ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าบรรดาสายทัวร์อีเว้นท์และชาว ‘ร่างกายต้องการคอนเสิร์ต’ ทั้งหลายต้องมีอาการคล้าย ๆ เรา นั่นก็คือการโหยหาการออกไปตระเวนทำกิจกรรมนอกบ้านต่าง ๆ ที่เราเคยออกไปตะลุยทำทุกสุดสัปดาห์ ทั้งการออกไปตระเวนดูงานอาร์ตที่แกลเลอรีทั่วกรุงเทพฯ ไปตะลุยจับจ่ายที่อีเว้นท์ Flea Market รวมสินค้าเก๋ ๆ ที่เคยมีให้ไปตามเก็บทุกสัปดาห์ และที่คิดถึงที่สุดก็คือการพาร่างกายออกไปรับพลังงานบวกจากเสียงดนตรีหน้าเวทีคอนเสิร์ตซึ่งเป็นแหล่งพลังงานชีวิตอันยิ่งใหญ่ของเรา (ฮือ)
ซึ่งพอเราได้ยินข่าวว่า ในบ้านเรากำลังจะมีการจัดอีเว้นท์ที่รวมกิจกรรมนอกบ้านทุกอย่างที่เราโหยหา ทั้งการออกไปจับจ่ายที่อีเว้นท์ ชอปปิง ไปตระเวนดูงานศิลป์ ไปชิมของอร่อย และที่สำคัญคือไปรับเอนเนอจีที่คิดถึงจากบรรยากาศของงานดนตรี แต่ทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมมาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์แต่ยังไปจอยได้แบบเสมือนจริง! เราก็ตั้งตารอหน้าจอ เตรียมพุ่งตัวไปงานนี้ทันที ซึ่งพอได้ไปจอยมาแล้ว… เราก็ไม่อยากเก็บประสบการณ์การได้ไปตะลุยอีเว้นท์ออนไลน์สุดคูลนี้ไว้คนเดียว (มันดีจริง ๆ แก) วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอีเว้นท์ออนไลน์แสนเก๋ที่ชื่อว่า TRAMS Virtual Festival ที่เป็นงานเทศกาลออนไลน์ที่รวมเอาทั้งคอนเสิร์ต มหกรรมไลฟ์ ขายของ เกมออนไลน์ นิทรรศการศิลปะออนไลน์และกิจกรรมเก๋ ๆ ไว้ในงานเดียวกัน!

อธิบายก่อนว่า TRAMS Virtual Festival คือ New Media Platform สำหรับการจัดอีเว้นท์ออนไลน์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Eventpass แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารสำหรับชาวอีเว้นท์ โดยความตั้งใจของเราก็คือการเปิดประสบการณ์ Virtual Event ให้กับคนไทยที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเข้าไปจอยกันได้ผ่าน https://tramsvirtualfest.com/ โดยเขามีคอนเซปต์เป็นการจำลองประสบการณ์ที่เราจะได้นั่งรถรางขบวนพิเศษไปยังเกาะส่วนตัว ซึ่งความมันก็อยู่ตรงนี้แหละ เพราะแต่ละเกาะก็จะมีแอคทิวิตี้และร้านค้าให้เราได้จอยกันไปตามธีมของแต่ละเกาะด้วย!

โดยเกาะแรกที่เราขอเลือกวาร์บไปคือ Phuket Station ที่เราจะได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศชายทะเลแสนชิล โดยความเก๋ของเขาคือการยกบรรดาแบรนด์ไอเทมริมทะเลและงานคราฟต์สุดชิคมาไว้บนเกาะนี้ แถมยังมีบรรดาดีลจากที่พักสุดหรูและแพ็คเกจ well-being spa ให้เราเลือกหยิบใส่ตะกร้าแล้วไปพักผ่อนกันได้จริง! และเก๋กว่านั้นคือมีจุดให้เราแวะไปไหว้พระใหญ่แห่งเมืองภูเก็ตให้เราแวะไปเช็กอินตามธรรมเนียมการมาเกาะภูเก็ตด้วย!
มาต่อกันที่เกาะ Lanna Station ซึ่งเกาะนี้ก็เหมาะสำหรับสายคัลเจอร์ดื่มด่ำวัฒนธรรมและงานศิลป์ เพราะเขายกบรรยากาศการแอ่วเมืองเหนือแบบสมจริงไว้ที่เกาะนี้ มีครบทั้งการปีนขึ้นดอยสุเทพ ไปดูความตระการตาของสถาปัตยกรรมไทยที่วัดร่องขุน ดูบอลลูนที่สิงห์ปาร์ค ชมวิวที่พระตำหนักดอยตุง และสำหรับสายชอปสายชิม เกาะนี้เขาก็ได้รวมบรรดาร้านอาหารและเครื่องดื่มพื้นบ้านของภาคเหนือ รวมถึงสินค้าแฟชั่นผ้าไทยสุด และสินค้าชุมชนจากจังหวัดในภาคเหนือมาให้เราเลือกจับจ่ายกันด้วย ที่เราประทับใจสุดคือ เขาตอบโจทย์สายคัลเจอร์ด้วยการยกนิทรรศการงานศิลปะจากโครงการแม่ฟ้าหลวงมาให้เราไปดื่มด่ำกันด้วย!

สำหรับใครที่คิดถึงกลิ่นซากุระและอากาศชิล ๆ ที่ญี่ปุ่น เราขอผายมือไปที่เกาะ Tokyo Station ที่เขารวมเช็กลิสต์ของทริปเจแปนมาไว้ที่นี่ครบ จบ มากเวอร์ ตั้งแต่การยกจุดเช็กอินยอดฮิตมาไว้ให้เราได้ไปเสพบรรยากาศความญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นปราสาทโอโดวาระ ภูเขาไฟฟูจิ หรือโตเกียวทาวเวอร์ และมาญี่ปุ่นทุกทริปจะไม่ชอปได้ยังไงไหว เกาะนี้เขาก็รวบรวมเอาสินค้าแฟชั่นและเครื่องสำอางมาไว้ให้เราเลือกหยิบใส่ตะกร้ากันเหมือนไปเดินย่านฮาราจุกุจริง ๆ หรือจะเลือกไปชิมอาหารญี่ปุ่นและเอเชียนเมนูต่าง ๆ เขาก็มีมาให้เลือกชิมกัน หรือสายแกดเจ็ตจะเลือกไปชอปไอเทมไอทีต่าง ๆ เขาก็มีดีลเด็ด ๆ มาให้เลือกเพียบ!

นอกจากนี้ยังมีเกาะ Paris ให้เราได้แกล้ง ๆ เป็นปารีเซียงได้ด้วย ซึ่งถ้าพูดถึงปารีสเรื่องที่เรานึกถึงก็หนีไม่พ้นแฟชั่น ซึ่งบอกเลยว่าเกาะนี้จะช่วยให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตเหมือน Everyday is runway ได้จริง ๆ เพราะด้วยความเริ่ดของเสื้อผ้าแต่ละร้านที่มาตั้งคือ สิบ สิบ สิบ

เที่ยวหลายเกาะเหนื่อยแล้ว เราก็จะมาจบที่เกาะ LA Station จะบอกว่าเกาะนี้คือสมกับเป็น LA เหมืองแห่งแสงสีจริง ๆ ด้วยความหลากหลายของแอคทิวิตี้และสินค้าในโซนนี้ทำให้เราเพลินจนลืมเวลาไปเลยเหมือนกัน แอบกระซิบว่าทุกเกาะเนี่ยจะมีบริการดูดวงของหมอดูชื่อดังจาก Youtube เอาใจสายมูในราคา 99 บาทด้วย (แต่ต้องจองคิวให้ทันนะ) ตอบโจทย์ทุกความจอยเลยจริง ๆ

ที่สำคัญ สายชอปสายแฟทั้งหลายก็ต้องไม่พลาดกับไอเทมสุดพิเศษที่มีให้เลือกชอปกันเฉพาะที่งานนี้ นั่นก็คือ คอลเลกชั่นเอ็กซ์คลูซิฟจาก Akkara Bangkok แบรนด์สตรีตแฟชั่นขวัญใจฮิปสเตอร์แบงค็อก ที่คอลแลบร่วมกับ TRAMS เป็นพิเศษเฉพาะงานนี้!

และสำหรับสายอาร์ตที่ทุกสัปดาห์ต้องไปตามเก็บอีเว้นท์งานศิลปะจากแกลเลอรีทั่วกรุง จะบอกว่างานนี้ตอบโจทย์ชาวเสพศิลป์อย่างเรา ๆ มาก เพราะเขาได้รวบรวมเอาอาร์ตแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศไทยมาไว้ให้เราเลือกไปฮอปกัน! โดยแต่ละนิทรรศการที่เขานำมาจัดแสดงก็เลอค่าสุด ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการภาพถ่าย Thailand Biennale Krabi, นิทรรศการที่จัดแสดงงานของศิลปินแห่งชาติอย่าง พิเชษฐ์ ชื่นกลิ่น หรือจะลองฮอปไปดูความอลังการของโบราณสถานที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา, อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร เขาก็มีมาให้เลือกไปเสพศิลป์เสพวัฒนธรรมกันครบ


แต่จะบอกว่าความพีคของเขายังไม่จบแค่นี้ เพราะนอกจากจะได้เที่ยวแล้ว ยังมีคอนเสิร์ตให้ดูด้วยนะเออ ซึ่งช่องทางการดูก็จะมีทั้งหมด 2 ช่องทาง คือ Zoom และบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งถ้าใครดูผ่าน Zoom แล้วก็จะมีโอกาสได้พูดคุยกับศิลปินที่ตัวเองชอบด้วย ไม่ว่าจะเป็น อิ้งค์ วรันธร, นนท์ ธนนท์, The Parkinson ไปจนถึงรุ่นใหญ่อย่าง Tattoo Colour ก็มาเพิ่มสีสันให้กับอีเว้นท์นี้ด้วยเหมือนกัน หรือถ้าใครคิดถึงบรรยากาศการไปจอยดนตรีสด เขาก็มีไลฟ์ดนตรีสดให้เราไปเลือกจับจองที่นั่งหน้าเวทีกัน จะสายแจ๊ซ สายดีเจไลฟ์ มีครบเลยล่ะ
ถ้าให้สรุปงาน TRAMS Virtual Festival แบบสั้น ๆ จะบอกว่างานนี้คือ อีเว้นท์ทิพย์ที่มอบความสนุกให้กับคนไปได้จริง ๆ และมีแอคทิวิตี้ให้จอยเยอะมาก ๆ ทั้งไลฟ์ดนตรีสด ไลฟ์สินค้าที่ให้สายชอปไปเลือกเอฟกัน! ถ้าจัดงาน 7 วันก็ยังสนุก 7 วันได้เลย ซึ่งถ้าใครยังอยากลองเปิดประสบการณ์สัมผัส Virtual Festival ด้วยตัวเอง สามารถเข้าเว็บ www.tramsvirtualfest.com และซื้อบัตรได้จากทุกที่ตลอด24 ชม. ตั้งแต่วันที่ 26 – 31 มีนาคม 2564 นี้เลยจ้า
