ในวันชิลล์ ๆ แบบนี้ เราได้นัดเจอกับ มอร์ วสุพล เกรียงประภากิจ หรือ Morvasu (มอร์วสุ) ศิลปินที่เพิ่งปล่อยผลงานใหม่ออกมาได้ไม่นาน ซึ่งจุดเด่นของซิงเกิลล่าสุดนี้คือมันถูกจริตกับเหล่ามนุษย์ Lazy Sunday (อย่างเรา) มาก ๆ ซึ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือที่มาที่ไปเบื้องหลังคอนเซปต์ดนตรีนี่แหละ ทำไมกันนะ ทำไมต้องเป็น Sunday?


มอร์: คือ Sunday มันมาจากที่เดี๋ยวนี้คนชอบบอกให้ 'ออกไปใช้ชีวิต' กันน่ะครับ แต่ว่าบางที... ยังไงดี... ผมคงเป็นคนต่อต้านสังคมอยู่ลึก ๆ มั้งครับ เลยไม่ได้รู้สึกว่าคนเราจะต้องออกไปใช้ชีวิต ออกไปหาอะไร เพื่อให้ค้นพบอะไรเท่าไหร่ เหมือนพอมันมีโขยงความคิดอะไรสักอย่างขึ้นมา ผมจะไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็น Absolute Truth (ความจริงโดยสมบูรณ์) นี่หว่า อะไรแบบนี้ คือถ้าเราจะอยู่บ้านเฉย ๆ เปื่อย ๆ กับแฟน มันก็มีความสุขจะแย่แล้ว ก็เลยขยายความรู้สึกนี้เป็นเพลงครับ
เพลงนี้เทียบกับผลงานก่อน ๆ แล้วมันพิเศษยังไง
มอร์: มันขี้เกียจมั้งครับ โคตรขี้เกียจเลย แทบจะนอนร้องเลยครับ (หัวเราะ) พอคอนเซปต์มันเป็นอย่างนี้ ผมเลยพยายามทำทุกอย่างให้มันขี้เกียจตามไปด้วย แต่เพลงก็ยังมีบีตอยู่นะครับ
ใช้เวลาแต่งเท่าไหร่
มอร์: นานครับ เพราะขี้เกียจ (หัวเราะ) อย่างบางท่อนมันเขียนแล้วไม่ดี ก็ทิ้งมันไว้นาน ๆ แล้วค่อยกลับไปแก้ครับ วันที่เขียนออก มันก็จะได้เอง
คิดว่าซิกเนเจอร์ของตัวเองคืออะไร
มอร์: ความ... เซนสิทีฟ มั้งครับ มันเซนสิทีฟในแง่ที่ว่า... เรามองเห็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่ามีความหมายน่ะ ไม่ใช่ว่าใครพูดอะไรแล้วก็ร้องไห้แบบนั้นนะครับ แค่รู้สึกกับเรื่องเล็ก ๆ แล้วสงสัยว่าทำไมเรื่องเล็กแบบนี้ถึงไม่มีคนเอามาเขียนเป็นเพลงวะ (หัวเราะ) อย่างเพลงนี้คือ 'การนอนขี้เกียจวันอาทิตย์' เนี่ย มันเป็นเรื่องเล็กไปใช่มั้ย ถึงไม่มีใครพูดถึงเลย

นอกจากการนอนขี้เกียจแล้ว ช่วงนี้มอร์ 'มองเห็น' อะไรอีกบ้าง
มอร์: มีเพลงใหม่ครับ แต่ค่ายยังไม่ได้ฟังนะ ชื่อว่า ดูดฝุ่น ครับ (หัวเราะ) เล่าถึงวันที่ดูดฝุ่นกับเธอแล้วมีความสุข ซึ่งมันเล็กมาก ๆ อะครับ ความรู้สึกมันดูน้อย แต่มันก็พอแล้ว
ในยุคที่ออนไลน์เป็นช่องทางหลักของทุกอย่าง การทำดนตรียากขึ้นมั่งมั้ย
มอร์: ข้อโชคดีของผมคือผมดันเป็นคนชอบปรับตัวเองไปเรื่อย ๆ มั้งครับ เพราะว่าผมทำโฆษณาด้วย ผมเลยต้องปรับตามกระแสอยู่ตลอด ทั้งโฆษณากับเพลง มันจะมีฟอร์มกับเทรนด์ที่เปลี่ยนไปอยู่แล้ว ซึ่งผมสนุกกับสิ่งนั้น อย่างเราเองเราก็เป็นคนฟังด้วย ไม่ใช่แค่คนทำเพลง มันก็เลยได้มองจากมุมคนฟังด้วย แล้วคิดต่อว่าเพลงเพลงนึงมันน่าจะเป็นประมาณไหน คือเราดันเป็นคนฟังที่ Evolve (พัฒนา) ด้วยไง เราก็ทำเพลงที่เราอยากฟัง
เป็นคนชอบอยู่ในสตูดิโอหรือออกไปโชว์มากกว่า
มอร์: ผมชอบเวลาผมคิดเพลงออกที่สุดครับ ไม่จำเป็นว่าต้องอยู่ในสตูดิโอหรืออะไร มันเหมือนเราเป็นผู้กำกับ แล้วเรา Develop (พัฒนา) ชิ้นงานขึ้นมาได้น่ะครับ

มีเพลงไหนที่เรียกว่าเพลงไทเทิลของ Morvasu ได้มั่งมั้ย
มอร์: ผมว่ามันมีหลายเฉดของคำตอบสำหรับคำถามนี้มากเลยครับ อย่างเพลงที่เรารู้สึกว่า 'เออ เราไปทางนี้ดีกว่า' น่าจะเป็น Melbourne คือมันเป็นเพลงแรกที่ทำเป็นแนวนี้ แล้วพอทำแล้วสบายใจกับมันมาก รู้สึกว่าเราไม่ต้องพยายามอะไรเลย กับการร้องเพลง กับความรู้สึกของมัน แต่ถ้าเพลงที่รู้สึกว่ามีความส่วนตัวมาก ๆ ที่สุด สำหรับผมคือ New Year's Resolution ที่ปล่อยเป็นซิงเกิลพิเศษช่วงปีใหม่ครับ คือในความป็อปของมัน ผมเขียนในเชิงทดลองประมาณนึงเลย


กลับมาที่ Sunday กันอีกสักหน่อย มอร์ว่าเพลงนี้เปรียบเป็นสถานที่ไหนได้บ้าง
มอร์: เตียง โซฟา ประมาณนี้เลยครับ
แล้วถ้าเปรียบเป็นอาหารล่ะ
มอร์: เป็น... Breakfast ครับ เป็น Full American Breakfast เลยครับ (หัวเราะ) มีไข่ดาว Sunny Side Up มีแฮม มีไส้กรอก
แล้วถ้าเปรียบเป็นแกดเจ็ตหรือดีไวซ์สักอย่างล่ะ
มอร์: มือถือที่ปิดไว้ครับ
ถือเป็นคำตอบที่น้อยแต่มาก ยากแต่ง่ายพอตัวเลยนะ ฟังมาทั้งหมดแล้ว บอกตรง ๆ ว่าเราประทับใจความมินิมอลของหนุ่มมอร์และซิงเกิลล่าสุดของเขามาก ๆ เลยนะ เพราะเรารู้สึกว่าคนที่มองเห็นเรื่องเล็ก ๆ ที่น่ายินดีในชีวิตได้แบบนี้คือคนที่จะมีความสุขจริง ๆ น่ะ แล้วคนที่มีความสุข ก็จะทำชิ้นงานที่มีความสุข และสามารถส่งต่อความสุขไปได้เรื่อย ๆ ถ้าไม่เชื่อ ชาวซอยมิลค์ก็ลองฟังเพลง Sunday ไปพร้อม ๆ กันตรงนี้เลยดูสิ
