ใคร ๆ ก็รู้แหละว่าย่านอารีย์นั้นขึ้นชื่อลือชาเรื่องคาเฟ่และร้านอาหารสแตนด์อโลนทั้งหลายแหล่ แต่ในทางกลับกัน หลายคนดันไปยึดติดแค่ ซ.อารีย์ (ในอีกชื่อคือ ซ.พหลโยธิน 7) เท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว 'อารีย์' ในปัจจุบันคือคอมมูนิตี้ที่ขยายตัวออกไปรอบทิศทางและไม่ได้มีร้านดี ๆ กระจุกรวมกันอยู่ที่ฝั่ง ซ.พหลโยธินเลขคี่เท่านั้น เชื่อว่าหลายคนที่ยังไม่เคยข้ามไปฝั่งซ.พหลโยธินเลขคู่ อย่าง ซ.พหลโยธิน 2 ซ.พหลโยธิน 4 ไปจนถึง ซ.พหลโยธิน 8 จะต้องกรีดร้องแรงมาก ถ้ารู้ว่ามีทีเด็ดซ่อนอยู่เพียบ
ซึ่งไหน ๆ วันนี้เราก็ได้รถ New Mazda2 มาลองขับพอดี เลยขออาสารับหน้าที่พาขับรถทัวร์ตะลุย ซ.พหลโยธินฝั่งเลขคู่ในโซนย่านอารีย์ พร้อมปักหมุดร้านจี๊ด ๆ ที่ซ่อนอยู่ในแถบนี้มาให้ทุกคนได้ขับรถตามไปตำกัน!
MTCH NEW!

บาร์ชาเขียวร่วมสมัยที่เพิ่งเปิดใหม่ล่าสุดแบบสด ๆ ร้อน ๆ ใครจะมาร้านนี้เราบอกเลยว่าควรรีบมากันแต่เช้าสักหน่อย เพราะถ้ามาช้า รับรองเจอคิวยาวเหยียดต้องนั่งรอกันเกือบชั่วโมงแน่นอน! โชคดีที่วันนี้เราแวะรับเพื่อนตามเบี้ยบ้ายรายทางแล้วรีบออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้า ร้าน MTCH เลยยังคนไม่เยอะ เลยได้แวะนั่งจิบชาเขียวสายลึกกับชาวแก๊งแบบฟิน ๆ พร้อมสั่งใส่แก้วกลับบ้านไปแบ่งกันชิมบนรถด้วย

ส่วนเมนูที่มาแล้วไม่อยากให้พลาด คือ Asahi MTCH™ Cold Whisk Latte (190 บาท) ชาเขียวมัทฉะสายพันธุ์ Asahi ที่ไม่เกี่ยวข้องแต่อย่างใดกับเบียร์แดนอาทิตย์อุทัย หากแต่ชื่ออาซาฮีที่มีความหมายว่า 'Morning Sun' นี้เป็นชื่อที่ตระกูลคาวาคูชิ ตระกูลนักคั่วชาอันเลื่องชื่อที่โอซาก้าตั้งขึ้นเพื่อกล่าวขานถึงรสชาติและอะโรม่าในโทนฟลอรัลคล้ายดอกไม้บานในยามเช้าของมัทฉะชนิดนี้ เมื่อนำเอามาชงด้วยเทคนิคพิเศษอย่าง Cold Whisk หรือการสกัดชาด้วยนมเย็น จะเกิดเป็นมัทฉะลาเต้รสชาติอูมามิ ได้เท็กซเจอร์ความเข้มข้นแบบฟูลบอดี้ ความพิเศษคือตัวนี้เขาใช้ผงชามากถึง 8 กรัม จากที่แก้วทั่วไปใช้แค่ 4 กรัม ใครรู้ตัวว่าเป็นสายเขียวเข้มจงมาลอง แต่ระวังตาค้างก็แล้วกัน



ข้อดีของการรวมแก๊งเพื่อนมาในรถคันเดียวเพื่อตะลุยย่านอารีย์นั้น คือความคล่องตัวในเรื่องที่จอดรถ ไม่ต้องหาที่จอดหลายคันให้วุ่นวาย ส่วนใครที่กำลังคิดว่าเรามากันเยอะขนาดนี้ จะเบียดกันบนรถคันเดียวได้ยังไง!? จุด ๆ นี้ต้องขอบอกเลยว่า ด้วยการดีไซน์ที่นั่งภายในของ New Mazda2 ที่เขาคำนึงถึงความสะดวกสบายของคนนั่งเป็นหลัก เห็นรถคันเล็ก ๆ คล่องตัวแบบนี้ แต่ภายในกว้างขวางนั่งสบายกว่าที่เห็นเยอะ! จะมาพร้อมแก๊งเพื่อนแน่นรถก็ไม่ต้องกังวลว่าจะนั่งเบียดกันจนไม่สบายตัว ชอบที่โซนวางเครื่องดื่มข้าง ๆ เกียร์ทำมาให้หยิบแก้วน้ำมาดื่มระหว่างทางได้สะดวกมือสุด ๆ
MTCH™ ซ.พหลโยธิน 2 เวลาทำการ พุธ-อาทิตย์ 10:00-19:00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร) โทร. 065-691-3584 fb.com/mtch.bkk
Some Time Blue

ถ้าคาเฟอีนจากชาเขียวยังเข้าร่างได้ไม่สุด เราขอชวนไปนั่งจิบกาแฟพร้อมเติมคาเฟอีนเข้าเส้นเลือดกันอีกยกที่ Some Time Blue ร้านกาแฟเคล้ากลิ่นอายคลาสสิกที่หอมกรุ่นกลิ่นกาแฟตั้งแต่เปิดประตูเข้าร้าน โดยสาขานี้คือเป็นสาขาออริจินัลแห่งแรกโดยฝีมือ คุณแนน-สุธิดา ศรีรุ่งธรรม นักดริปกาแฟมือฉมัง เจ้าของดีกรีแชมป์รายการ National Thailand Brewers Cup Championship ปี 2016 แถมยังเคยไปอวดฝีมือในเวทีระดับโลกที่ไอร์แลนด์มาแล้ว


ได้กาแฟมาแล้ว เราก็พร้อมออกไปท่องย่านอารีย์ฉบับซอยพหลโยธินฝั่งเลขคู่กันต่อ แต่ก่อนอื่นขอเวลาเปิดเพลงจาก Mazda Connect ที่เชื่อมต่อลำโพงและเครื่องเสียงในตัวรถเข้ากับระบบ Apple CarPlay ได้แบบอีซี่ ๆ ฟังเพลงเพลิน ๆ พร้อมจิบกาแฟร้อน ๆ ให้หายง่วง ทีนี้ก็พร้อมขับรถไปต่อกันได้เลย!
Some Time Blue ซ.พหลโยธิน 2 (ใต้ตึกสหมงคลฟิล์ม) เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 9:30-18:00 น. และ เสาร์-อาทิตย์ 10:00-17:00 น. โทร. 02-279-2555 ต่อ 104 fb.com/sometimebluecafe
Kensaku


ร้านข้าวหน้าปลาไหลในตำนานที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านสไตล์ญี่ปุ่นโบราณในย่านอารีย์แห่งนี้มากว่า 3 ปีแล้ว แต่หลายคนยังไม่รู้จัก! ซึ่งด้วยความที่เป็นซอยค่อนข้างแคบ แถมที่จอดรถหน้าร้านก็มีจำกัด จุด ๆ นี้ใครเป็นมือใหม่หัดขับก็ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เพราะ New Mazda2 เค้ามีฟีเจอร์ 360 View Monitor ที่ช่วยให้เรามองเห็นสิ่งกีดขวางรอบคันรถได้ถึง 360 องศา ไปเลยจ้าแม่! จะว่าไปแล้ว การมีฟีเจอร์นี้อยู่ก็ช่วยให้การเข้าจอดรถที่ร้าน Kensaku ของเรานั้นแสนง่ายและสมูทจนเหลือเชื่อ จะถอยเข้าถอยออกก็ไม่มีปัญหา ต่อจากนี้คงได้มาร้านนี้บ่อย ๆ เพราะจอดรถคล่องแล้วเด้อ!

มาถึงร้านนี้ทั้งที ถ้าไม่ลองข้าวหน้าปลาไหลคงเรียกว่ามาไม่ถึงแน่ ๆ ทีเด็ดของร้านนี้คือเขาใช้เทคนิคการย่างปลาไหลทั้งแบบคันไซที่เน้นความกรอบของหนังปลา และแบบคันโตที่เน้นความชุ่มซอสจากการย่างปลาไหลผสมกับการนึ่ง รอบนี้เราลองสั่งเซต Hitsumabushi (1,799 บาท) มาลอง เพราะนี่คือข้าวหน้าปลาไหลราดน้ำชาที่ถือเป็นเมนูสุดคลาสสิกจากทางฝั่งญี่ปุ่น วิธีกินเซตนี้คือให้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยให้กินปลาไหลพร้อมข้าวก่อน แล้วค่อยกินพร้อมเครื่องเคียง ส่วนสุดท้ายให้ราดน้ำชาในกาลงไปเพื่อกินแบบข้าวต้ม

หรือถ้าใครไม่ถนัดข้าวหน้าปลาไหล ที่นี่ก็ยังมีปลาดิบสด ๆ ที่เราสามารถสั่งทำเป็น Kiwami Set (350 บาท) ชุดซูชิรวมไซซ์เล็กที่รวมเอาวัตถุดิบทะเลที่ทุกคนรักมาตั้งแต่กุ้งหวาน อิกะ ซึซึกิ ซาบะดอง แซลมอน ยันปลาทูน่าส่วนอากามิเลยทีเดียว ถือเป็นอาหารญี่ปุ่นมื้อบรันช์ที่ดีต่อใจชาวแก๊งเราสุด ๆ ไปเลย!
Kensaku ซ.พหลโยธิน 4 เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-14:00 น. และ 17:00-22:00 น. โทร. 096-426-9878 fb.com/kensakushop
Clay Bangkok

ส่วนมื้อบ่ายแก่ ๆ เราขอไปปักหมุดฝากท้องในห้องแอร์เย็น ๆ กันที่ Clay Bangkok บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่ดูดีตั้งแต่หน้าร้านยันการตกแต่งภายใน เราชอบบรรยากาศด้านหน้าร้านที่ทำเป็นปูนเปลือยเหมาะกับชื่อร้านว่า Clay สุด ๆ มีการใช้สีของท่อนไม้ ใบไม้สีเขียว และกระจก มาตัดความทึบของปูน ใครที่กังวลว่าจะไม่มีที่จอดรถก็ไม่ต้องห่วงนะ เพราะร้านนี้เขารองรับรถได้มากถึง 15-16 คันแน่ะ!


หลังจากจอดรถกันเสร็จแล้ว เราก็เข้ามานั่งหลบแดดยามบ่ายของกรุงเทพฯ ที่ด้านในกันสักหน่อย ตัวร้านด้านในก็ดีไซน์มาแบบเน้นทั้งฟังก์ชันและดีไซน์ จะว่าไปก็แอบแมตช์กับดีไซน์ของรถ New Mazda2 ของเราที่จอดอยู่ด้านนอก ทั้งเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานและความคุ้มค่าด้านสมรรถนะรถ เรียกว่าเก๋ทั้งด้านนอกด้านในแบบไม่หลอกตาที่แท้ทรู

จานที่เราขอยกให้เป็นที่หนึ่งของร้านนี้คือ Monkfish Liver with Chilled Angel Hair Pasta and Soba Sauce (490 บาท) เมนูฟิวชั่นที่ทำหน้าตาออกมาเหมือนซุปโซบะญี่ปุ่น แต่ครีเอตใหม่โดยการใช้เส้นพาสต้าแองเจิลแฮร์แทน แล้วเสิร์ฟพร้อมตับปลาอากิโมะ (Monkfish) ที่ถูกซูวีด์แล้วนำมา Pan Seer บนกระทะจนกรอบนอกนุ่มใน เราชอบความเย็นของซุปที่พอผสมวาซาบิเข้าไปด้วยแล้วคือกลมกล่อมตัดเลี่ยนดีมาก
Clay Bangkok ซ.พหลโยธิน 2 เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 17:00-23:00 น. และ เสาร์-อาทิตย์ 11:00-14:00 น./ 17:00-23:00 น. (ปิดวันอังคาร) โทร. 086-996-9020 fb.com/claybkk
Jamie's Burgers


ปิดท้ายทริปตะลุยอารีย์ฝั่งซ.พหลโยธินเลขคู่กันแบบฟินนาเล่อิ่มจุกด้วยพิกัดลับอย่าง Jamie's Burgers ที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ของสนามฟุตซอล Frank & Release ในซ.พหลโยธิน 8 ต้องบอกก่อนเลยว่าเราได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของร้านเบอร์เกอร์แห่งนี้มาหนาหูมาก ๆ เพราะตัวเชฟเจ้าของร้านนี้อย่าง คุณเจมส์-พงษกร บุญรักษา ผู้มาพร้อมดีกรี 1 ในผู้เข้าแข่งขันจากรายการ Top Chef Thailand Season 3 อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเชฟรุ่นใหม่ยุคบุกเบิกผู้นำเอาเนื้อวัวไทยมาใช้ในการทำสเต็กและเบอร์เกอร์

ด้วยความเป็นร้านเบอร์เกอร์สไตล์ Open Kitchen ที่นั่งในร้านนี้เลยเป็นโซนเอาต์ดอร์ทั้งหมด ใครขับรถไปสามารถจอดรถที่หน้าร้านได้เลยแบบสะดวกสุด ๆ ชาวแก๊งคนไหนที่ไม่ได้เป็นคนขับ ก็สามารถสั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ ชื่นใจอย่างเบียร์สักแก้วมาจิบคู่กับเมนูเบอร์เกอร์ซิกเนเจอร์ของร้านนี้อย่าง Jamie's Burger (199 บาท) ได้เลยรัว ๆ ไฮไลต์คือเป็นชีสเบอร์เกอร์ในสไตล์ของเชฟเจมส์ที่เลือกใช้เนื้อวัวไทยมาผสมเข้ากับเครื่องเทศ ตัวเบอร์เกอร์บันสั่งทำพิเศษส่งตรงมาจากสุไหงโกลก ส่วนใครไม่กินเนื้อก็มีแพตตี้เนื้อหมูให้เลือกสั่งด้วยนะ

ปิดท้ายด้วยความฟินแบบไทย ๆ อย่าง ข้าวกะเพรา (189/219 บาท) ข้าวกะเพราที่เชฟเลือกใช้แพตตี้แฮมเบอร์เกอร์ทั้งหมูและเนื้อ มาผัดเข้ากับเครื่องเทศ กะเพรา และพริกจนเกิดเป็นเมนูจานโปรดของสายอาหารไทย ที่รักมาก ๆ คือไข่ดาวกรอบฉ่ากับไข่แดงเด้งดึ๋งที่โปะมาด้วย เป็นอะไรที่ดีต่อใจ
Jemie's Burgers ซ.พหลโยธิน 8 เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ 17:00-23:00 น.(ปิดวันอาทิตย์) โทร. 092-314-3354 fb.com/jamies.burgers.naplab
คอนเทนต์โฆษณานี้สร้างสรรค์โดย Asia City Studio ให้เราช่วยบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณและส่งต่อไปยังผู้อ่านอย่างตรงจุด ติดต่อเราได้ที่ studio.asia-city.com

