ไปละลายทรัพย์แต่เช้าตรู่
ถ่ายภาพแนว Street ด้วยโหมด Monochrome
โฟกัสเน้นๆ เลือกพื้นหลังเบลอได้ ด้วยโหมด Macro ที่เป็นจุดเด่นของกล้อง
พนักงานแถวสีลม-สาทรคงจะรู้จักซอยละลายทรัพย์กันดี เพราะเรียกได้ว่าเป็นที่พึ่งพาในยามเที่ยงที่ดีอีกแห่งเลยทีเดียว (ยิ่งตอนนี้ไม่มีรถเข็นข้างถนนแล้ว) ภายในซอยนั้นมีขายของตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ไปจนถึงกับข้าวจริงจัง หรือจะของกินเล่นจิปาถะในราคาทีเป็นมิตรกับพวกเราชาวมนุษย์เงินเดือนอย่างแรง แถมยังมีร้านซาลาเปาชื่อดังอย่าง
ซาลาเปาโกอ้วน ซ่อนอยู่ในซอยด้วย จะละลายทรัพย์ใครได้มากหรือน้อยอันนี้เราว่าก็อยู่ที่สกิลแต่ละคนนะ
ซอยละลายทรัพย์ สีลมซอย 5 เวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10:00-14:00น.
ตามไปนั่งทานบรันช์ที่ Chu
ถ่าย interior คาเฟ่สวยๆ ก็ดี
ถ่ายอาหารแบบโปร ไม่ต้องง้อกล้อง DSLR ใหญ่ยักษ์
ร้อนๆ จากซอยละลายทรัพย์กันมา ลองหนีมานั่งตากแอร์กินขนมอร่อยๆ กันที่ Chu ซึ่งหลายคนอาจจะเคยแวะเวียนกันไปที่สาขาอโศกมาแล้ว เพราะเป็นร้านแรกๆ เลยนะที่เสิร์ฟอาหารเมนูบรันช์แบบ All day dining ให้เราได้ทานกันจนฟิน เมนูอาหารเช้ายอดฮิตอย่าง Egg Benedict (250-290 บาท) วาฟเฟิลนุ่มอร่อยกับชูโรสก็ตามมาด้วย แต่สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของร้านตลอดกาลต้องยกให้ signature ช็อกโกแลตร้อนของร้าน (120-140 บาท) กับมาร์ชเมลโล่ชิ้นโต ยิ่งถ้าเจอฝนตกก็สั่งมานั่งทานอุ่นๆ ซะเลย
Chu Chocolate bar & Cafe ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 3 Glow Trinity เวลาทำการ อังคาร-ศุกร์ เวลา 7:30-21:00น. เสาร์-อาทิตย์ 8:00-9:00น. โทร. 02-636-8685 BTS ช่องนนทรี
เดินย้อนขึ้นมาจากร้าน Chu ไม่ไกลจะเจอร้านกำแพงอิฐสีเทากับประตูไม้ ดูจากข้างนอกแล้วร้านดูเหมือนจะเล็กมาก แต่พอเข้าไปแล้วจะรู้สึกได้ว่าทางร้านดีไซน์การใช้สเปซได้ดีมาก Local Canteen เสิร์ฟอาหารไทยที่เป็นเหมือนแหล่งขุมทรัพย์ของชาวช่องนนทรีก็ว่าได้ เพราะว่าราคาไม่แพง นั่งสบายภายในบรรยากาศน่ารักๆ อีกด้วย หลังจากที่เคยปิดปรับปรุงไปซักพักตอนนี้ได้กลับมาแล้วจ้า!
สามารถเปลี่ยนจุดโฟกัสให้ถาดอาหารแทนต้นไม้ก็ได้
เราชอบชุดอาหารกลางวันที่เสิร์ฟมาในถาดสังกะสีแบบสมัยก่อน อย่างเซ็ตหมูตุ๋นรสชาติกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมต้มแซ่บหมูกรอบและข้าวสวย (115 บาท) ให้ความรู้สึกเหมือนกินข้าวอยู่ในบ้านไทยๆ ถ้าใครกลัวกินไม่หมดจะสั่งเป็นจานเดี่ยวแยกแล้วสั่งมากินกับข้าวสวยก็ได้ แต่บอกไว้ก่อนว่าเนื่องจากร้านเพิ่งกลับมาเปิดใหม่ไม่นาน ตอนนี้เมนูอาหารเลยอาจจะมีการสลับสับเปลี่ยนไปบ้างในแต่ละวัน เราได้ยินมาว่าข้าวเหนียวมะม่วงเมนูเด็ดจะกลับมาเร็วๆ นี้ด้วยนะ
The Local Canteen ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 3 BTS ช่องนนทรี เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ เวลา 11:00-15:00 และ 17:30-21:30 โทร. 02-636-6849
ท่ามกลางตึกสูงลัดฟ้าในย่านธุรกิจนั้น ยังคงมีความร่มรื่นที่พาเราย้อนเวลากลับไปในอดีตกาล ณ บ้านพลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือที่คนย่านนี้เรียกกันว่า "บ้านซอยสวนพลู" ตั้งอยู่ในซอยนราธิวาส 7 เวลามาเยี่ยมชมที่นี่เราจะได้แผนผังของบ้าน ประวัติของม.ร.ว.คึกฤทธิ์และความเป็นมาของเรือนไทยโบราณทางภาคกลางแต่ละหลัง ขอบอกว่ากลับไปได้ความรู้รอบตัวแน่นอน
ภายในบริเวณบ้านนั้นถูกดูแลให้เหมือนกับตอนที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ยังมีชีวิตอยู่มากที่สุด เราจะรับรู้ได้ถึงวิถีชีวิตของท่านผ่านข้าวของและการตกแต่ง มีทั้งสำรับอาหารที่ท่านชอบทาน งานศิลปะหรือของสะสมต่างๆ ใครชอบสถาปัตยกรรมไทยต้องบอกเลยว่าเพลินแน่นอนกับความสวยงามที่เรียบง่าย เพราะบ้านแห่งนี้ไม่ได้ตกแต่งขึ้นมาเพื่อจัดแสดง แต่เป็นบ้านพักอาศัยของคนไทยที่มาฐานะในสมัยก่อนอย่างแท้จริง ส่วนตัวเราชอบที่ได้เดินซึมซับบรรยากาศด้วยตนเอง แต่ถ้าใครต้องการผู้บรรยายภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ด้านหน้าได้นะ
นอกจากเปิดให้เข้าชมแล้วเขายังเปิดให้เช่าสถานที่สำหรับจัดพิธีมงคล งานแต่งงานด้วยแหละ ถ้าใครจะแวะเข้ามาแล้วไม่อยากเสียเที่ยว แนะนำว่าให้โทรเข้ามาสอบถามก่อนก็ได้ ค่าเข้าชม 50บาท/คนจ้า
บ้านพลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ซอย นราธิวาสราชนครินทร์ 3 BTS ช่องนนทรี เวลาทำการ ทุกวัน เวลา 10:00-16:00น.โทร.02-286-8185
สะพานเชื่อมระหว่าง BTS ช่องนนทรี และ BRT สาทร
มีระยะเลนส์เทียบเท่ากับระยะของกล้องฟูลเฟรมที่ 27mm
ใครที่เคยผ่านย่านนี้ต้องเคยเห็นอาคารสีเหลืองรูปทรงสวยสไตล์โคโลเนียลสีเหลือง ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับโรงแรม W Bangkok เป็นอีกหนึ่งอาคารที่เด่นออกมาจากตึกสูงในละแวกนี้ The House on Sathorn นั้นแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ The Bar บาร์หรูสำหรับคนชอบดื่มที่อยากได้บรรยากาศส่วนตัว ส่วนอาหารเย็นนั้นอยู่ในโซน The Dining Room
แต่ส่วนที่เราว่าหลายคนน่าจะถูกใจคือโซน The Courtyard โซนสวนเอาท์ดอร์ด้านหลังสำหรับคนที่จะมาดื่มด่ำกับ Afternoon Tea ท่ามกลางบรรยากาศโคโลเนียล เซ็ตน้ำชาของที่ก็ไม่ได้ถือว่าราคาสูงเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณและคุณภาพของทุกเมนู (1,150 บาท/2 คน) ไม่ว่าจะเป็นชาของ TWG ขนมและเพสทรี สโคนพร้อมแยมรสชาติหลากหลาย ทาร์ตผลไม้ เอแคลร์ มัฟฟิน และชีสเค้กงาดำที่เราชอบเป็นพิเศษ เหมาะไปนั่งกับเพื่อนสาวในวันที่อากาศดีสุดๆ ขอบอก
*Afternoon Tea จะเสิร์ฟช่วงเวลา 14:30-17:30น.
The House on Sathorn 106 ถนนสาทร BTS ช่องนนทรี เวลาทำการ ทุกวัน 18:00-22:30น. โทร. 02-344-4000
พอพลบค่ำก็ไม่ต้องหนีไปไหนไกล เพราะบาร์บรรยากาศดีๆ ก็มีเช่นกัน นอกเหนือจาก Dean & Deluca ในตึกมหานครที่เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว บนชั้น 6 ยังเป็นที่ตั้งของ Vogue Lounge บาร์แฟชั่นสไตล์ 1920’s เน้นการใช้ทองแดงและหินอ่อนตรงส่วนเคาน์เตอร์บาร์ ส่วนมุมเอาท์ดอร์ด้านนอกเน้นธีมสีขาวดำ อาจจะไม่ได้เป็นรูฟท็อปที่สูงลัดฟ้าแต่ก็ได้บรรยากาศของกรุงเทพฯ ที่ดีไปอีกแบบ
พอพูดว่าเป็นบาร์หรูแต่ก็ไม่ต้องตกใจไปนะ จะบอกว่าจริงๆ แล้วเครื่องดื่มของที่นี่ราคาจับต้องได้อยู่ โดยเฉพาะช่วง Happy Hour ทุกวันระหว่าง 17:00-21:00น. หนีไปนั่งดื่มรอรถหายติดก่อนซักพักก็ไม่ผิด เพราะบาร์เท็นเดอร์มากความสามารถของที่นี่สามารถรังสรรค์ค็อกเทลให้ได้ตามความชอบส่วนตัวเลย ส่วนเรื่องอาหารทางร้านได้เชฟ Vincent Thierry จากร้านอาหารระดับสองดาวมิชลินในฮ่องกงมาช่วยสร้างสรรค์เมนูอร่อยๆ ให้ที่บาร์ด้วย ดังนั้นสามารถชวนทางบ้านมาฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลย
*ราคานี้ยังไม่รวม VAT และ Service Charge
Vogue Lounge ชั้น 6 Mahanakhon Cube นราธิวาสราชนครินทร์ เวลาทำการ ทุกวัน เวลา 17:00-02:00น. โทร.02-001-0697
ข้อดี: เจ้า HUAWEI P9 ตัวนี้ สามารถตอบโจทย์คนที่อยากทำความเข้าใจระบบของกล้อง DSLR ได้ดี เพราะมีฟังก์ชันที่เข้าใจได้ง่าย และคุณภาพไฟล์ขนาดใหญ่ (มีไฟล์ RAW ที่เป็นภาพขนาดใหญ่เหมือนในกล้อง DSLR ด้วย) เราว่าใครที่อยากเรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพ เช่น ปรับ f ยังไง หรือ Speed Shutter ควรจะเป็นเท่าไหร่ เจ้า HUAWEI P9 ก็สามารถเป็นครูได้เหมือนกันนะ จะถ่ายอาหารให้ออกมาน่ากินแบบกล้องโปรๆ ก็ทำได้สบาย! ที่สำคัญเราถูกใจลูกเล่น Light Painting มากเลย ทำบน iPhone ไม่ได้นะจ๊ะ!
ข้อเสีย: ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีจาก Leica มาช่วย แต่กล้องมือถือก็ยังเป็นกล้องมือถืออยู่วันยังค่ำ เราคงไม่อาจจะคาดหวังว่าคุณภาพของไฟล์จะดีงามเหมือนกับกล้องฟูลเฟรม (ก็ราคาต่างกันซะขนาดนั้น) เนื่องจากเป็นการประมวลผลจากสองเลนส์ ที่เลนส์นึงจะถ่ายชัดและอีกเลนส์ถ่ายเบลอ แล้วนำมารวมกันโดยเลือกให้จุดที่เราโฟกัสมันชัด ดังนั้น โหมด Macro ก็เลยต้องใช้ความตั้งใจในการปรับอยู่เหมือนกัน เพราะบางทีก็แอบเห็นว่าระยะการเบลอมันปลอมๆ ไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่