Skip to main content
AdSense

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อศิลปินกราฟิตี้สุดลึกลับ Banksy ตัดสินใจเปิด Online Store ขายผลงานตัวเอง

มีเงินอย่างเดียวก็ซื้อไม่ได้ 

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อศิลปินกราฟิตี้สุดลึกลับ Banksy ตัดสินใจเปิด Online Store ขายผลงานตัวเอง
October 21, 2019 Bangkok time
หลายคนเมื่อนึกถึงศิลปะกราฟิตี้อาจจะมีมุมมองว่าการเขียนหรือการวาดด้วยสีสเปรย์บนกำแพงสาธารณะและตึกรามบ้านช่องนั้น ดูเป็นการเสียมารยาทและละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จนการเพ้นต์กำแพงถือเป็นการทำผิดกฏหมายในบางประเทศ แต่ศิลปะบนกำแพงเหล่านี้หากเพ่งมองดูดี ๆ ก็มีความหมายมากกว่าความคึกคะนองของวัยรุ่นทั่วไป เพราะมันต่างแฝงไปด้วยเจตนารมณ์และแนวคิดของผู้ที่สร้างมันขึ้นมา เช่นเดียวกับ Banksy ศิลปินกราฟิตี้สุดลึกลับที่สร้างมูลค่าทางผลงานด้วยความหมายแสนจะแสบสันและคมคาย ซึ่งล่าสุดหลังจากทำงานสตรีตอาร์ตตั้งแต่ชิ้นน้อยไปจนถึงชิ้นใหญ่ เขาก็ออกมาผลิตผลงานผ่านทางช่องทางออนไลน์กับเวปไซด์ออนไลน์สโตร์ Gross Domestic Product™
 
 
 
แม้เราจะไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่รู้หน้าค่าตา ไม่เคยฟังน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจริง ๆ ของ Banksy แต่แฟน ๆ ก็รู้กันดีว่าเขาเป็นชาวเกาะอังกฤษโดยแท้และเริ่มสร้างงานศิลปะบนกำแพงตั้งแต่ยุค 90s โดยเป็นเวลากว่า 30 ปีที่เขาไล่เที่ยวฉีดสเปรย์ลงบนกำแพงในหลายประเทศทั่วโลก เพื่อสะท้อนและเสียดสีเหตุการณ์ทางการเมือง วิถีชีวิต และมุมมองที่ทำให้ชาวโลกฉุกคิดกับประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วไป จะบอกว่าเขาเป็นศิลปินกราฟิตี้อย่างเดียวก็คงไม่ใช่ เพราะเขาไม่ได้ผลิตผลงานเพียงแค่ศิลปะบนกำแพง แต่รวมไปถึงงาน Installation, Painting, Sculpture และ Film ซึ่งงานทั้งหมดก็ยังคงคุมโทนสอดแทรกประเด็นที่เลวร้ายแต่งดงามตามสไตล์ Banksy
 
เครดิตภาพจาก handluggageonly.co.uk
 
เครดิตภาพจาก www.eadt.co.uk
 
ด้วยชื่อเสียงและมูลค่าของผลงานแต่ละชิ้นที่ถูกประมูล เราคอนเฟิร์มได้เลยว่า Banksy คนนี้น่ะรวยเละเป็นมหาเศรษฐี ซึ่งเงินที่เขาได้มาก็นำมาต่อยอดงานศิลปะของเขาเองนี่แหละ เพราะงานบางชิ้นที่เขาสร้างเป็นงานที่ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลเช่นกัน อย่างการสร้างสวนสนุก Dismaland มาเสียดสี Disneyland ก็เคยเปิดทำการจริง ๆ จัง ๆ ก่อนจะปิดตัวไปในปี 2015 จุดนี้ถ้าเงินไม่หนาจริง คงทำไม่ได้ หรือแม้แต่การเล่นพิเรนทร์แบบไม่ไว้หน้าใครก็เคยทำมาแล้ว อย่างการปริ้นต์ธนบัตรปลอมเป็นรูปเจ้าหญิงไดอาน่าแล้วนำไปโปรยตามที่สาธารณะ จนมีคนเอาไปใช้จ่ายจริง ๆ หรือการกดปุ่มออกคำสั่งทำลายชิ้นงานที่โด่งดังที่สุด Girl with the Balloon ทันทีที่ปิดประมูล (แต่ก็ทำให้ผลงานของเขาถูกเพิ่มมูลค่าเป็น 2 เท่า) นอกจากเขาจะมีอารมณ์ขันแบบตลกร้ายและรวยสุด ๆ แล้ว ยังใจเด็ดเอาเรื่องตามสไตล์ศิลปินกราฟิตี้ที่ต้องคอยลี้ตำรวจ
 
 
 
และประเด็นการหนีตำรวจก็เป็นสาเหตุหลักที่เขาเลือกใช้เทคนิค Stencil ในการเพ้นต์กำแพง เพราะการใช้เทคนิคนี้ทำให้เขาประหยัดเวลาในการสร้างงานแต่ละชิ้นได้มาก รีบละเลง รีบไป แล้วหลงเหลือผลงานศิลปะที่ฟาดใจไปได้หลายคน นอกจากนี้ Banksy ยังเป็นประชากรโลกที่ติดตามข่าวสารตลอดเวลา เพราะไม่ว่าจะมีประเด็นอะไร เขาก็ตามเทรนด์ได้ทันตลอด แถมเนื้อหาที่ถ่ายทอดออกมาแต่ละครั้งก็ก้าวทันยุคสมัย ล่าสุดหลังจากที่เคยมาเปิดชอปหน้าร้านที่กรุงลอนดอน เขาตัดสินใจมาบุกโลกออนไลน์เสียที ด้วยการเปิดออนไลน์สโตร์ Gross Domestic Product™  ที่นำสินค้าสไตล์ Banksy มาวางขาย แต่ก็นะ มีเงินมากแค่ไหนแค่จะประมูลให้ชนะยังยากเลย ซึ่งในออนไลน์สโตร์ก็มีทีเด็ดมาดักนักสะสมผลงานศิลปะเช่นกัน
 
 
โดยสินค้าทั้งหมดในร้านจะต้องจ่ายเป็นสกุลเงินยูโร ซึ่งจะมีสินค้าตั้งแต่ราคา 10 ปอนด์ไปจนถึง 850 ปอนด์ บางชิ้นจะแถมลายเซ็นของ Banksy ด้วยเช่นกัน แต่สินค้าทั้งหมดก็เป็นเช่นเดียวกับผลงานศิลปะที่สร้าง คือเน้นเนื้อหาแต่ไม่เน้นใช้งาน อย่าง Cluch Bag ก็ทำมาจากอิฐกับสายกระเป๋า โดยเขาระบุฟังก์ชันไว้ว่าเหมาะสำหรับคนที่ไม่จำเป็นต้องพกพาสิ่งของมาก แต่ต้องการจะฟาดหน้าใครซักคน(สำหรับบางคนอาจจะมองว่าเน้นใช้งาน) หรือจะเป็นป้ายหลุมศพที่เขียนจั่วไว้ว่า You Have Now Reached Your Destination สำหรับของขวัญให้กับคนที่มีทุกอย่างแล้วจนไม่รู้จะซื้ออะไรให้ดี อารมณ์ขันแบบตลกร้ายนี่เขาเหลือล้นจริง ๆ คน ๆ นี้
 
 
นอกจากนี้ยังมีโปรดักส์ที่เขาทำมาล้อเลียนผลงานของตนเอง อย่าง Girl with the Balloon ที่ทำมา 2 เวอร์ชัน คือเสื้อยืดสกรีนลายเป็นเวอร์ชันยังไม่โดนทำลายกับเสื้อชายรุ่ยเป็นเวอร์ชันที่ถูกทำลาย และยังมีสินค้าสาขาตกแต่งบ้านอย่างนาฬิกาแขวนผนังที่สกรีนลาย 14th Street ,พรมล้อเลียนตัวการ์ตูนเสือ Tony สำหรับมังสวิรัติ, ทีวีลาย Season’s greetings และแก้วมัค สินค้าแต่ละชิ้นจะมีจำนวนจำกัด และบางชิ้นก็จะมีขายเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น อย่างเสื้อกั๊กกันกระสุนที่ Stormzy บริติชแรปเปอร์เคยใส่ในงาน Glastonbury Festival จะวางขายเพียงแค่ชิ้นเดียว
 
 
อย่างไรก็ตามแม้เราจะตกใจกับราคาที่เขาตั้งเอาไว้ว่าไม่ได้สูงเท่าราคาประมูลทั่วไป แต่ก็ใช่ว่าเราจะสามารถซื้อสินค้าเขาได้ง่าย ๆ เพราะเมื่อลองกดเลือกสินค้าลงในตระกร้า ก่อนจะถึงขั้นตอนชำระเงินเราต้องตอบคำถาม Why does art matter? ภายใน 50 คำเพื่อที่ Banksy จะสามารถคัดเลือกลูกค้าที่มีอารมณ์ขันมากพอในการตอบคำถาม และทุกคำตอบจะถูกตัดสินอย่างเป็นกลาง โดยมี Adam Bloom นักแสดงตลกนั่งแท่นเป็นกรรมการคอยตัดสินและคัดเลือกคำตอบที่ถูกใจมาจำนวนหนึ่งแล้วทำการสุ่มผู้โชคดี เรียกได้ว่านอกจากรวยแล้วต้องเฮงด้วยกว่าจะคว้าผลงานเขามาได้ สามารถเข้าไปส่อง Online Store ได้ที่ shop.grossdomesticproduct.com ส่วนใครอยากจะลองซื้อก็ต้องลุ้นกันหน่อยนะ 
AdSense
AdSense
AdSense