ต้องบอกว่าหนึ่งอิเวนต์ที่อยู่คู่กับเรามาหลายปี และเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมส่งท้ายปีที่แวะเวียนมาเจอกันตรงเวลา แล้วเราเองก็ไม่เคยพลาดสักครั้งคือ Winter Market Fest เทศกาลชอปเพลิน เดินชิลล์ ที่ทางแสนสิริร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงบริษัทพันธมิตร แท็กทีมกันจัดขึ้นนี่แหละ เราเชื่อเลยว่าหลายคนในที่นี้ต้องรู้จักเทศกาลนี้กันดีอยู่แล้ว และปีนี้เทศกาลแสนสุข สนุกสุขใจนี้ ก็กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 19 - 20 ธ.ค. ที่ T77 Community ซ.อ่อนนุช 1/1 นี่เอง
พอพูดถึง Winter Market Fest ทีไร เรามักจะนึกถึงวันฟ้าโปร่ง อากาศดี ๆ มีลมพัดตลอดวันให้เย็นใจ กับการเดินทอดน่องในช่วงเวลาสุด Festive ที่มองไปมุมไหนก็อบอวลไปด้วยช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปี แต่สำหรับ Winter Market Fest 2020 นี้ เราว่าน่าจะต้องมีอะไรพิเศษกว่าเดิมแน่นอน สังเกตได้จากการ์ดเชิญร่วมงานที่เราเพิ่งได้รับมาสด ๆ ร้อน ๆ


เราแอบตื่นเต้นตั้งแต่ได้เห็นการ์ดเชิญที่เหมือนเป็นงานคราฟต์ดี ๆ สักชิ้น เพราะคราฟต์กันตั้งแต่วัสดุที่หยิบมาใช้ ไปจนถึงดีเทลต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ในการ์ด ที่จัดมาเป็นผ้ามัดย้อมครามธรรมชาติลายสวยแฮนด์เมดผืนใหญ่เลยจ้า! แถมยังบรรจงห่อมาให้เป็นทรงหูหิ้วได้ด้วย (อยากฝึกพับผ้าแบบนี้ให้ได้บ้างจังเลย) แกะผ้าออกมาก็พบกับปิ่นโตสุดคิวต์ที่ทำมาจากแกลบ ไม่มีส่วนผสมของพลาสติกอีกหนึ่งชิ้น

เราเลยพอเดาได้จากการ์ดคราฟต์ ๆ ที่ทำจากวัสดุรักษ์โลกว่าปีนี้เราจะต้องได้เจอกับไอเดียสร้างสรรค์ พร้อมเรื่องราวของธรรมชาติที่ยั่งยืนแน่ ๆ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะ Winter Market Fest 2020 ปีนี้มาในธีม Live and Let's Grow ที่จะชวนทุกคนให้ออกมาเติบโตอย่างมีความสุขไปพร้อมกับธรรมชาติ ที่จริง ๆ แล้ว ทุกแรงบันดาลใจ ทุกการสร้างสรรค์ ทุกมุมมองของการใช้ชีวิตของเรา ก็สามารถเติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติที่สอดแทรกอยู่รอบตัวเราได้ เมื่อเราลองใส่ไอเดียลงไปในสิ่งรอบตัว เราจะพบว่าธรรมชาติและสภาพแวดล้อมพร้อมจะมอบสิ่งดี ๆ ให้มนุษย์อย่างเราใช้พัฒนาชีวิตและจิตใจต่อไปได้อยู่แล้ว
ขนาดการ์ดเชิญยังแฝงความหมายดี ๆ ไว้ขนาดนี้ และในงานจริง ๆ จะเต็มไปด้วยความหมายของความสุขที่ยั่งยืนได้ขนาดไหน ถ้าอย่างนั้นลองไปดูแต่ละโซนของงานที่แสดงออกถึงพลังแห่งการสร้างสรรค์และการเรียนรู้สู่การเติบโตที่เต็มไปด้วยความสุขได้น่าสนใจมาก ๆ ด้วยกันดีกว่า
เมื่อธรรมชาติ x ไอเดียเด็ด ๆ ผุดขึ้นรอบงาน

โซนที่กระจายอยู่รอบ ๆ ตัวงานทั้งหมดนี้เรียกว่า INTO THE WOOD เปรียบเสมือนประตูที่พร้อมให้เราเข้าไปสู่คอมมูนิตี้ที่รวมเอาคนไลฟ์สไตล์และความชอบคล้าย ๆ กันไว้ โดยจะเป็นพื้นที่สีเขียวที่จำลองบรรยากาศในป่า ให้เราได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติโดยรอบของงานได้
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ อย่าง Street Performance ที่ช่วยสร้างความสนุกสนาน เสริมบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความสุขทั้งทางกายและทางใจไปพร้อม ๆ กัน โดยได้ YAAN วงดนตรีสไตล์ World Music จากสมาชิก 9 คนที่ไม่ใช่จะหาฟังกันได้ง่าย ๆ NOXNOI โปรเจกต์เดี่ยวของ เบิร์ด-Desktop Error ที่มาทำผลงาน World Music แนวลูปซาวนด์สังเคราะห์ฟังเย็นสบาย แล้วยังมี Bost & Most Handpan วงดนตรีที่หยิบเอาเครื่องดนตรีชื่อไม่คุ้นแต่เสียงเพราะมาก ๆ อย่าง Handpan มารังสรรค์เป็นบทเพลง พวกเขาจะมาสร้างความสนุกหลากหลายรูปแบบผ่านเสียงดนตรี ใครจะไปคิดว่าเราจะได้เห็นเครื่องดนตรีที่ทำมาจากผลไม้ และไม่ว่าสิ่งใดในบ้านก็สามารถกลายร่างเป็นเครื่องดนตรีได้ นอกจากนี้ยังมีโชว์กายกรรมจากผักและผลไม้ และขบวนพาเหรดคอนเซปต์ Walking Back Home Parade ซึ่งแม้ปีนี้จะไม่มีซานต้า ไม่มีกวางเรนเดียร์ แต่ทุกคนจะต้องว้าวและตื่นตากับขบวนความสนุกนี้แน่นอน อย่างน้อยก็ช่วยชุบชูใจให้ปีที่หนักหน่วงนี้ผ่านไปได้ด้วยรอยยิ้มส่งท้าย รับปีใหม่ที่พร้อมจะเจอแต่เรื่องดี ๆ กันดีกว่าเนอะ!
ค้นหาความหมายของชีวิตบนฟาร์มออร์แกนิกที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ

นี่เป็นอีกหนึ่งโซนที่เราอยากไปเห็นด้วยตา และสัมผัสด้วยตัวเองมาก ๆ กับ HARVEST RECIPE เพราะโซนนี้คือการจับเอาคอมมูนิตี้สีเขียวกลางกรุงขนาดใหญ่ถึง 20 ไร่ อย่าง Sansiri Backyard ที่แทบทุกตารางเมตรเป็นธรรมชาติทั้งนั้น ตั้งแต่การใช้พลังงานทางเลือก ร้านค้าปลอดพลาสติก วัสดุปลูกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอีกหลาย ๆ ความยั่งยืนที่รอให้เราได้ออกไปค้นหาความหมายของการอยู่ร่วมกันอย่างรักษ์โลก และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
บริเวณฟาร์มออร์แกนิกที่ใหญ่ที่สุดกลางกรุงเทพฯ อย่าง Sansiri Backyard จะต้อนรับเราด้วยกิจกรรมเกษตรเรียนรู้มากมาย เช่น ตลาดต้นไม้นานาพันธุ์, ร้านอาหารสไตล์ Farm To Table ที่ร่วมรังสรรค์อาหารจากวัตถุดิบสด ๆ ในฟาร์มโดย ไร่กำนันจุล, ร้านโรงเสบียง, Patom และปองโย นอกจากนี้ยังมี Jogging Track ให้เราได้ออกกำลังกายกลางสวนสีเขียวที่กล้าสูดลมได้เต็มปอดจริง ๆ โดยไม่ต้องออกไปหาโอโซนที่ไหน และนิทรรศการ Farm to Table Exhibition ที่เราอาจเจอคำตอบก็ได้นะว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องคิดถึงเรื่องการอยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ได้ และเมืองใหญ่ของเราก็ต้องการการแต่งแต้มด้วยสีเขียวจากธรรมชาติมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล เราทุกคนก็ลงมือทำกันได้ ตรงนี้ วันนี้เลย!
ค้นพบความสุขของการอยู่ร่วมกันผ่านเวิร์กชอปงานคราฟต์

นี่คือโซนที่ชาวซอยมิลค์จะต้องหลงรักและพุ่งตัวไปขลุกอยู่ข้างในได้ทั้งวันอย่างแน่นอน (เพราะเราเองก็ชอบมาก!) เพราะใน LAY DOWN ON GROUND นี่โซนที่รวบรวมเวิร์กชอปต่าง ๆ มาไว้ในที่เดียวแบบอัดแน่นสุด ๆ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราสนใจเป็นพิเศษคือ ทุกคลาสล้วนเป็นเวิร์กชอปงานคราฟต์ที่หยิบเอาความงามของธรรมชาติมาเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้เราได้พบกับประสบการณ์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นด้วย
อย่างที่บอกว่าข้างในยังมีเวิร์กชอปเจ๋ง ๆ ให้ลองลงมือทำเยอะมาก ๆ จนแทบเลือกไม่ถูก เราจึงขอยกตัวอย่างที่เราเล็งไว้มาบอกเล่ากันหน่อย อย่าง A Clay Cafe ที่เราเองก็เห็นถึงฝีไม้ลายมือในการปั้นเซรามิกของเขามานานพอตัว งานนี้เขาจะมาเวิร์กชอปให้เราลองปั้นเซรามิกด้วยตัวเอง สวยไม่สวยค่อยว่ากัน ลงมือทำไปก่อนเนอะ! Sand Suwanya อิลลัสเตรเตอร์สาวที่จะพาเราออกไปพบกับสีสันของธรรมชาติ หยิบจับเอาวัตถุดิบต่าง ๆ ในธรรมชาติมาสร้างเฉดสีในแบบของเรา หรือจะเป็นเวิร์กชอปของ Sacred Body Rituals ที่เราจะได้ทำกำยานในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งพอทำเสร็จแล้วก็สามารถนำไปปัดเป่าสิ่งไม่ดีในชีวิตได้อีก ถือว่าได้ 2 ต่อเลยนะ สายมูอย่างเราก็คือเตรียมจองเวิร์กชอปนี้แล้วจ้า!
เราชอบเวลาได้ไปทำเวิร์กชอปเพราะนี่ไม่ใช่เป็นเพียงการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ ๆ ให้กับตัวเองเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่เรารักมากขึ้นด้วย ยิ่งกับช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา เราอาจต้องใช้ชีวิตที่พบเจอกับคนที่รักน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว การจูงมือกันไปใช้เวลาด้วยกันเนี่ย ขอบอกเลยว่าช่วยชดเชยช่วงชีวิตที่ไม่ได้เจอกันก่อนหน้านี้ได้ดีเลยล่ะ
ออกไปชอปงานคราฟต์แบรนด์ไทยสุดสร้างสรรค์


พูดถึง Winter Market Fest จะไม่มีโซนชอปปิงแบบนี้ก็คงไม่ได้ และยิ่งคอนเซปต์งานปีนี้ก็ยิ่งถูกใจเรา เพราะเราเป็นแฟนตัวยงของงานคราฟต์แบรนด์ไทย และพร้อมสนับสนุนให้กำลังใจแก่ดีไซเนอร์ไทยมาตลอดอยู่แล้ว การได้ออกมาเจอทั้งอาหารและสินค้ากว่า 80 ร้านในโซน HEART & SOUL MADE ก็เป็นอะไรที่ดีต่อใจเรามาก ยกตัวอย่างเช่น Refill Station ร้านวัตถุดิบรีฟีลคอนเซปต์แน่นที่อยากช่วยลดการใช้ภาชนะที่กลายเป็นขยะในอนาคตได้ Kad Kokoa ที่จะมาเปิดโลกให้เรารู้ว่า เมล็ดโกโก้ไทยก็อร่อยไม่แพ้ที่ไหนในโลก Sarnsard แบรนด์จักสานเตยปาหนัน จากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในแดนใต้ สู่งานคราฟต์ที่ต้องบอกว่าสวยจริง ๆ HUH.WDUS (ฮะ.วอร์ทดูยูเซย์) แบรนด์สุดเก๋จากเชียงใหม่ที่จับเอาวัสดุรีไซเคิลมาเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ได้อย่างเก๋ไก๋จริง ๆ
นี่เป็นเพียงแค่ไม่กี่แบรนด์ที่ยกตัวอย่างมาเท่านั้น ภายในงานยังมีแบรนด์คราฟต์รอให้เราไปพบอีกเยอะมากโดยไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาทีละแบรนด์ด้วยตัวเองเลย เพราะ Winter Market Fest เขาเป็นตัวกลางในการเชื่อมพวกเราให้มาเจอกับเหล่าดีไซเนอร์เหล่านี้เรียบร้อยแล้วยังไงล่ะ อ้อ! มางานนี้เราอยากให้ทุกคนพกภาชนะใส่อาหารและเครื่องดื่มหรือถุงผ้ากันมาด้วยนะ อย่างน้อยก็ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่ง ส่วนเราเองก็จะพกปิ่นโตไปใส่อาหารอร่อย ๆ กับผ้ามัดย้อมเอาไว้ปูนั่งเหมือนปิกนิกกลางงานให้ปัง ๆ ไปเล้ยยย

ที่จริงแล้วใน Winter Market Fest ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงอีกเยอะมาก จนเรากังวลว่าในช่วง 2 วันของงานจะเก็บหมดไหม เพราะนอกจากที่ว่าไปทั้งหมดนั้นแล้วยังมีคอนเสิร์ตจาก The Parkinson (19 ธ.ค.) และ Morvasu (20 ธ.ค.) ในบรรยากาศบ้านต้นไม้ด้วย แถมยังมีบูทสปอนเซอร์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน รวมถึงแลนด์มาร์กน่าไปเจิมอย่าง Christmas Landmark ขนาดใหญ่กว่า 4 เมตร, สนามเด็กเล่นในฟาร์มสีเขียว, Rest Area ที่นั่งชิลล์ก็ได้ สร้างแรงบันดาลใจก็ดี และยังมากมายหลายสิ่งเอฟวรี่ติงจิงเกิลเบล เหนื่อยมาทั้งปี ให้ Winter Market Fest เป็นพื้นที่ความสุขส่งท้ายปีนี้กันดีกว่าเนอะ!
แล้วพบกันที่ Winter Market Fest 19 - 20 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 15:00 - 22:00 น. ที่ T77 Community ซอยอ่อนนุช 1/1 นะ!
