"รู้จักกันอยู่แล้วครับ แต่มันเคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมประทับใจเขามาก ๆ มาก่อน"
ถือว่าไม่ใช่คนอื่นคนไกลของทีมกองบรรณาธิการซอยมิลค์ สำหรับศิลปินคุณภาพที่ออกซิงเกิลไหนมาก็ติดหูติดใจคนฟังได้ตลอดอย่าง แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ซึ่งคราวนี้เขาก็ยังทักทายเราด้วยอิริยาบถสบาย ๆ กลางโคเวิร์กกิงสเปซที่นัดกันไว้ แน่นอนว่าเรื่องที่จะพูดคุยวันนี้ต้องเกี่ยวกับผลงานล่าสุด ใจอ้วน Sugar High ที่จะเรียกว่าเป็นเพลงชวนหัวใจพองฟูแบบ 2-in-1 ก็ไม่ผิดนัก เพราะได้หนุ่ม คังยองฮยอน หรือ Young K (ยองเค - 영케이) จากวง Day6 (데이식스) มาแต่งเนื้อเกาหลีและแรปฟีเจอริงให้ด้วย

สิ่งที่ออกจะเซอร์ไพรส์เราอยู่หน่อย ๆ ก็คือ นี่ไม่ใช่การจับคู่แบบแรนด้อมหรือทดลองทำโปรเจกต์ทั่วไป โดยพี่แสตมป์บอกเราว่ามันคือ Destiny เลยทีเดียว! นั่นเพราะตัวเขาเป็นเพื่อนกับโปรดิวเซอร์ที่เคยร่วมงานกับ Day6 อยู่ก่อนแล้ว แถมยังรู้จักเป็นการส่วนตัวกับเหล่าสมาชิกวง และเคยดูคอนเสิร์ตของวงแบบใกล้ชิดไปอีก เลยพอจะเรียกได้ว่าเป็นคนคุ้นเคยระดับนึง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีเหตุการณ์ที่เขาประทับใจไม่ลืม และคิดว่ายองเคคือศิลปินที่ 'พิเศษ' เอามาก ๆ
แสตมป์: "ที่ประทับใจยองเคก็คือ นอกจากเขาจะเป็นคนแต่งเพลงเก่ง ทำเพลงได้เก่งมากแล้ว ยองเคจะเป็นคนที่แบบ... จำผมได้อะ แล้วก็เข้ามาทักก่อน ผมเคยไปอเมริกาแล้วต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่อินชอน (เกาหลี) ซึ่งผมง่วงมาก ออกจากอเมริกา ไฟลต์มันนานมาก โทรมมาก ผมก็เข็นกระเป๋ามาเหนื่อย ๆ เพื่อไปเปลี่ยนเครื่อง แล้วผมก็ไม่ได้มองหรอก แต่ว่ามีเด็กกลุ่มนึงเดินผ่านผมไป และมีคนเรียก 'แสตมป์!' ผมหันไป เป็น Day6 ครับ แล้วคนที่เรียกคือยองเค ผมก็ประทับใจมาก ว่าทำไมเขาถึงจำศิลปินจากแดนไกลอย่างผมได้นะ ซึ่งพอจะทำเพลงและเข้าไปปรึกษาค่าย JYP แล้วลิสต์ที่เขาส่งกลับมาให้เลือกมีชื่อยองเค ก็ไม่ต้องคิดมากเลย ผมรู้สึกว่าชะตาต้องกันแล้วล่ะ มันต้องใช่แล้วล่ะ"

พูดถึงว่าทำไม Destiny ถึงพายองเคมาสู่โปรเจกต์นี้แล้ว ก็ต้องถามสักหน่อยว่าเจ้าชื่อเพลง 'ใจอ้วน' นี่มันมาจากอะไรกันแน่ ซึ่งก็แน่นอนว่าคำตอบของพี่แสตมป์ต้องมาเป็นวิชวล เป็นกราฟิกหน่อย ๆ อยู่แล้ว ตามสไตล์คนที่คิดอะไรเป็นภาพไปซะหมดอย่างเขา
แสตมป์: "คือมันเกิดจากเวลาที่เราได้รับการกระทำที่เรารู้สึกว่าเขาชอบเราอะ เราก็จะแบบ... หัวใจพองโต อย่างเช่น เขาส่ง 'กู๊ดไนต์' มาให้เรา อะไรเงี้ย โดยที่เขาอาจจะส่งให้ทุกคนก็ได้ เรียกว่าไม่ได้คิดอะไรก็ได้ แต่ว่าทุก ๆ วันเขาทำแบบเนี้ย บ่อย ๆ หัวใจเราก็จะพองโต จนมันไม่ไหวแล้ว มันอ้วน มัน... ต้องการให้เขามาโอบกอด
จริง ๆ มันก็มาจากคำว่า 'ใจบาง' ด้วยแหละ ใจบางคือแบบ... หวิว ๆ ใช่ปะ? แต่ 'ใจอ้วน' คือมันหืมมม มันแน่น มันเต็มไปหมด ก็เลยเขียนเป็นเพลงว่า ถ้าไม่ได้คิดอะไร อย่ามาทำแบบนี้ทุกวันนะ ใจมันอ้วน นั่นแหละ"

เมื่อให้พูดถึงเสน่ห์ของแทร็กนี้ เมื่อเทียบกับผลงานมากมายที่เคยทำมา พี่แสตมป์ก็นั่งนึกอยู่พักใหญ่ก่อนจะเลือกเหตุผลซิมเพิล ๆ มาตอบ ซึ่งก็สรุปได้ว่าเป็น 'ความลงตัว'
แสตมป์: "มันเป็นเพลงที่หวานมากสำหรับผมนะ เป็นเพลงที่เต็มไปด้วยความรักอะ แล้วที่ผมชอบอีกเรื่องก็คือเรื่องดนตรี อันนี้ผมได้น้อง ปกป้อง จิตดี จาก Gym and Swim มาช่วยทำ แล้วเขาเก่งมากเลย เขาตัดเอาเนื้อเพลงบางช่วงไปทำเป็นลูปดนตรี อย่างคำว่า ปอง ปอง ป๊อง ปอง ป๊อง ปอง เนี่ย เขาเอามาทำเป็นบีต ส่วนเสียงเบสเขาก็เอาไปใส่ (เอฟเฟกต์) Distortion ที่ปกติจะดีดแล้วแค่ 'บึ๊ม' ก็กลายเป็น 'บวา~ม' ทุกอย่างมันเลยดูบวม ดูอ้วนขึ้นมาจริง ๆ ก็เลยรู้สึกว่าทั้งเนื้อร้องและดนตรีมันไปด้วยกันได้น่าสนใจดีครับ คือเป็นเพลงที่เนื้อหวานมาก แต่ในขณะเดียวกันดนตรีก็เท่มาก ด้วยการอาร์เรนจ์ของปกป้องนี่แหละ"
แล้วถ้าต้องเปรียบให้เจ้าใจอ้วน ๆ ที่พองฟูไปด้วยความรู้สึกดีเป็นย่านสักย่านในกรุงเทพฯ จะเป็นแถวไหนกันนะ?
แสตมป์: "ต้องเป็นที่ที่คนมาจุก ๆ กันเยอะ ๆ ปะ? ตอนนี้มีโควิด ไม่น่ามีตรงไหนไปใจอ้วนได้เนอะ เอาเป็นในคอนเสิร์ตดีกว่า ใจอ้วนน่าจะเป็นที่ที่คนอยู่รวมกัน มามีความสุขร่วมกัน ราชมังฯ อะไรแบบนี้"

อย่างนึงที่เราอยากถามศิลปินมากความสามารถคนนี้มาตลอด ด้วยความสำเร็จของตัวเขาเอง และด้วยสภาพ 'ตลาดดนตรี' บ้านเราตอนนี้ก็คือ ในฐานะที่ทำค่าย 123Records (นึง-ส่อง-ซั่ม เรคคอร์ดส์) มา เขาคิดว่าทำไมศิลปินสมัยนี้ถึงเลือกที่จะพึ่งพาค่ายกันน้อยลง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ 'ทำไมทุกคนดูจะอยากทำค่าย/สตูดิโอของตัวเอง' กันนะ?
แสตมป์: "พูดอย่างไม่เกรงใจใครเลยนะ... ค่ายมันจำเป็นน้อยลงครับ เพราะว่าเมื่อก่อนนี้ค่ายมีฟังก์ชันเป็นตัวกลางในการเอาเพลงไปให้สื่อ จะต้องมีเงินทุนให้เราทำ อะไรเงี้ย สมัยนี้การทำผลงานสักชิ้นมันจบได้ที่เรา แล้วสื่อสารกับแฟน ๆ ได้เลย ผมก็เลยคิดว่าความเป็นค่ายมันมีบทบาทน้อยลงในยุคนี้ เราจะเห็นศิลปินหลายคนมาด้วยตัวเอง แล้วดังมาก ๆ คือทุกอย่างมันเกิดจากตัวคนคนเดียวได้ง่ายขึ้นนั่นแหละ มันสร้างมาง่าย และส่งออกไปง่าย ผมว่าน่าจะเป็นปัจจัยนี้"
ไหน ๆ ก็พูดถึง 'ยุคนี้' แล้ว เราก็อยากรู้ต่อไปว่าสำหรับศิลปินระดับเขา 'แพลตฟอร์มออนไลน์' มีข้อดีข้อไม่ดียังไง เมื่อเทียบกับยุคก่อน ๆ ที่การสื่อสารกับคนฟังมักหมายถึงการออกไปตระเวนหาสื่อวิทยุและทีวี รวมถึงการแสดงสดบนเวทีฟรีคอนเสิร์ตประจำสัปดาห์ที่ทุกคนจับจ้อง
แสตมป์: "ไม่รู้เป็นข้อดีหรือข้อไม่ดีนะ แต่ผมว่าแพลตฟอร์มออนไลน์มันทำให้เห็นว่า ทุกคนไม่ได้สนใจสิ่งเดียวกันอีกต่อไป เราอาจจะมีนักร้องที่ดังมากสำหรับเด็ก ๆ กลุ่มนึง แต่พอข้ามไปอีกกลุ่มวัย หรือแม้แต่เด็กด้วยกันแต่เป็นอีกโรงเรียนนึง อาจจะไม่รู้จักเลยก็ได้"

แสตมป์: "ข้อดีเลยคือมันทำให้เราสื่อสารกับแฟนเพลงได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านใคร เราทุกคนสร้างผลงานได้เอง ส่งออกไปให้คนอื่นฟังได้เอง ส่วนข้อที่มันยากขึ้นมา ไม่ใช่ข้อเสียนะ แต่แค่ยากขึ้นมา คือเมื่อทุกคนทำได้ แล้วทำไมเขาต้องฟังเราล่ะ? ผมเลยคิดว่าเด็ก ๆ ที่โตมาในยุคนี้แล้วประสบความสำเร็จได้นานอะ เก่งมากเลยนะ
สิ่งที่ดีอีกข้อคือ ผมเพิ่งอ่านบทความเมืองนอก เขาพูดถึง One-hit wonder (ศิลปินที่เพลงดังเพลงเดียวแล้วเงียบหาย) ที่สมัยก่อนมีเยอะมาก ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ยังมี แต่เราจะไม่รู้สึกขนาดนั้น เขาบอกว่านั่นเป็นเพราะการมีอยู่ของศิลปินขึ้นอยู่กับ 'การทำข่าว' ถ้าสื่อเลิกทำข่าวแล้วคนนั้นจะหายไปเลย แต่ว่า ณ วันนี้ ถ้าเกิดเรามี One-hit wonder มาสักคน แล้วเขาทำกิจกรรมอื่น ๆ ใน TikTok ต่อ ใน IG ต่อ เขาก็ยังจะมีฟอลโลเวอร์ติดตามต่อไป ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ มันเหมือนกับ... เมื่อแสงส่องมาที่คุณแล้ว คุณจะทำยังไงกับแสงนั้นต่ออะ?"

มันคงจะเป็นอย่างที่พี่แสตมป์บอก ที่ว่าการมีคนติดตามเดี๋ยวนี้ขึ้นอยู่กับ 'การถูกเห็น' และ 'การใช้แสง' ให้เป็นประโยชน์ แต่สิ่งที่หลังจากคุยกันแล้วเราก็ยังทึ่งอยู่มาก ๆ ก็คือ พี่แสตมป์ไม่ใช่ 'คนเล่นแสง' ซะเองด้วยซ้ำ แต่ทุกผลงานของเขากลับน่าจดจำและเรียกกระแสได้ตลอด ยิ่งทำให้เราคิดว่า ไม่ว่าเวลาหรือลักษณะอุตสาหกรรมดนตรีจะเปลี่ยนไปขนาดไหน จะมีคนที่เป็น 'ของจริง' อยู่เสมอ และสำหรับเรา พี่แสตมป์เป็นคนคนนั้น
ใจอ้วน Sugar High ซิงเกิลล่าสุดของพี่แสตมป์และหนุ่มยองเค Day6 ปล่อยแล้ววันนี้ (14 ม.ค.) ฟังได้ทางสตรีมมิงทุกช่องทาง

