัน เพราะหากมองย้อนกลับไปในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าอันดับของมหาวิทยาลัยไทยตกอันดับลงมาเรื่อยๆ จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก โดยจุฬาฯ ตกจากอันดับ 201 ในปี 2012 มาเป็น 239, 243, 253 และ 252 ตามลำดับ ส่วนมหิดลเองก็ขึ้นๆ ลงๆ จากอันดับ 255 ในปี 2012 ก็ตกวูบลงมาเป็น 283, 257, 295 และ 283 ในปีนี้

สถิติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Credit Sergey
หรือแม้แต่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ติดโผด้วยก็ตกจากอันดับ 501 มาเป็น 551 ในช่วง 2 ปีหลัง ส่วน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เองก็ร่วงจาก 551 ในปี 2012 มาเป็นอันดับ 600 กว่าในปีต่อๆ มา และก็ยังไม่กลับขึ้นไปอีกเลย
ซึ่งสถิติตรงนี้ก็ชี้ให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยไทยไม่ได้ทำผลงานดีขึ้นเท่าใดนัก และสิ่งที่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้มหาวิทยาลัยไทยเริ่มตกอันดับในช่วงหลังก็เป็นเพราะที่ผ่านมา ทางสถาบันการศึกษาไทยไม่ค่อยมีผลงานวิจัยที่ได้รับการกล่าวอ้างอิงในระดับนานาชาติมากเท่าไหร่
ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่เราน่าตั้งคำถามว่าปฎิรูปการศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลดีกับภาพรวมการศึกษาบ้านเราจริงหรือ? แล้วเราจะช่วยกันปฏิรูปการศึกษาบ้านเราได้ยังไงก็เป็นคำถามที่น่าสนใจ
แถมเรื่องดราม่าในสถานศึกษาไทยก็ยังคงเป็นที่กล่าวขวัญกันอยู่เนืองๆ ทั้งการรับน้องโหด หรือการที่ครูสั่งให้นักเรียนกราบประจานหน้าเสาธงเพราะไม่ยอมกินเต้าหู้ไข่ (ถ้าน้องแพ้จริงคงเป็นโศกนาฎกรรมครูไปกราบศพน้องแทน)
ถ้าเรายังคงอยู่ในระบบการศึกษาแบบนี้ คงไม่ต้องหวังจะไปเป็นอยู่ในลิสต์สุดยอด 100 มหาวิทยาลัยโลกหรอก
ว่าแล้วก็เข้าไปดูลิสต์มหาวิทยาลัยเอเชียแบบเต็มๆ ได้ที่ QS World University Rankings เลย ส่วนลิสต์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก สามารถเข้าไปดูได้ที่ QS Asia University Rankings เลยนะ
อันดับมหาวิทยาลัยไทยในระดับเอเชีย
อันดับ 45 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อันดับ 61 มหาวิทยาลัยมหิดล
อันดับ 101 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อันดับ 104 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อันดับ 129 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อันดับ 161 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
อันดับ 165 มหาวิทยาลัยขอนแก่น
อันดับ 185 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
อันดับ 251-300 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
อันดับ 251-300 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
อันดับ 301-350 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
อันดับ 301-350 มหาวิทยาลัยนเรศวร
อันดับ 301-350 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
*ทั้งนี้การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกนั้นจะจัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจะพิจารณาจากชื่อเสียงด้านวิชาการ ผลงานของอาจารย์ และนักศึกษา ตลอดจนความเป็นมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ การมีนักศึกษาต่างชาติ และรางวัลที่แต่ละสาขาวิชาได้รับ แต่สิ่งที่นำมาเป็นข้อประกอบการพิจารณาของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลก และของเอเชียจะมีข้อแตกต่างกันเล็กน้อยที่การจัดอันดับของมหาวิทยาลัยในเอเชียจะได้ความเป็นอิสระมากกว่าหน่อยก็ตรงที่จะให้น้ำหนักกับเกณฑ์การรับ และการเรียนจบของนักศึกษาแลกเปลี่ยนของแต่ละมหาวิทยาลัยด้วย