ย้อนไปเพียง 2 ปีก่อนเมื่อปี 2015 กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเปิดตัวแอป Bangkok Street Food ที่พาเราไปตามพิกัดร้านดังกว่า 100 แห่ง ทั้งนายเล็กก๋วยจั๊บน้ำใสตรงสะพานเหลือง ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่นายฮ้งปากซอยลูกหลวง 8 และกระเพาะปลาตุ๋นน้ำแดงปากซอยอารีย์
เหมือนที่ตำรวจหลายคนใช้ Uber เพื่อจับคนขับอย่างสะดวกสบาย ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่สามารถใช้แอปที่ว่านี้หรือเวบไซต์อย่าง wongnai.com เป็นลายแทงเพื่อย้ายแม่ค้าพ่อค้าที่เปิดร้านบนทางเท้าออกจากพื้นที่
ภายในเวลา 2 ปีสิ่งที่ผู้บริหารกรุงเทพมหานครมองว่าเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวได้กลายเป็นปัญหาที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน โดยนายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้สัมภาษณ์กับ Voice TV ว่ากทม.กำลังวางแผนย้ายร้านอาหารผิดกฎหมายออกจากบนทางเท้าทั้งหมดเพื่อคืนพื้นที่ฟุตปาธให้คนเดินเท้าภายในสิ้นปีนี้

ไม่ใช่แค่เจ้าของร้านเหล่านี้เท่านั้นที่ไม่ชินกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากสิ่งที่ทำกันมาเป็นสิบๆ ปี เราเชื่อว่าหลายคนก็เช่นกันที่ไม่รู้จะรู้สึกยังไงกับเหตุการณ์นี้
มันง่ายกว่ามากเมื่อเราเปรียบเทียบร้านค้าเหล่านี้กับปัญหามอเตอร์ไซค์บนทางเท้า แต่ความจริงที่หลายร้านเป็นส่วนสำคัญของการใช้ชีวิตสำหรับหลายคน และอาจจะนับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ไปแล้ว
เรากำลังจะได้ฟุตปาธที่โล่งสะอาด แต่จะไม่มีร้านจิ้มจุ่ม ต้มเลือดหมู หรือร้านลาบริมถนนเหมือนก่อน

สุขุมวิทซอย 38 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
มันอาจจะเป็นการตีโพยตีพายเกินเหตุสำหรับคนทำงานออฟฟิศอย่างเราที่จะมาบ่นเรื่องนี้ เรารู้ว่าเราจะไม่อดตายหรือลำบากในการหาของอร่อยกิน และบะหมี่เกี๊ยวกับหมูปิ้งก็มีขายในเซเว่นมานานแล้ว
แต่ผลกระทบต่อเราของการหายไปจากถนนของร้านเหล่านี้ ก็คงไม่เหมือนกันกับคนที่ไปกินบ่อยๆ หรือคนที่ต้องพึ่งร้านเหล่านี้ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ
ล่าสุดกทม.ได้ประกาศผ่อนปรนให้กับบรรดาร้านรถเข็นริมทางบนถนนเยาวราชและข้าวสาร ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากทม.รู้ดีว่าสตรีทฟู้ดเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่เสียใจด้วยกับคนกรุงเทพฯ ส่วนมากที่ใช้ชีวิตอยู่บนถนนเส้นอื่นๆ
นอกจากคำถามของเราว่า “แล้วสวนหลวง ยศเส สะพานเหลือง เจริญกรุง และสุขุมวิทหละ?” คือคำถามว่าอะไรคือลำดับความสำคัญในการบริหารจัดการเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ

สุขุมวิทซอย 38 ปัจจุบัน
กรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สามย่านกลายเป็นบ้านของสวนขนาดใหญ่ที่ควรจะกลายเป็น Silicon Valley สำหรับสตาร์ทอัพ พื้นที่บริเวณโรงแรมดุสิตธานีกำลังจะกลายเป็นห้างแห่งใหม่ สวนลุมไนท์บาซ่าร์เก่าก็กำลังจะกลายเป็นตึกสูง
ที่ฟากตะวันตกของเมืองแม่น้ำก็กำลังจะถูกทำให้แคบลงเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเท้าสวยงามเลียบเจ้าพระยา และบาร์ฝรั่งธีมจีนก็เข้าไปเช่าอาศัยในตึกเก่าไม่ไกลจากเยาวราช ในขณะที่ความเจริญทำให้ค่าเช่าที่พักในเมืองแพงเกินกว่าคนเริ่มทำงานจะเช่าอาศัยได้ รถเมล์ฟรีถูกยกเลิกและค่าโดยสารรถไฟฟ้าจากรอบนอกเข้าเมืองก็เพิ่มสวนทาง

เมื่อถึงปีหน้าที่ร้านเกาเหลา จิ้มจุ่ม และหมูปิ้งทั้งหมดคงจะหลบจากบนทางเดินเท้าไปอยู่ตามซอยหรือใต้ชายคาตึกแถวนั้น เราไม่รู้ว่าชีวิตบนบาทวิถีของกรุงเทพของคนส่วนมากจะดีขึ้นหรือแย่ลง บางทีในอีก 5 ปีครั้งหน้าเราอาจจะมองกลับมาแล้วขอบคุณผู้บริหารกทม.ทุกคนสำหรับเมืองที่โล่งและเดินง่ายก็ได้
แต่จากประสบการณ์ที่มีต่อเมืองนี้มาทั้งชีวิตเราอดไม่ได้ที่จะคิดว่าบางทีมันก็คือความสกปรก ยุ่งเหยิงและไม่เป็นระเบียบนี่แหละ ที่ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองในแบบที่เราทั้งรักทั้งเกลียดสลับไปมาใน 24 ชั่วโมง