Skip to main content
AdSense

เยี่ยมบ้าน Issaraphap Studio ชม 4 นิทรรศการจากกลุ่มนักออกแบบที่เชื่อใน ‘อิสรภาพ’ ของงานดีไซน์

พื้นที่แห่งการเติมแรงใจและไฟฝัน

เยี่ยมบ้าน Issaraphap Studio ชม 4 นิทรรศการจากกลุ่มนักออกแบบที่เชื่อใน ‘อิสรภาพ’ ของงานดีไซน์
February 28, 2020 Bangkok time
“ทอปปิกอย่างหนึ่งที่เราสนใจ แต่ไม่ค่อยได้รับการพูดถึงในสังคมเราเท่าไหร่ ก็คือเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย” นั่นคือประโยคที่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของเราในการเดินเข้าไปสำรวจพื้นที่แห่งการออกแบบ Issaraphap Studio สตูดิโอออกแบบที่เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนนักออกแบบ 4 คน ที่มีความชื่นชอบในงานศิลปะและการออกแบบที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น งานหัตถกรรม งานเฟอร์นิเจอร์ งานสิ่งทอ งานถ่ายภาพ แต่สิ่งที่พวกเขามีร่วมกันก็คือ ความเชื่อว่า 'อิสรภาพ' คือวัตถุดิบชิ้นสำคัญในการทำงานศิลปะและการออกแบบ
 
"ชื่ออิสรภาพมาจากการที่เราเชื่อว่า คนไทยมีอิสรภาพในการคิดสร้างสรรค์ เห็นได้ชัดในเรื่องของการออกแบบในชีวิตประจำวัน คุณสามารถทำอะไรก็ได้ คุณอยากจะซ่อมไฟ คุณเดินไปหน้าปากซอยหาเทปมาพัน เรามีวิธีการแก้ปัญหาแบบไทย ๆ สมมุติเก้าอี้เราหัก เราก็ซ่อมเอง ได้ทุกคนมีสกิลติดตัว ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์เป็นของตัวเองได้ จึงเป็นที่มาของอิสรภาพ"
 
 
คุณก๊อง วนัส โชคทวีศักดิ์ และ คุณพลอย ณิชภัค ต่อสุทธิ์กนก
 
คุณก๊อง วนัส โชคทวีศักดิ์ เล่าถึงที่มาของการก่อตั้ง อิสรภาพสตูดิโอ ร่วมกับเพื่อนนักออกแบบอีก 3 คน คือ คุณพลอย ณิชภัค ต่อสุทธิ์กนก, คุณพีท ธีรพจน์ ธีโรภาส และ คุณอบ ธีรพจน์ ธีโรภาส โดยมีฐานการทำงานเป็นตึกแถวสองคูหาในย่านเจริญนคร ซึ่งเป็นบ้านของ 3 สตูดิโอย่อยที่ทำงานร่วมกันภายใต้ชื่อ อิสรภาพสตูดิโอ พื้นที่ของคนทำงานออกแบบที่ไม่จำกัดวิธีการ รูปแบบ หรือความสนใจ
 
 
ตึกแถว 4 ชั้นแห่งนี้เคยเปิดเป็นโรงงานผลิตคอตตันบัตมาก่อน ก่อนที่จะถูกรีโนเวตใหม่ให้เป็น 'บ้าน' สำหรับงานออกแบบของสตูดิโอแห่งนี้ โดยตัวตึกรวมถึงการตกแต่งภายในยังคงรักษากลิ่นอายของการเป็นอาคารพาณิชย์ที่ถูกใช้เป็นสถานที่ผลิตสินค้าไว้ได้ดังเดิม ต่างเพียงแค่ตอนนี้สิ่งที่ออกมาจากสายพานแห่งความสร้างสรรค์แห่งนี้ก็คือ งานออกแบบและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ไล่ไปตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ยันผลิตภัณฑ์ศิลปะจากเส้นด้าย
 
 
ในวาระที่ทางสตูดิโอเพิ่งเสร็จภารกิจชิ้นสำคัญ นั่นก็คือการส่งต่อปณิธานและองค์ความรู้ของ 'ครู' ที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาไปสู่คนรุ่นใหม่ ผ่าน Survival of Craft - 1989 to 2020 นิทรรศการ 30 ปี แห่งการออกแบบหัตถกรรมเพื่อชีวิต โดย สุวรรณ คงขุนเทียน ครูและนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์หัตถกรรมที่นำภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยไปประกาศให้โลกเห็น ในเวลาที่ประเทศไทยยังไม่มี 'นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์' เป็นอาชีพจริงจังด้วยซ้ำ โดยงานนี้จัดแสดงที่แกลเลอรี ATT19 ย่านเจริญกรุง เมื่อช่วงงาน Bangkok Design Week ที่ผ่านมา อิสรภาพสตูดิโอจึงได้ฤกษ์เปิดบ้านของพวกเขา ให้เหล่าคนรักการออกแบบและคนที่สนใจในงานดีไซน์ ได้เดินเข้าไปชม 4 นิทรรศการย่อยที่จัดอยู่ในพื้นที่ 4 ชั้น ที่ทุกชั้นอัดแน่นด้วยแรงบันดาลใจและความเชื่อในการทำงานของคนรุ่นใหม่ ซึ่งแต่ละชั้นมีอะไรน่าสนใจบ้าง เราจะพาชาวซอยมิลค์ค่อย ๆ ลัดเลาะเดินขึ้นไปสำรวจทีละชั้นกันเลย
 
 

นิทรรศการที่ 1: เจตนา

 

 
ก้าวแรกที่เดินเข้าไป ผู้ที่มาเยี่ยมชมก็ได้ย่างเท้าเข้ามาใน เจตนา ซึ่งเป็นนิทรรศการคู่ขนานที่จัดไปพร้อม ๆ กับนิทรรศการที่จัดขึ้นที่แกลเลอรี ATT19 ในขณะที่นิทรรศการ Survival of Craft - 1989 to 2020 จะมุ่งไปที่การบอกเล่าชีวิตการทำงานและองค์ความรู้ที่สั่งสมอยู่ในอาจารย์สุวรรณ นิทรรศการเจตนาจะเล่าเบื้องหลังการทำงานของกลุ่มอิสรภาพจากการที่ได้ไปใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับอาจารย์สุวรรณ เพื่อนำเรื่องราวมาจัดแสดงนิทรรศการ และจัดทำเป็นหนังสือเล่มหนาที่จะกลายเป็นเสมือนไบเบิลของนักเรียนและผู้สนใจการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ต่อไป
 
สิ่งที่จัดแสดงในพื้นที่ชั้นแรกนี้ก็ไล่ไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการมารวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนที่ตั้งคำถามถึงเป้าหมายในการทำงาน และมุมมองที่อยากจะสร้างสิ่งใหม่ในแวดวงการออกแบบของไทย ผ่านกระดาษโพสต์อิตที่ทั้งสี่ใช้ในการสื่อสารและการทำงานกันจริง ๆ โดยไฮไลต์ที่สำคัญของชั้นนี้ก็คือ การจัดแสดงข้าวของและบันทึกที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานร่วมกันของกลุ่มอิสรภาพและอาจารย์สุวรรณกว่า 1 ปี ไม่ว่าจะเป็นดราฟต์ของหนังสือเล่มหนาที่ถูกตัดและแก้ไขมาหลายเวอร์ชัน กว่าจะมาเป็นหนังสือหนึ่งเล่มที่เป็นไบเบิลของการออกแบบไทย หรือหนังสือม็อกอัปที่อาจารย์สุวรรณและกลุ่มอิสรภาพมีคนละ 1 เล่ม เพื่อใช้ในการสื่อสารและทำงานร่วมกัน เนื่องจากอาจารย์สุวรรณมีวิธีการทำงานแบบโอลด์สกูลที่ไม่ทำหรืออ่านในคอมพิวเตอร์
 
 

 

นิทรรศการที่ 2: Teerapoj Teeropas

 

ชั้นที่ 2 จะเป็นการจัดแสดงผลงานของ ธีรพจน์ ธีโรภาส หรือคุณพีท นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์หัตถกรรมที่มองว่า งานหัตถกรรมเป็นศิลปะที่ปรากฏในทุกวัฒนธรรมของโลก งานหัตถกรรมจึงไม่ได้เป็นของของใครเพียงคนเดียว แต่เป็นของมนุษยชาติ คุณพีทสนใจในภูมิปัญญาจักรสานและการทอผ้าของกลุ่มชนพื้นเมืองในประเทศไทยเป็นพิเศษ อาจกล่าวได้ว่า บันดาลใจในการสร้างสรรค์ของคุณพีทมาจากความหลงใหลในการเล่าเรื่องผ่านสิ่งทอและเครื่องจักรสานของชนกลุ่มน้อย เขามองว่าความน่าสนใจในภูมิปัญญาของชนกลุ่มน้อยก็คือ ถ้าคนทั่วไปบันทึกเรื่องราวผ่านตัวอักษรหรือการเขียน คนกลุ่มนี้ก็มีวิธีในการบันทึกเรื่องราวผ่านการจักสานและการร้อยเรียงเส้นไหม ผลงานชิ้นสำคัญภายใต้แบรนด์ Kitt.Ta.Khon ที่ก่อตั้งร่วมกับคุณสุวรรณ ก็คือเก้าอี้ที่ผสมผสานความลงตัวของความโมเดิร์นและลวดลายอัตลักษณ์ของชนกลุ่มน้อย
 

 

นิทรรศการที่ 3: Ratthee Phaisanchotsiri 

 

 
เมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้นที่ 3 เราจะได้พบกับผลงานของ คุณอบ รัฐธีร์ ไพศาลโชติสิริ นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้นิทรรศการนี้ในการถ่ายทอดมุมมองและตัวตนของเขาที่มีหลากหลายมิติ ห้องหนึ่งบนชั้นนี้คือพื้นที่การจัดแสดงเก้าอี้ที่เป็นผลงานการออกแบบของคุณอบ โดยความน่าสนใจของเก้าอี้แต่ละตัวก็คือ คุณอบใช้ความประทับใจจากคนรอบตัวที่เขาตั้งใจจะทำเก้าอี้ตัวนี้ให้ มาออกแบบเป็นเก้าอี้ที่แต่ละตัวมีเอกลักษณ์เพียงชิ้นเดียวในโลก บอกเล่าเรื่องราวตัวตนของผู้รับและผู้ที่จะได้ใช้เก้าอี้ตัวนี้ 
 
 
 
ในขณะที่ด้านนอก จัดแสดงผลงานภาพถ่ายและงานเขียน ซึ่งเป็นศิลปะอีกด้านหนึ่งที่คุณอบสนใจ การพลิกดูเล่มรวมภาพถ่ายที่นำมาจัดให้เราเข้าไปเปิดพลิกดูกันได้ คือความเพลิดเพลินสำหรับคนรักเรื่องเล่าและตัวอักษร คุณอบใช้ภาพถ่ายมาเรียงร้อยต่อกันด้วยถ้อยคำและประโยค เหมือนว่าแต่ละหน้าที่เรากำลังพลิกดูนั้นคือการรับชมภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง เป็นการทดลองการทำหนังของนักออกแบบที่บางครั้งก็มีความใฝ่ฝันว่าอยากจะกำกับหนังสักเรื่องหนึ่ง
 
 

 

นิทรรศการที่ 4: ease

 
 
ease คือชื่อสตูดิโอย่อยภายใต้ชายคาอิสรภาพสตูดิโอ ที่มี 2 นักออกแบบผู้หลงใหลในเส้นด้ายและสิ่งทอ คุณก๊อง วนัส โชคทวีศักดิ์ และ คุณพลอย ณิชภัค ต่อสุทธิ์กนก ทำงานร่วมกัน เอกลักษณ์ของ ease ก็คือการสำรวจพื้นที่ระหว่างงานศิลปะและอุตสาหกรรมผ่านเส้นด้าย สิ่งทอ และงานปัก และการทดลองทำงานออกแบบบนสมติฐานตั้งต้นว่า เครื่องจักรก็สามารถสร้างงานศิลปะหรือทำงานบางอย่างที่มือมนุษย์อาจทำไม่ได้เหมือนกัน
 
แต่พอพูดถึงงานปักงานทอ ก็ใช่ว่า ease จะทำแต่งานบนผ้า พวกเขายังใช้ความรู้ด้านการออกแบบอุตสาหกรรมมาพลิกเส้นด้ายสิ่งทอให้เป็นวัสดุในการทำเฟอร์นิเจอร์ที่แปลกใหม่และน่าสนใจ ซึ่งของตกแต่งที่อยู่บนชั้นนี้ ล้วนเกิดจากการทำงานปักและงานทอของ 2 ดีไซเนอร์
 
 
 
ไฮไลต์ของการจัดแสดงบนชั้นนี้ที่เราสนใจก็คือ งานแพทิชันหรือฉากกั้นห้องที่สร้างขึ้นมาจากการถักเรียงร้อยของเส้นด้าย กลายเป็นฉากกั้นห้องที่ให้ความเป็นส่วนตัว และเพิ่มความอ่อนโยนให้กับบรรยากาศในห้อง ต่างจากฉากกั้นห้องแบบเดิม ๆ ที่อาจทำให้บรรยากาศในห้องดูแข็งทื่อ อีกชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ งานโคมไฟแชนเดเลียร์ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากการนำหลอดด้ายในอุตสาหกรรมการทอมาใช้สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งปกติแล้วหลอดด้ายเหล่านี้จะถูกทิ้งไปหลังจากที่ใช้เสร็จ กลายเป็นขยะอุตสาหกรรมที่ยากจะกำจัด การนำความคิดสร้างสรรค์และความรู้ด้านการออกแบบเข้ามาใช้ จึงช่วยพลิกและชุบชีวิตสิ่งที่สิ้นอายุการใช้งานไปแล้ว ให้กลับมาใช้งานได้ใหม่
 
 

 

“เราเชื่อว่าทุกคนมีของป็นของตัวเอง”

 

 
อิสรภาพจะเปิดบ้านให้เราเข้าไปชมกันได้ถึงวันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค. นี้เป็นวันสุดท้าย เราเชื่อว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับนักออกแบบหรือนักเรียนดีไซน์เท่านั้น แต่เป็นที่สำหรับทุกคนที่เชื่อว่าตัวเองสามารถสร้างสรรค์และลงมือทำสิ่งใหม่ ๆ ได้ เหมือนกับที่ชาวอิสรภาพเชื่อว่า คนไทยทุกคนเป็นนักออกแบบ นั่นเอง ใครที่กำลังหาแรงบันดาลใจ ลองแวะไปพูดคุยกับพวกเขาได้ที่บ้านแห่งนี้นะ
 
อิสรภาพสตูดิโอ
เปิดให้เข้าชมรอบต่อไปและรอบสุดท้าย วันศุกร์ที่ 6 มี.ค. - วันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค.
วันศุกร์ ช่วงเย็น ตั้งแต่ 17.00 น. - 22.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 22.00 น.
ซ.เจริญนคร 46 วิธีเดินทางที่สะดวกที่สุดคือ BTS วงเวียนใหญ่ แล้วต่อพี่วิน (ไม่มีที่จอดรถ)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ อิสรภาพสตูดิโอ
 
AdSense
AdSense
AdSense