Skip to main content
AdSense

เปิดประสบการณ์อีเว้นท์ ยุคนิวนอร์มอล TRAMS Virtual Festival อีเว้นท์ทิพย์ที่สนุกจริง!

แทรมส์ ทา ดา แดม แทรมส์ แทร่มส์ แทรมส์ แทรมส์ แทร้มมมมมส์

เปิดประสบการณ์อีเว้นท์ ยุคนิวนอร์มอล TRAMS Virtual Festival อีเว้นท์ทิพย์ที่สนุกจริง!
March 30, 2021 Bangkok time
ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าบรรดาสายทัวร์อีเว้นท์และชาว ‘ร่างกายต้องการคอนเสิร์ต’ ทั้งหลายต้องมีอาการคล้าย ๆ เรา นั่นก็คือการโหยหาการออกไปตระเวนทำกิจกรรมนอกบ้านต่าง ๆ ที่เราเคยออกไปตะลุยทำทุกสุดสัปดาห์ ทั้งการออกไปตระเวนดูงานอาร์ตที่แกลเลอรีทั่วกรุงเทพฯ ไปตะลุยจับจ่ายที่อีเว้นท์ Flea Market รวมสินค้าเก๋ ๆ ที่เคยมีให้ไปตามเก็บทุกสัปดาห์ และที่คิดถึงที่สุดก็คือการพาร่างกายออกไปรับพลังงานบวกจากเสียงดนตรีหน้าเวทีคอนเสิร์ตซึ่งเป็นแหล่งพลังงานชีวิตอันยิ่งใหญ่ของเรา (ฮือ)
 
ซึ่งพอเราได้ยินข่าวว่า ในบ้านเรากำลังจะมีการจัดอีเว้นท์ที่รวมกิจกรรมนอกบ้านทุกอย่างที่เราโหยหา ทั้งการออกไปจับจ่ายที่อีเว้นท์ ชอปปิง ไปตระเวนดูงานศิลป์ ไปชิมของอร่อย และที่สำคัญคือไปรับเอนเนอจีที่คิดถึงจากบรรยากาศของงานดนตรี แต่ทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมมาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์แต่ยังไปจอยได้แบบเสมือนจริง! เราก็ตั้งตารอหน้าจอ เตรียมพุ่งตัวไปงานนี้ทันที ซึ่งพอได้ไปจอยมาแล้ว… เราก็ไม่อยากเก็บประสบการณ์การได้ไปตะลุยอีเว้นท์ออนไลน์สุดคูลนี้ไว้คนเดียว (มันดีจริง ๆ แก) วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอีเว้นท์ออนไลน์แสนเก๋ที่ชื่อว่า TRAMS Virtual Festival ที่เป็นงานเทศกาลออนไลน์ที่รวมเอาทั้งคอนเสิร์ต มหกรรมไลฟ์ ขายของ เกมออนไลน์ นิทรรศการศิลปะออนไลน์และกิจกรรมเก๋ ๆ ไว้ในงานเดียวกัน!
 
 
อธิบายก่อนว่า TRAMS Virtual Festival คือ New Media Platform สำหรับการจัดอีเว้นท์ออนไลน์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Eventpass แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารสำหรับชาวอีเว้นท์ โดยความตั้งใจของเราก็คือการเปิดประสบการณ์ Virtual Event ให้กับคนไทยที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเข้าไปจอยกันได้ผ่าน https://tramsvirtualfest.com/ โดยเขามีคอนเซปต์เป็นการจำลองประสบการณ์ที่เราจะได้นั่งรถรางขบวนพิเศษไปยังเกาะส่วนตัว ซึ่งความมันก็อยู่ตรงนี้แหละ เพราะแต่ละเกาะก็จะมีแอคทิวิตี้และร้านค้าให้เราได้จอยกันไปตามธีมของแต่ละเกาะด้วย!
 
 
โดยเกาะแรกที่เราขอเลือกวาร์บไปคือ Phuket Station ที่เราจะได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศชายทะเลแสนชิล โดยความเก๋ของเขาคือการยกบรรดาแบรนด์ไอเทมริมทะเลและงานคราฟต์สุดชิคมาไว้บนเกาะนี้ แถมยังมีบรรดาดีลจากที่พักสุดหรูและแพ็คเกจ well-being spa ให้เราเลือกหยิบใส่ตะกร้าแล้วไปพักผ่อนกันได้จริง! และเก๋กว่านั้นคือมีจุดให้เราแวะไปไหว้พระใหญ่แห่งเมืองภูเก็ตให้เราแวะไปเช็กอินตามธรรมเนียมการมาเกาะภูเก็ตด้วย!
 
 
มาต่อกันที่เกาะ Lanna Station ซึ่งเกาะนี้ก็เหมาะสำหรับสายคัลเจอร์ดื่มด่ำวัฒนธรรมและงานศิลป์ เพราะเขายกบรรยากาศการแอ่วเมืองเหนือแบบสมจริงไว้ที่เกาะนี้ มีครบทั้งการปีนขึ้นดอยสุเทพ ไปดูความตระการตาของสถาปัตยกรรมไทยที่วัดร่องขุน ดูบอลลูนที่สิงห์ปาร์ค ชมวิวที่พระตำหนักดอยตุง และสำหรับสายชอปสายชิม เกาะนี้เขาก็ได้รวมบรรดาร้านอาหารและเครื่องดื่มพื้นบ้านของภาคเหนือ รวมถึงสินค้าแฟชั่นผ้าไทยสุด และสินค้าชุมชนจากจังหวัดในภาคเหนือมาให้เราเลือกจับจ่ายกันด้วย ที่เราประทับใจสุดคือ เขาตอบโจทย์สายคัลเจอร์ด้วยการยกนิทรรศการงานศิลปะจากโครงการแม่ฟ้าหลวงมาให้เราไปดื่มด่ำกันด้วย! 
 
 
สำหรับใครที่คิดถึงกลิ่นซากุระและอากาศชิล ๆ ที่ญี่ปุ่น เราขอผายมือไปที่เกาะ Tokyo Station ที่เขารวมเช็กลิสต์ของทริปเจแปนมาไว้ที่นี่ครบ จบ มากเวอร์ ตั้งแต่การยกจุดเช็กอินยอดฮิตมาไว้ให้เราได้ไปเสพบรรยากาศความญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นปราสาทโอโดวาระ ภูเขาไฟฟูจิ หรือโตเกียวทาวเวอร์ และมาญี่ปุ่นทุกทริปจะไม่ชอปได้ยังไงไหว เกาะนี้เขาก็รวบรวมเอาสินค้าแฟชั่นและเครื่องสำอางมาไว้ให้เราเลือกหยิบใส่ตะกร้ากันเหมือนไปเดินย่านฮาราจุกุจริง ๆ หรือจะเลือกไปชิมอาหารญี่ปุ่นและเอเชียนเมนูต่าง ๆ เขาก็มีมาให้เลือกชิมกัน หรือสายแกดเจ็ตจะเลือกไปชอปไอเทมไอทีต่าง ๆ เขาก็มีดีลเด็ด ๆ มาให้เลือกเพียบ!
 
 
นอกจากนี้ยังมีเกาะ Paris ให้เราได้แกล้ง ๆ เป็นปารีเซียงได้ด้วย ซึ่งถ้าพูดถึงปารีสเรื่องที่เรานึกถึงก็หนีไม่พ้นแฟชั่น ซึ่งบอกเลยว่าเกาะนี้จะช่วยให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตเหมือน Everyday is runway ได้จริง ๆ เพราะด้วยความเริ่ดของเสื้อผ้าแต่ละร้านที่มาตั้งคือ สิบ สิบ สิบ
 
 
เที่ยวหลายเกาะเหนื่อยแล้ว เราก็จะมาจบที่เกาะ LA Station จะบอกว่าเกาะนี้คือสมกับเป็น LA เหมืองแห่งแสงสีจริง ๆ ด้วยความหลากหลายของแอคทิวิตี้และสินค้าในโซนนี้ทำให้เราเพลินจนลืมเวลาไปเลยเหมือนกัน แอบกระซิบว่าทุกเกาะเนี่ยจะมีบริการดูดวงของหมอดูชื่อดังจาก Youtube เอาใจสายมูในราคา 99 บาทด้วย (แต่ต้องจองคิวให้ทันนะ) ตอบโจทย์ทุกความจอยเลยจริง ๆ
 
 
ที่สำคัญ สายชอปสายแฟทั้งหลายก็ต้องไม่พลาดกับไอเทมสุดพิเศษที่มีให้เลือกชอปกันเฉพาะที่งานนี้ นั่นก็คือ คอลเลกชั่นเอ็กซ์คลูซิฟจาก Akkara Bangkok แบรนด์สตรีตแฟชั่นขวัญใจฮิปสเตอร์แบงค็อก ที่คอลแลบร่วมกับ TRAMS เป็นพิเศษเฉพาะงานนี้!
 
 
และสำหรับสายอาร์ตที่ทุกสัปดาห์ต้องไปตามเก็บอีเว้นท์งานศิลปะจากแกลเลอรีทั่วกรุง จะบอกว่างานนี้ตอบโจทย์ชาวเสพศิลป์อย่างเรา ๆ มาก เพราะเขาได้รวบรวมเอาอาร์ตแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศไทยมาไว้ให้เราเลือกไปฮอปกัน! โดยแต่ละนิทรรศการที่เขานำมาจัดแสดงก็เลอค่าสุด ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการภาพถ่าย Thailand Biennale Krabi, นิทรรศการที่จัดแสดงงานของศิลปินแห่งชาติอย่าง พิเชษฐ์ ชื่นกลิ่น หรือจะลองฮอปไปดูความอลังการของโบราณสถานที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา, อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร เขาก็มีมาให้เลือกไปเสพศิลป์เสพวัฒนธรรมกันครบ
 
 
 
แต่จะบอกว่าความพีคของเขายังไม่จบแค่นี้ เพราะนอกจากจะได้เที่ยวแล้ว ยังมีคอนเสิร์ตให้ดูด้วยนะเออ ซึ่งช่องทางการดูก็จะมีทั้งหมด 2 ช่องทาง คือ Zoom และบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งถ้าใครดูผ่าน Zoom แล้วก็จะมีโอกาสได้พูดคุยกับศิลปินที่ตัวเองชอบด้วย ไม่ว่าจะเป็น อิ้งค์ วรันธร, นนท์ ธนนท์, The Parkinson ไปจนถึงรุ่นใหญ่อย่าง Tattoo Colour ก็มาเพิ่มสีสันให้กับอีเว้นท์นี้ด้วยเหมือนกัน หรือถ้าใครคิดถึงบรรยากาศการไปจอยดนตรีสด เขาก็มีไลฟ์ดนตรีสดให้เราไปเลือกจับจองที่นั่งหน้าเวทีกัน จะสายแจ๊ซ สายดีเจไลฟ์ มีครบเลยล่ะ
 
ถ้าให้สรุปงาน TRAMS Virtual Festival แบบสั้น ๆ จะบอกว่างานนี้คือ อีเว้นท์ทิพย์ที่มอบความสนุกให้กับคนไปได้จริง ๆ และมีแอคทิวิตี้ให้จอยเยอะมาก ๆ ทั้งไลฟ์ดนตรีสด ไลฟ์สินค้าที่ให้สายชอปไปเลือกเอฟกัน! ถ้าจัดงาน 7 วันก็ยังสนุก 7 วันได้เลย ซึ่งถ้าใครยังอยากลองเปิดประสบการณ์สัมผัส Virtual Festival ด้วยตัวเอง สามารถเข้าเว็บ www.tramsvirtualfest.com และซื้อบัตรได้จากทุกที่ตลอด24 ชม. ตั้งแต่วันที่ 26 – 31 มีนาคม 2564 นี้เลยจ้า
 
AdSense
AdSense
AdSense