หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าตอนนี้หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ บ้านเรากำลังกลายเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะทดลองหลากแขนง ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะแนวจัดวาง วิดีโออินสตอลเลชัน เพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ต หรือแม้กระทั่งภาพยนตร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในโครงการเมกะโปรเจกต์ที่รุกคืบเข้ามาในบ้านเราอย่างเงียบ ๆ ที่ชื่อว่า Unfolding Kafka Festival 2019 นั่นเอง

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงงานที่เป็นชื่อเรื่อง ก็ขอเกริ่นถึงโปรเจกต์หลักสักหน่อยดีกว่า โดย Unfolding Kafka Festival เป็นเทศกาลศิลปะนานาชาติร่วมสมัย ที่จัดต่อเนื่องกันทุก 2 ปี ในประเทศไทย และปีนี้ก็จัดเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. - 15 ธ.ค. 2019 ซึ่งพื้นที่จัดแสดงงานจะกระจายตัวอยู่ทั่วใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ โดยหัวเรือใหญ่ที่รับหน้าที่จัดงานก็คือ คุณจิตติ ชมพี ศิลปินเพอร์ฟอร์แมนซ์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย และผู้ก่อตั้ง 18monkeys Dance Theatre ซึ่งคุณจิตติได้รับแรงบันดาลใจจากการแสดงเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตของ อิซาแบล ชาด และ ลอเรนต์ โกลด์ริง ที่ชื่อว่า Der Bau ในปี 2014 ที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นการแสดงที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายของนักเขียนชาวเยอรมันชื่อดัง ฟรานซ์ คาฟคา ที่ทำให้คุณจิตติเกิดแรงบันดาลใจในการนำผลงานของคาฟคามาถ่ายทอดในสื่อศิลปะแขนงอื่น ๆ จึงเป็นที่มาของชื่องานและคอนเซปต์งาน Unfolding Kafka Festival ที่เชิญศิลปินมาช่วยกันตีความงานเขียนและข้อคิดของคาฟคาผ่านงานศิลปะหลากแขนง
คุณจิตติ ชมพี
Unfolding Kafka Festival ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันภาษาและวัฒนธรรมเยอรมัน เกอเธ่ เนื่องจากเป็นงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนักเขียนชื่อดังชาวเยอรมันนั่นเอง ซึ่งในปีนี้ผู้ที่เข้ามาสนับสนุนเทศกาลครั้งนี้คือ เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ที่ทำให้เราได้เห็นศิลปินจากญี่ปุ่นมาร่วมแสดงผลงานในเทศกาลครั้งนี้ด้วย และ อัตสึโกะ นาคามุระ ก็คือศิลปินชาวญี่ปุ่นที่เราตามไปดูงานกันในวันนี้
สิ่งที่ทำให้เราสนใจจนดั้นด้นตามไปดูผลงานของนาคามุระในครั้งนี้ก็คือ ภาพเศษไม้นับพันชิ้นที่ถูกนำมาประกอบร่างใหม่ให้เป็นศิลปะแนวจัดวางขนาดใหญ่ที่ดูขัดกับสิ่งก่อสร้างที่เป็น เราเลยหาข้อมูลของงานชิ้นนี้และพบว่า มันซ่อนตัวอยู่อย่างลับแลในโรงแรมโรสกรุงเทพ ในซอยหน้าวัดหัวลำโพง ในย่านสุรวงศ์นั่นเอง
ว่าแล้วเราก็เดินทางซอกแซกเข้าซอยไปยังโรงแรมโรสกรุงเทพอันเป็นสถานที่จัดงาน เมื่อเข้าไปในล็อบบี้ของโรงแรม เราก็พบเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลกับเราอยู่ โดยงานนิทรรศการของ อัตสึโกะ นาคามุระ ครั้งนี้มี 3 ชิ้นด้วยกัน แบ่งเป็น 2 ชิ้นเล็กที่จัดอยู่ในห้องพักของโรงแรม ภายในห้อง 501 ที่ป็นศิลปะแนวจัดวางขนาดกลาง และภายในห้อง 502 ที่เป็นวิดีโออาร์ต
บรรยากาศในโรงแรมโรสกรุงเทพ
สำหรับงานชิ้นแรกที่เราได้ชมก็เป็นงานศิลปะจัดวางขนาดกลางที่จัดแสดงอยู่ในห้องโรงแรม โดยความหมายทั่วไปของงานศิลปะจัดวางก็คืองานศิลปะ 3 มิติ ที่ทำงานร่วมกับพื้นที่ (Space) ที่งานชิ้นนั้นตั้งอยู่ จนทำให้การรับรู้ของผู้ชมที่มีต่อพื้นที่นั้นเปลี่ยนแปลงไป หรือกล่าวง่าย ๆ ก็คืองานศิลปะที่ทำให้เกิดการตีความหมายพื้นที่ใหม่นั่นเอง
งานชิ้นแรกที่อยู่ในห้อง 501 มีชื่อว่า "A Metamorphasis of a Man" ที่นาคามุระได้แรงบันดาลใจในการสร้างผลงานชิ้นนี้จากแนวคิดเรื่อการปะทะกันระหว่างเนื้อแท้ของมนุษย์กับเหตุผลในโลกความเป็นจริง ที่เราจะต้องพยายามรักษามันให้สมดุล แต่ในบางครั้งมันก็เกินอัดอั้น และต้องถูกปลดปล่อยออกมาในพื้นที่ส่วนตัว

นาคามุระจึงสร้างศิลปะจัดวางที่ทำมาจากชิ้นไม้มากมาย จัดวางโครงสร้างให้เลื้อยเต็มพื้นที่ห้องพักและทะลุออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อสื่อถึงเนื้อแท้ของมนุษย์ที่ถูกกดทับและบิดไปบิดมาอย่างเงียบงันในพื้นที่ของจิตใจและความคิด โดยที่พื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องในโรงแรมก็คือภาพแทนภายในห้วงความคิดของมนุษย์นั่นเอง


ถัดมาในห้อง 502 จัดแสดงผลงานวิดีโออาร์ต 2 ชิ้น เมื่อเราเดินเข้ามาในห้องก็จะเจอกับงานชิ้นแรกที่แทรกตัวอยู่ในห้องน้ำทางด้านซ้ายมือ งานชิ้นนี้มีชื่อว่า "Arbitrary Notion" โดยมีภาพวิดีโอฉายบนกำแพงห้องน้ำ เป็นภาพของคนที่พยายามกำจัดฝูงมดที่เดินป้วนเปี้ยนอยู่ในบ้าน นาคามุระบอกว่า แรงบันดาลใจของงานชิ้นนี้มาจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน วันหนึ่งเธอพบมดกว่า 30 ตัว ยั้วเยี้ยอยู่ในถังขยะและตู้ในห้องครัว เธอจึงพยายามหาทางกำจัดพวกมัน วันเวลาผ่านไปเธอก็พบว่าเธอฆ่าพวกมันไม่หมดเสียที และเธอก็ต้องฆ่ามันทุกวัน ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอรู้สึกตกใจกับการกระทำของตัวเอง ที่ปลิดชีพสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ไปมากมาย

ถัดมาในบริเวณห้องนอนคือผลงานชื่อว่า "Invasion" พื้นที่ตรงนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นที่ขึงผ้าใบเพื่อฉายวิดีโอ และมีธงชาติญี่ปุ่นที่สภาพเก่าและขาดวิ่น 2 ผืน วางอยู่บนพื้น เนื้อหาในวิดีโอเป็นการเปรียบเทียบการกระทำความรุนแรงของกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงคราม สลับกับภาพการรุกรานรังมด ที่ศิลปินพยายามกำหนดทิศทางให้มดเดินเป็นแถวไปในนางที่เธอเลือก เมสเสจที่ศิลปินต้องการจะสื่อก็คือ อำนาจของรัฐญี่ปุ่นที่เข้ามาจัดการการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนคนญี่ปุ่น โดยที่มดสื่อถึงคนในสังคม และผู้บุกรุกก็คือรัฐที่พยายามจะชี้ทิศทางให้คนเดินตามนั่นเอง

มาถึงชิ้นไฮไลต์ของงานที่เป็นศิลปะจัดวางความสูง 2 เมตร ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของโรงแรม ที่เราต้องปีนบันไดต่อขึ้นไปจากชั้น 5 ผลงานชิ้นนี้มีชื่อว่า "Jigami Sound of Vitality"

ผลงานชิ้นนี้รวมถึงชิ้นที่อยู่ในห้อง 501 เป็นงานที่อยู่ในซีรีส์เดียวกัน โดยสิ่งที่นาคามุระต้องการจะสื่อถึงก็คือธรรมชาติที่มีชีวิต ในผลงานซีรีส์ชุดนี้ เขารวบรวมกิ่งไม้เศษไม้ที่ไร้ชีวิต แล้วมาประกอบร่างเพื่อคืนชีวิตให้มันใหม่ในรูปร่างใหม่ โดยไม้เหล่านี้คือภาพแทนของธรรมชาติที่หาทางมีชีวิตได้ใหม่อยู่เสมอ แม้ว่าจะถูกรุกรานโดยพื้นที่เมือง ธรรมชาติในทัศนคติของเขาจึงมีลักษณะเหมือนกับภูติผีที่แม้จะถูกทำให้ไร้ชีวิต แต่ก็กลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่ได้เสมอ และมันก็ปรับตัวให้อยู่รอดได้เสมอมา


สำหรับใครที่อยากไปลองค้นหางานชิ้นนี้ ก็ไปชมกันได้ถึงวันที่ 15 ธ.ค.นี้ หรือใครที่สนใจว่างานในโปรเจกต์ Unfolding Kafka Festival มีอะไรอีกแบบ แสดงที่ไหน เมื่อไหร่ ก็เข้าไปติดตามกันได้ที่ หน้าเพจ ของนิทรรศการ หรือเข้าไปดูที่ เว็บไซต์ ของเขาก็ได้จ้า
Atsuko Nakamura Installations จัดแสดงที่ โรงแรมโรสกรุงเทพ ถ.สุรวงศ์ เวลาทำการ วันพุธถึงวันอาทิตย์ 12.00 – 18.00 น. เข้าฟรีไม่เสียค่าเข้าชม