Skip to main content
AdSense

พาไปตามติดกับบ้านใหม่ของ Spacebar Design Studio สตูดิโอแสนอบอุ่นที่รักในการทำ Zine

อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

พาไปตามติดกับบ้านใหม่ของ Spacebar Design Studio สตูดิโอแสนอบอุ่นที่รักในการทำ Zine
October 24, 2019 Bangkok time
แม้สิ่งพิมพ์ในปัจจุบันจะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นช่องทางหลักในการกระจายข่าวสารได้เท่าเมื่อก่อน แต่ก็ใช่ว่าการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยจะทำให้สิ่งพิมพ์ต้องตายลงแต่อย่างใด เพราะสิ่งพิมพ์ในปัจจุบันได้แปลงร่างเปลี่ยนหน้าที่กลายมาเป็นของสะสม หรือสิ่งสร้างความเจริญทางปัญญา เนื่องจากต้องใช้เวลาละเลียดเพื่อซึมซับเนื้อหาไปในแต่ละหน้า และแม้ว่า Zine หรือ สิ่งพิมพ์อิสระ จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในสังคมไทยมากนัก แต่นี่ก็เป็นตัวแทนสำคัญของสิ่งพิมพ์สายสะสมที่ชัดเจนที่สุด เราจะมาเล่าเรื่องของ Zine ผ่านการเดินทางย้ายบ้านของ Spacebar Design Studio สตูดิโอผู้เป็นดั่งกำลังหลักของสิ่งพิมพ์อิสระนี้
 
 
 
สำหรับมือใหม่เพิ่งเข้าวงการ Zine เราก็ขออธิบายแบบคร่าว ๆ สไตล์กำปั้นทุบดินว่า Zine ก็คือสิ่งพิมพ์อิสระ ที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับสำนักพิมพ์ และมีความเป็นงานคราฟต์อบอวลอยู่ในแต่ละเล่ม ตั้งแต่การเย็บ การทำคอนเทนต์ ไปจนถึงของกระจุกกระจิกที่มาเติมเต็มเนื้อหาของชิ้นงาน แต่ Zine ของ Spacebar จะมีความแตกต่างอยู่นิดหน่อย เนื่องจากสตูดิโอนี้เติบโตมาควบคู่กับสิ่งพิมพ์ในเมืองไทย Zine ของเขาจึงซึมซับความเป็นสำนักพิมพ์เข้ามาบ้าง แต่ไม่ทอดทิ้งเสน่ห์ของงานคราฟต์แบบทำมือ เนื้อหาบางเล่มจึงมีการปริ้นท์ที่หลากหลาย และบางเล่มก็เข้าเล่มแบบหนังสือปกตินี่แหละ
 
 
 
โดยเนื้อหาด้านในก็จะขึ้นอยู่กับความสนใจของคนทำ และจะไม่ได้มีเพียงแค่ตัวหนังสือยาวพรืดแบบหนังสือทั่วไป แต่จะมีการจัดวางเลย์เอาต์ที่เป็นอิสระ ขนาดรูปเล่มก็ไม่จำกัดอยู่ที่ไซซ์ใดไซซ์หนึ่ง และจะมีการใส่ลูกเล่นเพิ่มเข้ามาประกอบเนื้อหาอย่างการเหน็บหรือหนีบรูปด้านใน การทำแพ็กเกจให้กับตัว Zine หรือการเปลี่ยน Zine ให้กลายเป็นป๊อปอัป ก็สุดแล้วแต่ไอเดียของคนทำ เราจึงเห็นภาพรวมความเป็นอิสระของสิ่งพิมพ์นี้ได้อย่างคร่าว ๆ ว่ามันกว้างเอาเรื่องจนแอบยากจะหาคำจำกัดความที่ชัดเจน แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่สร้างเสน่ห์ให้กับ Zine ได้อย่างแข็งแกร่ง ถือเป็นสิ่งพิมพ์ที่สร้างประสบการณ์ให้กับคนที่ซื้อไปได้มากกว่าแค่อ่านเฉย ๆ
 
 
 
Spacebar Design Studio ก็มีจุดเริ่มต้นเช่นเดียวกับสตูดิโอออกแบบอื่น ๆ  โดยกำลังหลักของสตูดิโอก็มีหัวเรี่ยวหัวแรงอย่างคู่รักสุดหวานแหวนที่เพิ่งสวมแหวนหมั้นกันไปไม่นาน คุณวิว-วิมลพร รัชตกนก และ คุณภูภู่-วิศรุต วิสิทธิ์ ซึ่งแต่เดิมสตูดิโอนี้เขาจะลุยงานด้านการออกแบบเว็บไซต์ให้กับศิลปิน สำนักพิมพ์ หรือผู้กำกับ และตอนนี้ก็ยังทำงานออกแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชันอยู่เช่นกัน โดยเว็บไซต์ที่เขาเคยออกแบบบให้ก็จะมีตั้งแต่เว็บไซต์ของผู้กำกับสายอินดี้ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ นักเขียนชื่อดัง นิ้วกลม และศิลปินภาพประกอบสุดน่ารัก Sundae Kids
 
 
แต่หลังจากที่ได้เข้ามาลุยงานกับสำนักพิมพ์อย่างจริงจังก็ทำให้คาแรกเตอร์ของสตูดิโอ เอนเอียงจากโลกดิจิทัลสู่โลกแห่งสิ่งพิมพ์ โดยเริ่มรู้จัก Zine ครั้งแรกจากโปรเจ็กต์ a-day Make a Zine และพัฒนาส่วนหนึ่งของสตูดิโอให้กลายเป็น Spacebar Zine ที่เน้นผลิตและจำหน่าย Zine โดยเฉพาะ ซึ่งหลังจากเปิดทำการเป็นเวลา 3 ปีเต็ม เขาก็ได้ฤกษ์ย้ายบ้านจากหน้าร้านเล็ก ๆ ในย่านสุทธิสาร สู่ชั้น 2 ของตึกแถวใจกลางเมืองย่านพร้อมพงษ์ โดยการย้ายบ้านครั้งนี้เขาก็ถือโอกาสเปลี่ยนฟังก์ชันเป็นโฮมสตูดิโอเสียเลย ซึ่งจะแบ่งห้องไซซ์ปานกลางที่มีโต๊ะกว้างและแอร์ฉ่ำ ๆ เปิดเป็นพื้นที่ให้คนทั่วไปได้เข้ามาเวิร์กชอปทำ Zine ได้ภายในวันเดียว
 
 
 
โดยจะมีโซนด้านหน้าเป็นชั้นวาง Zine ที่ทางสตูดิโอได้ร่วมมือกับศิลปินหรือนักเขียนเพื่อผลิตผลงานออกมาในจำนวนที่จำกัด เราจึงได้เห็นซีนหน้าตาน่ารักมากมายวางล่อตาล่อใจตั้งแต่ก้าวเข้ามาในสตูดิโอ รวมถึงตรงนี้เขาก็วางขายโปสเตอร์ติดผนังและตู้กาชาปองที่สามารถหยอดเหรียญและหมุนเอากาชาปองที่ใส่ซีนเล่มเล็กจิ๋วไว้ด้านใน เพิ่มความสนุกเข้าไปอีกแบบ สำหรับการเข้ามาจับจ่ายซื้อขาย Zine ก็สามารถนัดแนะกับสตูดิโอเพื่อเข้ามาซื้อที่นี่ได้เลย หรือสั่งผ่านช่องทางออนไลน์ที่แชตเพจ ซึ่งในอนาคตเขาจะพัฒนาระบบเว็บไซต์ให้สามารถสั่งออนไลน์ผ่านเว็บได้เลย
 
 
และเล่มที่น่าจับตามองก็จะมีตั้งแต่ Short Haired Girls on Films รวมมิตรหญิงสาวผมสั้นจากโลกภาพยนตร์, Goodbye My House รวมชุดภาพถ่ายจากฝีมือพี่วิโรจน์ พนักงานฉีกตั๋วและฉายหนังที่อยู่คู่กับโรงหนัง House RCA มานานหลายปี, When My Fav Film turn to Ice-cream เล่มนี้จะพาเราไปแปลงหนังให้กลายเป็นไอศกรีม, Right Here Waiting รวมภาพถ่ายสายสตรีตจากหลายประเทศที่มีธีมเป็นการรอคอย, Peace ให้ภาพบอกเล่าเรื่องราวของการระเบิดนิวเคลียร์ในเมืองนางาซากิและฮิโรชิม่า
 
 
ซึ่ง Zine เหล่านี้ก็ไม่ได้ขายแค่ในประเทศไทยอย่างเดียว เพราะเขานำไปขายให้กับชาวต่างชาติด้วย โดย Spacebar เขาก็เคยไปออกบูทในงาน Art book Fair ของญี่ปุ่นและสิงคโปร์ โดยในอนาคตก็จะไปขายที่งาน Seoul Art Book Fair ประเทศเกาหลีที่กำลังจะจัดเดือนหน้า และการไปทัวร์ออกบูทนี้ก็ทำให้พี่วิวได้ซื้อ Zine จากต่างประเทศกลับมาสะสมที่สตูดิโอด้วย จนเกิดเป็นมุม Zine Library ที่ช่วยสร้างสรรค์แรงบันดาลใจให้กับคนที่แวะเข้ามาเวิร์กชอปทำ Zine กับสตูดิโอ
 
 
 
โดยเล่มน่าหยิบใน Zine Library ก็จะมีตั้งแต่ Tea are the World รวมชุดภาพการชงชาชักที่เต็มไปด้วยท่าทางสุดฮา, Violet Diary รวมภาพ Portrait ของนางแบบญี่ปุ่นที่ตัวเล่มถูกตัดเป็น 6 มุม, Baby Driver Zine ซีนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์สายซิ่ง Baby Driver, Casa Pyramid รวมภาพบ้านพักอาศัยที่อยู่ในเล่มทรงสามเหลี่ยม, Asian Lunch Box เล่มนี้มาในทรงคล้ายกล่องอาหารเบนโตะพร้อมตะเกียบ, Film is not Dead ซีนที่ม้วนอยู่ในกลักฟิล์มจนเห็นครั้งแรกอาจจะคิดว่าเป็นฟิล์มจริง ๆ และอีกมากมายที่นำเสนอเนื้อหาในรูปแบบสุดน่ารัก  
 
 
ใครสนใจทำ Zine ก็สามารถเข้าไปลงทะเบียนทำ Workshop กับเขาได้ โดยเขาจะจัดทุกวันอาทิตย์และรับเพียง 3 คนต่อคอร์ส ใครไม่มีพื้นฐานไม่ต้องกลัว เพราะเขาจะสอนตั้งแต่การวางเลย์เอาต์ การเลือกกระดาษ การพิมพ์ ไปจนถึงการเย็บเล่ม เพียงเตรียมเนื้อหาที่เราสนใจก็สามารถเข้ามาทำ Zine กับเขาได้เลยตั้งแต่เช้าจรดเย็น ซึ่งใน 1 วันก็จะทำ Zine ได้มากที่สุด 8 คู่หน้าหรือ 34 หน้ารวมปก หรือถ้าอยากจะร่วมธุรกิจทำ Zine ไปวางขายกับ Spacebar ก็โทรไปกระชับมิตรกับเขาได้ นอกจากนี้ในช่วงท้ายปีเขาจะลงลึกไปในโลกของสิ่งพิมพ์ด้วยการไปลุยทำเล่มจริงจังเป็น Premium Book น่าจับตามองเชียวล่ะ
 
Spacebar Design Studio ซ.สุขุมวิท 31 เข้าเยี่ยมสตูดิโอนัดล่วงหน้าผ่านแชทเพจ www.fb.com/gospacebar หรือ โทร.094-547-4885 BTS พร้อมพงษ์ 
AdSense
AdSense
AdSense