Skip to main content
AdSense

Stereotype Me นิทรรศการที่ชวนเราก้าวข้ามเส้นแบ่งเรื่องเพศไปสำรวจวิถีชีวิตประจำวันของคู่รักเกย์

ความรักก็คือความรัก ความรักไม่เคยเป็นอย่างอื่น

Stereotype Me นิทรรศการที่ชวนเราก้าวข้ามเส้นแบ่งเรื่องเพศไปสำรวจวิถีชีวิตประจำวันของคู่รักเกย์
January 31, 2020 Bangkok time
ในปัจจุบัน ความเข้าใจในเรื่องความแตกต่างทางรสนิยมทางเพศ ทั้งในสังคมไทยและในสังคมโลก ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เอื้อให้ความรักเบ่งบานและเติบโตได้อย่างไร้ข้อจำกัด เราเริ่มเห็นและสัมผัสได้ว่า คนในสังคมมีความคิดที่เปิดกว้างเกี่ยวกับเพศสถานะมากขึ้น และมีความเข้าใจในเรื่องความพึงพอใจทางเพศ (Sexual Orientation) ในแง่ของสิทธิ์ในการเลือก ที่คนคนหนึ่งจะรักหรือพึงพอใจใครก็ได้ โดยไม่มีกรอบเรื่องเพศมาขัดขวาง และไม่จำเป็นต้องยึดติดกับเพศกำเนิดหรือค่านิยมทางสังคมอีกต่อไป
 
แต่ถึงอย่างนั้น การถกเถียงเรื่องความหลากหลายทางเพศก็ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด ขบวนการ LGBTQ+I ยังคงต้องเดินทางอีกยาวไกลกว่าจะถึงวันที่อคติเกี่ยวกับเรื่องเพศหายไปสิ้นจากโลกนี้ แต่ในอีกแง่หนึ่ง นั่นก็คือความงดงามของมนุษย์ เรายังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้เดียงสา ที่ยังคงต้องล้มลุก เรียนรู้ และพูดคุยกันต่อไป 
 
 
Stereotype Me เป็นนิทรรศการคู่ที่จัดแสดงผลงานที่สองศิลปิน คือ กิตติ นารอด และ กวิน ฟาร์นอล (Gwyn Farnol) สร้างสรรค์ร่วมกัน ความน่าประทับใจของผลงานชุดนี้คือการหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับเรื่องความหลากหลายทางเพศที่ค่อนข้างใหม่มาก ๆ ในสังคมไทยขึ้นมาชวนคนดูตั้งคำถาม ภายใต้สีสันและสไตล์ของภาพวาดที่ดูเป็นงานป็อป แต่กลับมีประเด็นที่จริงจังชวนถกเถียงซ่อนอยู่ Stereotype Me อาจไม่ใช่งานที่มุ่งให้คำตอบกับคนดู แต่เป็นการตั้งคำถามปลายเปิดที่ท้าทายคนดูว่า ถ้าฉันพอใจแบบนี้ แล้วจะทำไม?
 
 
เราอาจจะต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า แม้กระทั่งในขบวนการและสังคมของคน LGBTQ+I เอง ก็ยังมีการถกเถียงกันเองอย่างไม่เคยจบสิ้น ในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง เคยมีการตั้งคำถามถึงเรื่องการปลดแอก LGBTQ+I จากค่านิยมทางสังคม คนกลุ่มหนึ่งตั้งคำถามว่า ในเมื่อ LGBTQ+I สนับสนุนเรื่องการเป็นอิสระจากกรอบคุณค่าใด ๆ ในสังคม งั้นเราก็ควรสนับสนุนการใช้ชีวิตที่เป็นอิสระจากข้อกำหนดทุกอย่าง คน LGBTQ+I ไม่จำเป็นต้องมีคู่ครองเพียงแค่คนเดียว พวกเราไม่จำเป็นต้องสร้างครอบครัวตามแบบ พ่อ แม่ ลูก เพื่อที่จะมีความสุขในชีวิต พวกเราไม่จำเป็นต้องแต่งงานก็ได้ ในเมื่อเราเลือกที่จะรักใครได้อย่างเสรี เราก็ควรสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องคำนึงถึงค่านิยมเกี่ยวกับการครองคู่ใด ๆ ที่ถูกกำหนดมาโดยสังคม
 
 
 
ที่จริงแล้วมุมมองความคิดดังกล่าวไม่ได้ผิดอะไร แต่ในทางหนึ่งมันก็ส่งผลกระทบไม่มากก็น้อยกับคนรักเพศเดียวกันที่ฝันถึงการครองคู่ตามขนบ พวกเขาอาจฝันอยากจะจูงคนรักเข้าประตูวิวาห์ในชุดสูทสีขาวทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าบ่าว ฝันอยากจะมีคนรักที่อยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า หรือฝันที่จะร่วมกันกับคนรักช่วยกันเลี้ยงดูชีวิตน้อย ๆ ชีวิตหนึ่งให้เติบโตขึ้นมาด้วยกัน ซึ่งหลายครั้งที่ความฝันที่อยากจะมีชีวิตในรูปแบบที่ถูกมองว่า เป็นวิถีการดำเนินชีวิตของคู่รักชายหญิง ก็ถูกคนในสังคมรักเพศเดียวกันมองว่าโลกสวย ไร้เดียงสา ไปจนถึงว่า พวกเธอทำให้ขบวนการคนรักเพศเดียวกันไม่ก้าวหน้าไปไหน เพราะอยากจะเดินตามวิถีของคู่รักต่างเพศ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวก็ทำให้กลุ่มคนรักเพศเดียวกันที่เฝ้าฝันอยากมีชีวิตแบบนั้นเหมือนถูกกดทับจากทั้งสองทาง ทางหนึ่งจากรสนิยมทางเพศที่ต่างไปจากขนบดั้งเดิมของสังคม และอีกทางหนึ่งจากวิถีชีวิตที่ถูกมองว่าอยากเป็นหรืออยากมีแบบคนรักต่างเพศ
 
 
 
และนั่นก็คือคำถามที่เราได้ขบคิดจากการชมนิทรรศการนี้ Stereotype Me ไม่เพียงเปิดเผยวิถีชีวิตประจำวันของคู่รักเพศเดียวกันให้สังคมได้เห็นว่า คู่รักเพศเดียวกันก็ใช้ชีวิตไม่ต่างจากคู่รักต่างเพศ ศิลปินยังต้องการจะสื่อสารกับคนในสังคมคนรักเพศเดียวกันด้วยว่า ฉันไม่แคร์ว่าใครจะเหมารวม (Stereotype) ว่ารูปชีวิตที่ฉันต้องการเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตของคู่ชายหญิงหรือสามีภรรยาเท่านั้น ฉันอยากจะใช้ชีวิตแบบนี้กับคนที่ฉันรัก และนั่นก็เพียงพอแล้ว
 
 
ผลงานที่ถ่ายทอดภาพการใช้ชีวิตประจำวันของคู่รักชายกับชายในอิริยาบถที่เราคุ้นเคย ทั้งการนั่งซักผ้า ทำงานร่วมกัน อาบน้ำด้วยกัน นอนด้วยกัน ทำให้เราเหมือนได้จ้องมองเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของคนสองคน ที่อาจดูเกือบจะเป็นการละลาบละล้วง แต่ก็รู้สึกได้ว่า ศิลปินยินดีแถมยังเชื้อเชิญให้เราจ้องมองและย่างกรายเข้าไปสำรวจชีวิตของคนในภาพ และจากการใช้เวลาเดินสำรวจชีวิตประจำวันของคนสองคน (และแมวสองสามตัว) เราก็เริ่มเข้าใจถ้อยความในสูจิบัตรของศิลปินที่ว่า
 
“เหตุใดเราจึงไม่เหมารวมพวกเราในฐานะคนกลุ่มเดียวกัน ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ธรรมดา ๆ ที่กิน ดื่ม ร่วมรัก ตายได้เหมือนกัน และพยายามที่จะอยู่ร่วมกัน” (Why don’t we stereotype all of us as same catagoty, ordinary human beings who eats, drink, sleep, make love or even die... trying to live together)
 
 
Stereotype Me ทำให้เราเห็นว่า บางทีคำนิยามใด ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ ก็อาจไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ หรือบางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องมีเส้นแบ่งใด ๆ เลย ถ้าเพียงเรามองว่าเราเป็นมนุษย์เหมือนกัน 
 
เข้าชมฟรี
วันนี้ - 16 ก.พ. 
VS Gallery บนพื้นที่อาร์ตสเปซ N22
เปิดทำการทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ 12.00 น. - 18.00 น.
BRT ถนนจันทน์ 
AdSense
AdSense
AdSense