นอกเหนือจากการทิ้งสเปซเท่ ๆ ให้แสงสาดผ่านกระจก ทะลุผ้าม่านสีขาวบางเฉียบเข้ามาสาดเป็นเงาบนเคาน์เตอร์บาร์สเตนเลสเรียบกริ๊บแล้ว ทุกอย่างในร้าน MTCH™ ก็ไม่ทิ้งจุดสนใจอื่นใดให้วอกแวกไว้เลย นอกจากกลิ่นมัทฉะที่ลอยหอมฟุ้งอบอวลอยู่ทั่วร้าน


หลังบาร์สเตนเลสสุดแสนจะมินิมอลนี้ ใครที่ไปเยือน MTCH™ หรือชื่อเต็ม ๆ คือ Contemporary Matcha Bar ซึ่งเป็นมัทฉะบาร์เปิดใหม่ล่าสุดใน ซ.พหลโยธิน 2 ย่านอารีย์ จะได้เจอกับมนุษย์ผู้อินในวิถีการดื่มมัทฉะทั้งสองคนอย่าง คุณจิว-สรวิศ พันธ์เกษม และ คุณจ๊ะเอ๋-เชฐธิดา เนตรมุกดา จนเราคิดว่าถ้าลองกรีดเลือดทั้งคู่ออกมาดูเล่น ๆ ต้องเป็นสีเขียวแน่ ๆ (เป็นมุกนะ ห้ามเล่นตาม) เพราะหลังจากสองคนเปิดต่อมความเนิร์ดมัทฉะอย่างเป็นทางการแล้ว ก็ได้ไปร่ำเรียนกับเซนเซย์ด้านชาเขียว และเข้าเวิร์กชอปพิธีชงชาแบบชาวญี่ปุ่นสมัยยุคนาระมาหลายต่อหลายครั้ง ตอนนี้ถึงเวลาที่ทั้งคู่เดินทางมาถึงด่านสำคัญของชีวิตนักดื่มชา ด้วยการเปิดมัทฉะบาร์เป็นของตัวเองกันไปเลย!


ชาเขียวมัทฉะโปรไฟล์อลังการ 9 ตัว ถูกซีเลกต์มาใช้ในช่วงเปิดร้านแรก ๆ และอาจจะมีตัวใหม่มาเสริมทัพในอนาคต แต่แค่ 9 ตัวนี้ เราก็เชื่อว่าสายชาเขียวก็น่าจะกรีดร้องดังไปไกลถึงเมืองอูจิแล้ว เพราะหลายตัวถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมัทฉะระดับชาติญี่ปุ่น บางตัวเป็นไอเทมลับของตระกูลนักคั่วชาเก่าแก่ที่โอซาก้า และบางตัวก็มีเอกลักษณ์กลิ่นสโมกกี้เบา ๆ ที่หาไม่ได้จากชาที่ไหน ๆ บนโลก
มัทฉะ 9 ตัวที่ว่า ถูกทดลองด้วยวิธีชงชาล้ำลึกที่พี่ ๆ เจ้าของร้านทั้งคู่เขาฝึกปรือวิชามากว่า 5 ปี เพื่อจับคู่เอกลักษณ์ของผงชามัทฉะแต่ละตัวให้เข้ากับวิธีชงทั้งแบบผสมน้ำร้อนหรือผสมนมเย็น คำนวณการใช้อุณหภูมิ ระยะเวลา และอุปกรณ์ที่ถูกต้อง รวมถึงพิถีพิถันเลือกสรรความเข้ากันของมัทฉะแต่ละสายพันธุ์ให้เข้ากับส่วนผสมในอัตราส่วนที่ดื่มแล้วฟินที่สุด ก่อนจะออกมาเป็นเครื่องดื่มหลากหลายเมนูของ MTCH™ ที่จริง ๆ หลับตาจิ้มโดนตัวไหนแล้วสั่งก็ไม่มีผิดหวังแน่ ๆ

ด้วยแดดที่เผาผลาญเราตั้งแต่บีทีเอสอารีย์ พอเดินมาถึงร้านนี้เราเลยเริ่มจากการสั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ ดับร้อนกันก่อนด้วย Sparkling Ujihikari (120 บาท) มัทฉะสั่งตรงกิโลกรัมละหลักหมื่นบาทจากเมืองอูจิ เมืองหลวงแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น พี่จิวอธิบายให้เราฟังว่าที่เลือกใช้ตัวนี้เพราะเป็นมัทฉะที่มีความครีมมี่ในตัวสูง อาฟเตอร์เทสต์ติดลิ้นอยู่นาน เพราะฉะนั้นเวลาผสมคู่กับโซดาเลยให้ฟีลลิ่งคล้ายดื่มครีมโซดา ชอบที่แก้วนี้ถูกการ์นิชด้วยใบ Lemon Thyme ซึ่งให้กลิ่นแนวซิตรัสสดชื่น ๆ ไปกันได้ดีกับความซ่าของโซดา

อีกหนึ่งแก้วที่ค่อนข้างเหนือความคาดหวังของเราเองแบบไปไกลเกินคำว่า Beyond Expectation ซะอีก ก็คือ Watermelon MTCH™ (130 บาท) เครื่องดื่มเย็นเบสน้ำแตงโมสีฉูดฉาดที่ดันไปจับคู่เข้ากับชามัทฉะสายพันธุ์ Samidori ได้แบบลงตัวพอดีเป๊ะ บอกเลยว่าก่อนชิมก็แอบลังเลเล็กน้อยว่ามันจะเข้ากันได้จริงไหม ปรากฏว่าเป็นรสกลมกล่อมพอดิบพอดี ไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไงกัน


ส่วนใครที่มาร้านแล้วอยากลองเข้ม ๆ ไปเลยทีเดียวให้มันจบ ๆ เราคงไม่อยากแนะนำตัวอื่นนอกจาก Asahi MTCH™ Cold Whisk Latte (190 บาท) ชาเขียวมัทฉะสายพันธุ์ Asahi ที่ไม่เกี่ยวข้องแต่อย่างใดกับเบียร์แดนอาทิตย์อุทัย หากแต่ชื่ออาซาฮีที่มีความหมายว่า 'Morning Sun' นี้เป็นชื่อที่ตระกูลคาวาคูชิ ตระกูลนักคั่วชาอันเลื่องชื่อที่โอซาก้าตั้งขึ้นเพื่อกล่าวขานถึงรสชาติและอะโรม่าในโทนฟลอรัลคล้ายดอกไม้บานในยามเช้าของมัทฉะชนิดนี้ เมื่อนำเอามาชงด้วยเทคนิคพิเศษอย่าง Cold Whisk หรือการสกัดชาด้วยนมเย็น จะเกิดเป็นมัทฉะลาเต้รสชาติอูมามิ ได้เทกซ์เจอร์ความเข้มข้นแบบฟูลบอดี้ ความพิเศษคือตัวนี้เขาใช้ผงชามากถึง 8 กรัม จากที่แก้วทั่วไปใช้แค่ 4 กรัม ใครรู้ตัวว่าเป็นสายเขียวเข้มจงมาลอง (แต่ระวังตาค้าง)

ตบท้ายด้วยของหวานตัวพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือกันกับนักอบขนมฝีมือเทพจนเกิดเป็น MTCH™ Cheesecake (200 บาท) ชีสเค้กที่เราอยากเรียกว่าเป็นมัทฉะอัดก้อนมากกว่าเค้ก ทุกอณูมีความแน่นและอุดมไปด้วยกลิ่นของชาสายพันธุ์ South Yabukita ซึ่งดึงความเป็น South Aroma ที่ให้ความรู้สึกแบบสโมกกี้ (ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เผาชา) ออกมาได้อย่างล้นหลามจนคิดว่าถ้าสั่งมากินคนเดียวคงไม่หมดแน่ ๆ
Soimilk Says: เราดีใจที่ในที่สุดย่านอารีย์ก็มีคนลุกขึ้นมาทำสเปเชียลตี้บาร์ที่มีพระเอกเป็นมัทฉะสักที ถึงส่วนตัวเราจะไม่ได้เป็นสายลึกเรื่องชาเขียวแต่อย่างใด แต่ด้วยความเบื่อบาร์กาแฟในย่านนี้มาก ๆ แล้ว เราเลยขอเทใจให้ร้านนี้ไปเลย แต่ด้วยความที่ร้านเพิ่งเปิดใหม่ แบบสด ๆ ร้อน ๆ ได้หนึ่งวันถ้วน บวกกับความพิถีพิถันเรื่องการชงชาที่ค่อนข้างใช้เวลานาน ใครมาร้านนี้ขออย่าใจร้อน คนชงมีแค่สองมือ อย่าถือโทษโกรธกัน
MTCH™ ซ.พหลโยธิน 2 เวลาทำการ พุธ-อาทิตย์ 10:00-19:00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร) 065-691-3584 BTS อารีย์/สนามเป้า แล้วเดินประมาณ 15 นาที fb.com/mtch.bkk