เวลาพูดถึงสไตล์การแต่งตัว เราเชื่อว่าทุกคนคงมีรูปแบบที่ชอบอยู่ในใจที่ได้รับอิทธิพลมาจากไอดอลที่ชอบหรือนิตยสารเล่มโปรด แต่ชั่วโมงนี้ สไตล์การแต่งตัวที่อินเทรนด์ที่สุดคงหนีไม่พ้นเรโทร (Retro) หรือแฟชั่นแนวย้อนยุคที่จุดความสนใจให้สายแฟชั่นหันมาดัดแปลงแฟชั่นคลาสสิกสมัยคุณพ่อยังหนุ่มกันอย่างสนุกสนาน แต่เราเชื่อว่า หลาย ๆ คนน่าจะยังสับสนแฟชั่นสไตล์เรโทร กับแฟชั่นวินเทจ (Vintage) อยู่ ว่าในเมื่อทั้งสองอย่างคือแฟชั่นย้อนยุคเหมือนกัน แล้วมันต่างกันยังไงล่ะเนี่ย

จริง ๆ แล้ว แฟชั่นวินเทจจะหมายถึงสไตล์การแต่งตัวที่หยิบจับไอเท็มที่มีอายุมากกว่า 20 ปีมาใช้ โดยคาดว่าวินเทจมาจากคำว่า Vandage ที่แปลว่าช่วงเก็บเกี่ยวองุ่น แฟชั่นวินเทจเลยมักทำให้เรานึกถึงหญิงสาวในชุดเดรสกระโปรงบานครึ่งน่อง หมวกใบใหญ่ และถุงมือสั้นแบบที่ออเดรย์ เฮปเบิร์นชอบใส่ ซึ่งคีย์ไอเทมของแฟชั่นวินเทจนอกจากกระโปรงบานสีสันสดใสแล้วก็ยังมีแว่นตาดำ และ suspender หรือสายเอี๊ยมที่หนุ่ม ๆ ใส่เพื่อดึงกางเกงให้เข้าทรง


ขณะที่แฟชั่นสไตล์เรโทรก็หมายถึงของเก่าเหมือนกัน แต่เป็นการดัดแปลงหรือเลียนแบบแฟชั่นในอดีตไม่ว่าจะเป็นยุค 60s 70s หรือ 80s โดยผสมเข้ากับแฟชั่นยุคใหม่ ทำให้มีความเป็นเอกลักษณ์และสื่อถึงสไตล์ของเราได้ดีกว่า อย่างการเอาสายเอี๊ยมมาใส่กับกางเกงทรงสลิมฟิตที่ไม่มีแน่ ๆ ในยุคนั้น ซึ่งไอเทมหลักที่เราแนะนำว่าหยิบมาครั้งไหนก็ทำให้ลุคดูเป็นเรโทรได้ทั้งนั้นก็คือแจ๊กเก็ตเดนิมสไตล์เจมส์ ดีนส์ ที่ให้ลุคขบถแบบหล่อ ๆ กางเกงยีนส์เอวสูงที่จะขับให้สาว ๆ ดูเอวเอสแถมตัวสูงขึ้นมาทันควัน และเสื้อทรงโอเวอร์ไซซ์ที่จับคู่กับอะไรก็สวย หรือถ้าเป็นข้าวของเครื่องใช้ก็จะต้องนึกถึงเครื่องเล่นแผ่นเสียง Gadhouse หรือตู้เย็น SMEG ที่มาพร้อมสีสันสดใส


แต่นอกจากเสื้อผ้าหน้าผมแล้ว นาฬิกาก็เป็นเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่จะทำให้ลุคของเราดูเป็นสายเรโทรตัวจริง แบรนด์นาฬิกาสำหรับคนคูล ๆ อย่าง Juniper ก็เลยออกนาฬิกา Timecaster ที่มาพร้อมกับดีไซน์เนี้ยบแบบ Retro-Modern ให้ความคลาสสิกและทันสมัยในเวลาเดียวกัน ซึ่งเจ้าไทม์คาสเตอร์นี้มาพร้อมตัวเรือนทรงกลมที่ได้แรงบันดาลใจจากไฟหน้าของรถสกู้ตเตอร์รุ่นคลาสสิก และเม็ดมะยมที่ทำให้นึกถึงปุ่มปรับเสียงของเครื่องเสียงยุค 60s

นอกจากนี้ สิ่งที่เราชอบมาก ๆ คือความละเอียดในเรื่องการเลือกใช้สี เพราะเค้าใช้คู่สีที่เป็นสียอดนิยมในยุค Mid-Century หรือช่วงปี 1930-1950 ทำให้นาฬิกามีความเรโทรอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว ซึ่งการที่แบรนด์นาฬิกาจากดีไซเนอร์ไทยจะใส่ใจกับรายละเอียดขนาดนี้น่ะไม่ได้เห็นกันบ่อย ๆ นอกจากนี้ Timecaster ยังถูกออกแบบให้สามารถถอดเปลี่ยนสายได้เองโดยไม่ต้องไปที่ร้าน ทำให้เรามีอิสระในการออกแบบลุคแต่ละวัน อยากจะให้ลุคออกมาคลาสสิกแบบเนี้ยบก็ใช้สายหนังสีดำ ถ้าวันไหนอยากได้อารมณ์ชิล ๆ ก็เลือกเป็นสายออฟไวท์ หรือสายสแตนเลสถักก็เท่ไม่เบา


แถมใครที่ชอบความลิมิเต็ด เราขอบอกว่า รุ่นนี้ผลิตออกมาแค่ 300 เรือนในโลก และจะไม่มีการผลิตซ้ำด้วย แต่ถึงกระนั้นราคาก็ไม่ได้ดีดตัวจนน่ากลัว ที่สำคัญยังสมเหตุสมผลเกินคุณภาพไปอีก โดยสนนราคาอยู่ที่ 3,250 บาท พร้อมตัวเครื่อง Miyota Japan Movement ที่รับประกันให้อีก 1 ปี แบบนี้จะซื้อใส่เป็นคู่กับแฟนก็ไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งร่วง ยิ่งถ้านึกถึงว่าดีไซน์แบบนี้ใส่ได้ทุกโอกาส ก็ยิ่งรู้สึกว่าคุ้มขึ้นไปอีก

ซึ่งด้วยความที่นาฬิกาที่รูปลักษณ์คลาสสิกแถมราคาจับต้องได้ขนาดนี้น่ะไม่ได้มีบ่อย ๆ เราเลยอยากแนะนำให้คนช่างแต่งตัวทั้งหลาย คนชอบงานดีไซน์แนวเรโทร ไปจนถึงคนที่ชอบสะสมนาฬิกาสวย ๆ ไปลองส่องเจ้า Timecaster ดูได้ทางเว็บไซต์ และ LINE Official ของ Juniper เพราะนอกจากจะเป็นนาฬิกาที่ช่วยเสริมโททัลลุคของเราให้ดูเนี้ยบสมเป็นหนุ่มสาวเรโทรแล้ว แพ็กเกจจิ้งของนาฬิกาก็น่ารักไม่แพ้กัน ฉะนั้นก็อย่ารอช้า รีบไปเลือกตัวเรือนสไตล์ที่ชอบแล้วสั่งจองกันที่ https://www.junipermade.co/timecaster เลย
ติดตาม Juniper ได้ที่ fb.com/junipermade.co
IG : @junipermade.co
Line: @junipermade.co
คอนเทนต์โฆษณานี้สร้างสรรค์โดย Asia City Studio ให้เราช่วยบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณและส่งต่อไปยังผู้อ่านอย่างตรงจุด ติดต่อเราได้ที่ studio.asia-city.com

