Skip to main content
AdSense

Bauhaus Imaginista นิทรรศการที่พาไปสำรวจแนวคิดของสถาบันการออกแบบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ไอโฟน อิเกีย มูจิ ก็มาจากเขานี่ล่ะ

Bauhaus Imaginista นิทรรศการที่พาไปสำรวจแนวคิดของสถาบันการออกแบบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
January 15, 2020 Bangkok time
ถ้าเราบอกว่า ตึกรามบ้านช่องที่เราเห็นจนชินตา รวมไปถึงของใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง ไอโฟน, อิเกีย หรือ มูจิ ล้วนได้รับอิทธิพลในด้านแนวคิดการออกแบบมาจากที่เดียวกัน คงดูไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมล่ะ แต่เชื่อเถอะนะ เพราะสิ่งของเครื่องใช้และสถาปัตยกรรม รวมไปถึงสไตล์การออกแบบภายในที่เราเห็นจนชินตาในยุคปัจจุบัน ล้วนได้รับอิทธิพลด้านความคิดการสร้างสรรค์มาจากสถาบันศิลปะและการออกแบบที่เคยเปิดทำการในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งมีชื่อว่า สถาบันเบาเฮาส์ และตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เราก็จะได้ไปสำรวจแนวคิดและวิวัฒนาการของสถาบันที่กลายเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคสมัยใหม่แห่งนี้ ใน Bauhaus Imaginista Exhibition นิทรรศการสัญจรจากสถาบันภาษาและวัฒนธรรมเยอรมันเกอเธ่ ซึ่งได้เดินทางไปจัดมาแล้วทั่วโลก จนในที่สุดก็ถึงคิวกรุงเทพฯ บ้านเรา ที่จะได้ต้อนรับอิเวนต์ระดับโลกงานนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 ม.ค. - 9 ก.พ. ที่ Bacc หอศิลปะวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
 
 
สถาบันเบาเฮาส์สมัยที่ยังเปิดทำการ
 

สถาบันเบาเฮาส์

 
เบาเฮาส์ ก่อตั้งในปีค.ศ. 1919 ที่เมืองไวมาร์ ประเทศเยอรมนี โดยมีสถานะเป็นโรงเรียนนานาชาติที่จัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับศิลปะและการออกแบบแทบทุกแขนง ไล่ตั้งแต่จิตรกรรม ประติมากรรม เซรามิก การถ่ายภาพ การออกแบบผลิตภัณฑ์ ภาพยนตร์ ละครเวที การตกแต่งภายใน และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ลักษณะสำคัญของการเรียนการสอนที่ทำให้สถาบันกลายเป็น อาร์ตมูฟเมนต์ หรือ ขบวนการเคลื่อนไหวทางศิลปะ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20 ก็คือการดึงศิลปะให้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน นักเรียนและอาจารย์ที่เบาเฮาส์เขาเชื่อว่า ศิลปะไม่ใช่แค่งานที่ต้องเสพหรือมีไว้ชื่นชมในแกลเลอรีหรือพิพิธภัณธ์เท่านั้น แต่สามารถอยู่ในข้าวของเครื่องใช้ หรือแม้กระทั่งในรูปแบบของที่อยู่อาศัย ซึ่งแนวคิดที่เริ่มต้นที่เบาเฮาส์นี้ ได้ส่งอิทธิพลต่อการสร้างงานศิลปะและงานออกแบบมาจนถึงปัจจุบัน
 
 
 
ผลงานของครูและลูกศิษย์ที่สถาบันแห่งนี้ยังมีเอกลักษณ์ที่เห็นได้ชัดเจน จนทำให้เกิด สไตล์ศิลปะแบบเบาเฮาส์ ซึ่งเป็นสไตล์การสร้างสรรค์ที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในขบวนการศิลปะสมัยใหม่ เอกลักษณของ ‘ความเบาเฮาส์’ ก็คือการเน้นความเรียบง่ายแบบมินิมอล (ใช่แล้ว ความมินิมอลที่เราคุ้นหูคุ้นตากันในทุกวันนี้ก็มาจากเบาเฮาส์นี่แหละ) และรูปแบบจีโอเมทรีที่เห็นเส้นตัดชัดเจน ในแง่ของการใช้งาน เบาเฮาส์ยังเป็นผู้นำแนวคิดเรื่องการคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยก่อนความสวยงามของฟอร์มหรือรูปแบบ นอกจากนี้เบาเฮาส์ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการออกแบบเป็นอย่างยิ่ง ศิลปินจากสถาบันนี้จึงมักเป็นนักคิดค้นนวัตกรรมไปด้วย ซึ่งการให้ความสำคัญกับทั้งดีไซน์และนวัตกรรมก็เป็นแนวคิดที่ตกทอดมาสู่แบรนด์สินค้าไอทีและเฟอร์นิเจอร์ดัง ๆ ที่เราใช้กันในปัจจุบันนั่นแหละ
 
 
 
การตกแต่งภายในและสถาปัตยกรรมสไตล์เบาเฮาส์ที่ยังคงเห็นได้ในปัจจุบัน
 

Bauhaus Imaginista

 
เนื่องจากเบาเฮาส์ได้กลายเป็นแนวคิดสำคัญของยุคนั้น ที่ขยายขอบเขตออกไปกว้างไกลกว่าแนวคิดทางศิลปะ ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของเบาเฮาส์ แนวคิดเรื่องความก้าวหน้าและการสนับสนุนเทคโนโลยีและความคิดใหม่ ๆ ของเบาเฮาส์ยังส่งอิทธิพลต่อแนวคิดทางสังคมและการเมืองของคนในยุคนั้น จนทำให้ให้ในปี 1933 พรรคชาติสังคมนิยมเยอรมันก็ได้มีคำสั่งให้ปิดสถาบันแห่งนี้ และมีการบังคับใช้ความรุนแรงกับคนในสถาบัน จนทำให้ศิลปินและนักคิดของเบาเฮาส์หลายคนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ แต่กลายเป็นว่า เหตุการณ์กวาดล้างและการหลบหนีของเหล่าศิลปิน กลับทำให้แนวคิดของเบาเฮาส์ได้รับการเผยแพร่และไปเบ่งบานในที่อื่น ๆ ทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น แนวคิดของเบาเฮาส์ยังได้เติบโตและมีวิวัฒนาการผสานไปกับวัฒนธรรมและแนวคิดท้องถิ่นในประเทศนั้น ๆ ที่ศิลปินได้เข้าไปพำนักอยู่ด้วย
 
Bauhaus Imaginista คือนิทรรศการสัญจรที่จัดโดยสถาบันเกอเธ่มาตั้งแต่ปี 2019 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างเบาเฮาส์กับวัฒนธรรมของเมืองที่นิทรรศการนี้เดินทางไปเยือน และเพื่อสำรวจอิทธิพลของแนวคิดเบาเฮาส์ในระดับสากล 
 
ทั้งนี้ Bauhaus Imaginista เดินทางไปเยือนประเทศต่าง ๆ มาแล้วทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา, กรีซ, เกาหลี, จีน, ปุ่น, โมร็อกโก, รัสเซีย, อังกฤษ และในที่สุด ปลายเดือน ม.ค. นี้ Bauhaus Imaginista ก็จะเดินทางมาถึงเยือนไทยแล้ว
 
 
Bauhaus Imaginista ที่ เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น
 

Bauhaus Imaginista ที่ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
 
นิทรรศการจะถูกแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อหลัก คือ "Bauhaus Manifesto" ที่จะพาเราไปสำรวจแนวคิดและการเรียนการสอนที่สถาบันเบาเฮาส์ ที่นำไปสู่การเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางศิลปะสำคัญแห่งยุค ผ่านการจัดแสดงผลงานในปี 1919 ของ วอลเตอร์ โกรปิอุส ผู้ก่อตั้งสถาบันเบาส์เฮาส์
 
 
ส่วนที่สองคือ "Carpet" ที่จะสำรวจการหยิบยืมทางวัฒนธรรมในการสร้างสรรค์ผลงานสไตล์เบาเฮาส์ ผ่านการจัดแสดงงานจิตรกรรมปี 1927 ของ พอล คลี ศิลปินคนสำคัญแห่งยุคเบาเฮาส์
 
 
ในส่วนที่สาม "Collage" จะเป็นการฉายภาพยนตร์ปี 1926 ที่กำกับโดย มาร์เซล บรอยเออร์ นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์คนสำคัญ (ผู้ออกแบบเก้าอี้รูปทรงเรียบง่ายที่ตั้งชื่อตามเจ้าตัว และเป็นต้นแบบให้เก้าอี้ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เก้าอี้อิเกียหลายรุ่นก็ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจากเขา) เพื่อชวนผู้ชมไปสำรวจวิวัฒนาการงานดีไซน์
 
 
ส่วนสุดท้าย "Reflektorische Farblichtspiele" จะเป็นการจัดแสดงอุปกรณ์เล่นแสงสี ซึ่งเป็นผลงานปี 1922 ของศิลปินที่เป็นผู้บุกเบิกศิลปะแห่งรูปทรงและเงาสะท้อน ควร์ต ชแวร์ตเฟเกอร์ ในรูปแบบของเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตการทดลองแสงเสียง 
 
 
ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นพื้นที่นิทรรศการที่ได้รับการออกแบบโดยศิลปินชาวสวีดิชชื่อดังอย่าง ลุกา ฟราย ที่จะนำเสนอความเป็นเบาเฮาส์ด้วยผลงานออกแบบตั้งแต่ประติมากรรม แสง สี เสียง รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ตั้งอยู่ในงานด้วย
 
งานนี้เข้าชมฟรี และจะมีพิธีเปิดในวันที่ 22 ม.ค.นี้ ส่วนนิทรรศการจะจัดแสดงไปถึงวันที่ 9 ก.พ. ที่ Bacc หอศิลปะวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร คอศิลปะและเหล่าเนิร์ดงานดีไซน์ห้ามพลาดเด็ดขาด นี่คือโอกาสที่เราจะได้เรียนรู้และสัมผัสขบวนการเคลื่อนไหวทางศิลปะที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกอย่างลึกซึ้งและใกล้ชิด และได้รับชมผลงานของศิลปินผู้ริเริ่มและให้กำเนิดศิลปะสไตล์นี้แบบของจริง 
 
AdSense
AdSense
AdSense