Skip to main content
AdSense

พาไปเปิดกรุสมบัติของช่างภาพ ‘ชาติฉกาจ ไวกวี’ พร้อมเล่าเบื้องหลังการขยายร้าน Airlab

เซียนเทพแห่งวงการชักภาพฟิล์มกระจก

พาไปเปิดกรุสมบัติของช่างภาพ ‘ชาติฉกาจ ไวกวี’ พร้อมเล่าเบื้องหลังการขยายร้าน Airlab
November 17, 2019 Bangkok time
อย่างที่รู้กันว่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Airlab ร้านล้างฟิล์มเจ้าใหญ่ย่านอ่อนนุช เขาประกาศปิดตัวไปพักหนึ่งเพื่อไปปรับปรุงร้านพร้อมค้นคว้าวิจัยเพิ่มเติม โดยที่ไม่มีกำหนดชัดเจนว่าจะกลับมาเปิดอีกครั้งเมื่อไร ทำเอาลูกค้าประจำและนักเล่นกล้องฟิล์มหลายคนแทบร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า 'กลับมาเร็ว ๆ นะ เรารออยู่' และเกิดเป็นคำถามในใจขึ้นมาว่า การปิดปรับปรุงครั้งนี้ จะมีอะไรเพิ่ม จะมีอะไรลดลงบ้าง ซึ่งเราก็จะมาหาคำตอบด้วยกันว่า Airlab เขาปิดไปทำอะไร เราขอสปอยล์นำไปก่อนเลยว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขยายพื้นที่อย่างแน่นอน
 
 
ก่อนจะไปตามล่าหาคำตอบ เราก็ขอเท้าความถึงความเป็นมาของ Airlab กันก่อน Airlab เปิดครั้งแรกในช่วงปลายฝนต้นหนาวของปี 2015 โดยเป็นร้านล้างฟิล์มเจ้าแรก ๆ ที่มีหัวเรี่ยวหัวแรงหลักคือช่างภาพและผู้กำกับ คุณแอ๊ะ-ชาติฉกาจ ไวกวี เดิมทีคุณแอ๊ะอาศัยอยู่บนคอนโดแห่งหนึ่ง พร้อมกับน้องสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัดและไม่เหมาะกับการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่จึงตัดสินใจย้ายบ้านมาที่อ่อนนุช และตั้งให้พื้นที่แห่งนี้เป็นสตูดิโอ เป็นแล็บที่คุณแอ๊ะสามารถทดลองได้อย่างเต็มที่ Airlab จึงมาจากการหยอกล้อกับชื่อเล่น แอ๊ะ+แล็บ และย่อมาจาก A-Attitude I-Identity และ R-Revolution 
 
 
 
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา Airlab ก็ได้งอกเงยตามแรงผลักดันของคุณแอ๊ะ ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมที่ดึงนักเล่นกล้องฟิล์มมาทำสิ่งที่รักร่วมกัน, การพัฒนาการถ่ายภาพฟิล์มกระจก, การเปิดแบรนด์เสื้อผ้า Truly, ไปจนถึงการเปิดให้พื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคอมมูนิตี้ขนาดย่อมที่ประกอบไปด้วยร้านอาหาร ร้านล้างฟิล์ม ร้านกล้องฟิล์ม ร้านเสื้อผ้า สตูดิโอถ่ายภาพ ซึ่งจะมีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ Airlab ได้เติบโตมาอย่างดีดั่งที่คนรดน้ำได้ตั้งใจเอาไว้ และในช่วงปีนี้แหละที่ Airlab จะได้ก้าวไปสู่สเตปถัดไป 
 
 
อย่างแรกที่สังเกตได้เลยก็คือ การขยายร้านจากไซซ์มินิ มาเป็นไซซ์ที่เพิ่มขนาดขึ้นมา 3 เท่า เพื่อรองรับฟังก์ชันใหม่ นั่นก็คือ AIR Academy สเตปถัดไปที่ว่าจึงหมายถึงการเขยิบจากบริการรับล้างฟิล์มมาสู่สำนักสอนการถ่ายภาพ การล้างฟิล์ม และล้ำลึกไปจนถึงทักษะการตลาด ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 4 คอร์สด้วยกัน คือ Basic คอร์สที่สอนพื้นฐานทุกอย่างตั้งแต่การถ่ายภาพ การจัดแสง การมองภาพ และการล้างฟิล์ม หลังจากได้เรียนคอร์สนี้เราจะได้รู้ทุกกระบวนการกว่าจะได้ภาพมา 1 ภาพ 
 
 
ถัดมาเป็นคอร์ส Academic ความยากจะขึ้นมาอีกขั้น คอร์สนี้จะลงลึกไปถึงการตลาด นำทักษะการถ่ายภาพมาต่อยอดทำธุรกิจ และเรตราคาที่ช่างภาพควรจะรู้ ระดับถัดไป Alternative คอร์สนี้จะพาเราโยนทฤษฎีทิ้งไป แล้วให้เราทดลองแหกกฎได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการล้างฟิล์มด้วยเบียร์ การอัดภาพโดยไม่ใช้ห้องมืด และการทำกล้องรูเข็ม คอร์สสุดท้าย AIR คอร์สนี้จะคล้าย ๆ กับธีสิสที่คุณแอ๊ะจะมาเป็นที่ปรึกษาให้เลย เป็นคอร์สที่เราต้องค้นหาตัวเอง ฝึกทักษะการใช้ชีวิต ซึ่งลูกศิษย์บางคนแม้จะเริ่มต้นด้วยอาชีพช่างภาพ จบคอร์สไปอาจค้นพบตัวเองในอาชีพอื่นก็เป็นได้ 
 
 
 
ในส่วนของเซอร์วิสล้างฟิล์ม ยังคงเป็นเหมือนเดิม แต่ร้านเขาจะไม่รับงานแบบโอเวอร์โหลดแล้ว เพราะฉะนั้นนักเล่นกล้องฟิล์มมือใหม่จะไปงอแงไม่ได้นะว่าทำไมฟิล์มได้ช้า (ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงามนะจ๊ะ) และส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือกล่องดีไซน์เรียบหรู เอาไว้ใส่ภาพที่อัดแล้ว สามารถเป็นกล่องของขวัญให้กับคนพิเศษ รวมถึงพื้นที่ในร้านที่เพิ่มขึ้นมาก็มีการวางเฟอร์นิเจอร์และหนังสือการถ่ายภาพไว้โดยรอบ ซึ่งถ้าเราแหงนมองบริเวณผนังก็จะเจอกับภาพถ่ายรุ่นเดอะที่บอกเลยว่าแรร์สุด ๆ โดยแต่ละภาพที่อัดมาแขวนในร้านเนี่ย เป็นแผ่นฟิล์มของแท้ที่คุณแอ๊ะไปประมูลมาในราคาสูงมาก และนี่แหละจึงเป็นอีกฟังก์ชันของ Airlab ที่น้อยคนจะรู้ 
 
 
 
เราก็ได้โอกาสเข้าไปสำรวจสตูดิโอของคุณแอ๊ะ อันเป็นกรุสมบัติที่กักเก็บคุณค่าทางประวัติศาสตร์เอาไว้แบบเต็มเปี่ยม และห้องนั้นก็คือ ห้องภาพบุญตา หลังจากที่เราได้ก้าวเข้าไปแล้ว ก็เข้าใจถึงความหมายของชื่อ เพราะห้องนี้อุดมไปด้วยแผ่นฟิล์มหายากที่เป็นภาพของบุคคลและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่กษัตริย์เชื้อพระวงศ์ หลวงพ่อเกจิอาจารย์ วังเก่า ไปจนถึงนักดนตรีระดับตำนาน เหมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่ทำเอาเราขนลุกไปหมด และการเก็บสะสมแผ่นฟิล์มหายากนี้ คุณแอ๊ะก็ไม่ได้ทำเล่น ๆ นะ เพราะห้องภาพบุญตาก็มีฟังก์ชันสำหรับคนที่ให้ความสำคัญและรู้คุณค่าของภาพถ่ายจริง ๆ
 
 
 
โดยจะเป็นเซอร์วิส 3 แบบ ตั้งแต่ การส่งต่อมรดก เป็นการอัดภาพจากแผ่นฟิล์มสุดหายาก ไม่ว่าจะเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ หรือ ภาพของหลวงพ่อโต แล้วส่งต่อให้ลูกค้านำไปเก็บสะสม ซึ่งการอัดรูปก็เป็นการสร้างมูลค่าและคุณค่าทางจิตใจ ฟังก์ชันที่ 2 การสร้างมรดก ในสตูดิโอของคุณแอ๊ะจะมีกล้องหลายตัว และบางตัวก็เป็นกล้องตัวเดียวกับที่ใช้ถ่ายพระบรมฉายาลักษณ์ รูปที่ถ่ายออกมาจึงมีความย้อนยุคและเต็มไปด้วยเสน่ห์ การสร้างมรดกจึงมาจากการนำกล้องตัวเก๋ามาชักภาพพอร์เทรตให้กับลูกค้า เพื่อเก็บเป็นมรดกให้กับลูกหลาน และสุดท้าย การบูรณะฟิล์ม ฟิล์มก็มีเวลาของมันเช่นกัน การบูรณะแต่ละครั้งจึงต้องพึ่งทักษะความสามารถอันละเอียดอ่อนและใจเย็น 
 
 
 
นอกจากฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้นมาแบบยกระดับแล้ว คุณแอ๊ะยังไม่หยุดทดลองแค่นี้ เพราะการปิดไปของ Airlab ก็เพื่อค้นหาขีดจำกัดของกระบวนการถ่ายภาพ จึงมีการทดลองแบบผาดโผนตั้งแต่ระดับเบาะ ๆ อย่างการลองเอาเนกาทีฟที่ลูกค้าไม่มารับกลับไปเทปูนทับเป็นพื้นซะเลย การไปทดลองทำฟิล์มตัวใหม่กับ Yashica ตอนนี้สามารถไปสั่งซื้อได้ในเว็บไซต์ Yashica ไปจนถึงการทดลองสร้างกล้องตัวใหม่นาม Escura เป็นกล้องลูกผสมระหว่างกล้องรูเข็มและโพลารอยด์ ซึ่งกำลังจะมีกล้อง Compact คลานตามกันมาเร็ว ๆ นี้แหละ การปิดปรับปรุงครั้งนั้นจึงถือเป็นการขยายบ้านครั้งใหญ่ นิยามของ Airlab จึงไม่ใช่แค่ร้านล้างฟิล์ม แต่เป็นยอดภูเขาน้ำแข็งที่ภายในมีอะไรล้ำลึกมากกว่าที่คิด ใครอยากสำรวจโลกแห่งฟิล์มอย่างแท้จริง ก็ต้องแวะมาที่ Airlab แล้วล่ะ 
 
Airlab ซ.สุขุมวิท 81 เวลาทำการ ทุกวัน 10:00-19:00 น. โทร.099-464-6535 BTS อ่อนนุช fb.com/airlabbkk
AdSense
AdSense
AdSense