ทีแรกที่ได้ยินว่า Ice Paris หรือ ไอซ์ พาริส อินทรโกมาลย์สุต จะปล่อยเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวส่วนตัว ในช่วงที่สูญเสียบุคคลสำคัญในชีวิต เราก็เตรียมตัวฟังเพลงช้าบีบคั้นอารมณ์ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว แต่ปรากฏว่าพอซิงเกิลอย่าง รอยยิ้มไกลไกล (Smile In The Sky) ถูกปล่อยออกมาจริง ๆ กลับคึกคัก ตัดอารมณ์กันซะอย่างงั้น ทำไมเขาถึงเลือกที่จะดีไซน์โปรเจกต์รักโปรเจกต์หวงออกมาแบบนี้ และตัวตนที่ผ่านความเจ็บปวดมาได้แล้วของเขาจะมีอะไรเป็นส่วนประกอบบ้าง มาทำความรู้จักเขาคนนี้ให้มากยิ่งขึ้นไปพร้อม ๆ กันเลย

เพลงนี้เล่าถึงความสูญเสีย ดูเหมือนจะเหมาะเป็นเพลงช้า ทำไมไอซ์เลือกที่จะทำให้มันเป็นเพลงเร็ว
ไอซ์: เอาจริง ๆ ด้วยความที่เพลงนี้มันเป็นเพลงแรกของผม ผมรู้สึกว่าอยากทำอะไรให้มันเป็นตัวเองให้ได้มากที่สุดน่ะครับ ผมเลยมานั่งคิดว่าความเป็นผมนี่มันคืออะไรแน่ แล้วพบว่าดนตรีที่เริ่มฟัง เริ่มสนใจ คือดนตรีร็อกครับ ทั้ง Bodyslam, Big Ass, Potato, Paradox คือเราเติบโตมากับวงพี่ ๆ เหล่านี้ ผมเลยมีแพชชันกับเพลงแนวนี้มาก ๆ ก็เลยคิดว่าควรทำเพลงที่มีกลิ่นอายของร็อกดีกว่า แล้วกับ นาดาว มิวสิค ผมก็ทำงานกับพี่โป (โป โปษยะนุกูล) ที่ก็เคยแต่งเพลงร็อกมามากมายอยู่แล้วด้วย ทั้งหมดเลยเป็นจังหวะที่เหมาะเจาะกันพอดีครับ แต่พอเราคุยกันไปคุยกันมา ก็เห็นตรงกันว่าในยุคสมัยนี้ ถ้าเราทำเป็นร็อกไปเลย มันไม่ได้อะครับ ก็ต้องปรับ ต้องดัดแปลงให้มันไปทางโมเดิร์นป็อปหน่อย เลยเริ่มจากตรงนั้นครับ แล้วถึงจะไปต่อที่ว่าเราอยากจะพูดถึงอะไรในเพลง ในที่สุดแล้วก็เป็นซิงเกิลนี้ครับ
มันเป็นเรื่องส่วนตัวและใกล้หัวใจไอซ์มากเลยนะ เลยนึกว่าไอซ์จะอยากให้มันเป็นเพลงช้าที่ดึงอารมณ์กว่านี้
ไอซ์: ผมก็เคยคิดครับ คือคิดว่าจะเล่าเรื่องนี้นั่นแหละ ความสูญเสียของตัวเอง และเคยคิดจะให้มันเป็นเพลงช้าด้วย แต่ผมก็ไม่ชอบทำอะไรตามรูปแบบเดิม ๆ ว่าพอเป็นเพลงเศร้าแล้วต้องเป็นเพลงช้า อะไรแบบนี้ครับ หรือเป็นเพลงเศร้าแล้วต้องดูหม่น ๆ ดูหมอง ๆ ผมว่าผมอยากได้ความคอนทราสต์ ความยูนีก อย่างในเอ็มวีก็จะใส่สีสันลงไปเลย ดูสดใสไปเลย ดูไม่เป็นเพลงเศร้าไปเลย ผมอยากสร้างความเซอร์เรียลนั้น สร้างความไม่จริงนั้นขึ้นมา เป็นงานอาร์ตที่อยากให้แฟน ๆ ได้ลองดูกันครับ

เอ็มวีนี้ให้ฟีลเหมือนหนังสั้นประมาณนึงเลยนะ ปกติไอซ์เป็นคนชอบดูหนังหรือเปล่า มันให้ความรู้สึกว่าไอซ์เป็นคอหนังน่ะ
ไอซ์: ผมชอบมากครับ ล่าสุดที่โรงหนังเปิดนี่ผมไปดูมา 5 เรื่องแล้ว คือเราเป็นคนชอบดูหนังมาก ๆ ครับ แล้วผู้กำกับที่ทำงานด้วยกัน เป็นเพื่อนผมเนี่ยแหละ จีน (จีน ปราชญ์ โรจนสินวิไล) ก็ชอบดูหนังมากเหมือนกัน ดูหนังเยอะกว่าผมอีก พอเวลาเราเจอกัน เราก็จะคุยเรื่องหนังเยอะ ถ้าเกิดทุกคนได้ดูเอ็มวีก็จะสังเกตได้ว่ามีเรเฟอเรนซ์จากหนังอยู่เยอะเหมือนกัน เรียกว่าเป็นอินสไปเรชันที่มาจากความชอบของพวกเราเลยล่ะครับ
จริง ๆ ที่ถามเรื่องหนังคือเราดูเอ็มวีไอซ์แล้วนึกถึงหนังที่เพิ่งเข้าโรงไป เรื่อง Dune ของ เดอนี วีลเนิฟ น่ะ
ไอซ์: อ๋อ เรื่องนี้ผมก็เพิ่งดูมาครับ คือพวกเราถ่ายเอ็มวีเสร็จแล้วก็ไปดู Dune กันต่อพอดีเลย แล้วค่อยมานั่งตัดต่อกัน ซึ่งมันก็อาจจะเป็นการอินสไปร์ที่เราไม่รู้ตัวก็ได้นะครับ ผมว่าจังหวะการคัต หรือความรู้สึกของการเห็นอนาคตแบบในหนัง มันก็ดูจะทิ้งกลิ่นอายไว้ในเอ็มวีเหมือนกัน แล้วผมอะ ไปดูใน IMAX ด้วยนะ ฮันส์ ซิมเมอร์ ทำดนตรีประกอบดีมาก คือ... เก้าอี้สั่นอะ ดีมาก บ้าไปแล้วจริง ๆ ครับ


พูดถึงเพลงรอยยิ้มไกลไกลและการก้าวข้ามความเสียใจแล้ว อยากรู้ว่าไอซ์มีสถานที่ไหนที่เป็นที่พักใจหรือเอาไว้สร้างแรงใจให้ตัวเองบ้าง ตอบเป็นสถานที่หรือเป็นมุมใดมุมนึงก็ได้
ไอซ์: ของผมจะเป็นคนมากกว่าครับ เป็นคุณแม่นี่ล่ะ หรือถ้าจะเป็นสถานที่ก็ต้องเป็นบ้านครับ บ้านผมตรงโซฟา โซฟาบ้านผมมันเป็นตัวแอล ต้องอยู่ในร่องตัวกลางตัวแอลพอดีครับ แม่จะนอนตรงนั้นตลอด เป็นจุดที่ท่านชอบที่สุด สบายที่สุด มันนอนได้ อะไรแบบนี้ ก็จะเป็นตรงนั้น แล้วผมก็จะแบบ... วันไหนเหนื่อย ๆ มา ก็จะเอาตัวเราทั้งตัวไปนอนทับ เหมือนเราเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ครับ คือเวลาอยู่กับแม่เรามักจะอยากได้ความรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราตัวใหญ่มาก แล้วแม่ก็จะแบบ... โอ๊ย ไอซ์ หนัก อะไรแบบนี้ ฮ่า ๆ ๆ แต่ผมชอบ รู้สึกว่าได้คลอเคลีย
พูดถึงสถานที่อื่นกันบ้าง ปกติชอบไปเที่ยวมั้ย
ไอซ์: ชอบครับ ชอบไปทะเล แต่เอาจริง ๆ การเดินทางเนี่ย นอกจากจุดหมายปลายทางแล้ว ผมยังชอบระยะเวลาที่เดินทางด้วยนะ อย่างนั่งรถไฟ นั่งเคลื่อนบิน นั่งรถ ที่มันขับเคลื่อนไปเรื่อย ๆ แล้วเราได้นั่งฟังเพลง มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นซีนเนอรีรอบ ๆ น่ะครับ เป็นโมเมนต์ที่เราชอบมาก ผมเคย... ไปนั่งรถไฟไทยอะฮะ...
ก็คือไม่ถึงจุดหมายสักทีสินะ
ไอซ์: เออ ไม่ถึงสักที ใช้เวลาทั้งวันเลยนะ ซึ่งมันก็มีหลายช่วงเหมือนกันที่เราแบบ... โอ๊ย อะไรกันเนี่ย แต่จริง ๆ แล้ว ผมรู้สึกว่าการที่ผมได้ทำสิ่งนั้นมันอินสไปริงมากเลยนะ รู้สึกว่ามันได้เห็นอะไรเยอะมาก แล้วทุกครั้งที่ได้ทำอะไรแบบนั้น ผมจะได้รับอินสไปเรชันหลาย ๆ อย่างกลับมา ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่เห็นรอบ ๆ ตัวน่ะครับ
เหมือนได้เอาตัวเองไปผ่านสิ่งต่าง ๆ แล้วสิ่งเหล่านั้นมาตกกระทบเราเนอะ
ไอซ์: ใช่ ๆ ๆ เราจะเห็นไปหมดเลย ทั้งชีวิตคน การก่อสร้าง เห็นป่า เห็นสภาพแวดล้อม แล้วเรารู้สึกว่าเราได้รับอะไรกลับมาเยอะมากครับ และผมชอบโมเมนต์แบบนั้น
เห็นบอกว่าชอบทะเล มีที่ไหนที่ชอบเป็นพิเศษมั้ย
ไอซ์: ผมไปมาเยอะมาก จนผมมีที่โปรดในทุกที่ บอกอย่างนี้ดีกว่า อย่างถ้าผมไปภูเก็ต ผมจะชอบเกาะราชาน้อยครับ ซึ่งต้องนั่งเรือออกไปอีก และไม่มีที่พักบนนั้น แต่ว่าสวยมากกก สุด ๆ สุด ๆ จริง ๆ หรือถ้าไปเสม็ด ก็ต้อง... มันคือหาดอะไรไม่รู้ แต่มันคือโรงแรมปารดีครับ (*ไปเสิร์ชมาแล้ว - อ่าวกิ่ว) เป็นที่ที่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สวยมาก ๆ มีหลายที่เลยครับ ผมแนะนำได้หมดนะ
ไอซ์ดูเป็นคนชอบที่เที่ยวที่มันส่วนตัว ๆ หน่อยเนอะ
ไอซ์: ใช่ครับ มันจะไปยาก ๆ หน่อย อย่างเกาะเต่า เสม็ด หลีเป๊ะ คือพอเราเป็นชอบธรรมชาติมาก ๆ มันก็ต้องฟีลแบบนี้แหละ ไปยาก ๆ หน่อย
เป็นคนดำน้ำมั้ย
ไอซ์: เอ่อ ผมเคยอยากดำ ดำแบบสกูบาน่ะครับ แต่ด้วยความที่เราเคยผ่าตัดหัวใจ แล้วแบบ... กลายเป็นว่าเราดำไม่ได้ เลยต้องฟรีไดฟ์อย่างเดียวครับผม ดำน้ำตัวเปล่า ซึ่งก็จะลงไปได้แป๊บ ๆ ก็ต้องขึ้น
เพลง หนัง ที่เที่ยวไปแล้ว อาหารที่บอกความเป็นไอซ์ พาริส คือเมนูอะไร มีในใจบ้างมั้ย
ไอซ์: โห (นึกนาน) น่าจะต้องสปาเกตตีคุณแม่อะครับ เป็นซอสเนื้อครับ ซอสมะเขือเทศ แบบ... ผมว่าดีมาก ความแป้ง ความอาหารชามโต ๆ ที่ต้องคลุก ไม่ต้องมานั่งแยก คือทุกอย่างมันรวมกันไปเลย ผมก็จ้วงเลย แบบไม่ต้องมองอะ อาหารประเภทนั้นครับ ที่เป็นผมที่สุด พวกแป้ง พวกชีส อะไรแบบนี้
ดูเป็นคนชอบอาหารอิตาเลียนนะ
ไอซ์: คือผมเป็นคนชอบเส้นมาก จะเป็นก๋วยเตี๋ยวก็ได้นะ แล้วผมจะชอบคลุกทุกอย่างเข้าด้วยกัน อย่างก๋วยเตี๋ยวกินแห้งอย่างเงี้ย ก็ต้องคลุก ๆ ๆ แล้วกินได้เลย ชอบอาหารที่คลุกรวมได้ครับ (ยิ้ม)
พูดถึงเมนูแบบไอซ์ไปแล้ว และถ้าต้องเปรียบเพลงรอยยิ้มไกลไกลเป็นอาหารสักจานล่ะ
ไอซ์: อื้อหือ เปรียบเพลงเป็นอาหารเหรอ ผมรู้สึกถึงความเป็นอาหารคอมฟอร์ตฟู้ดนะ แต่ว่าไปอยู่ในไฟน์ไดนิ่งอะ เหมือนในหนัง Ratatouille น่ะครับ ที่สุดท้ายแล้วมันเป็นการเอาอาหารธรรมดา เรื่องประจำวัน เรื่องจริงของเรา แต่เอาไปปรุง ไปแต่งหน้าจนมันเป็นเหมือนงานศิลปะ บางทีอาจจะต้องตีความหรือใช้ความเข้าใจอยู่พอสมควร สุดท้ายแล้วแก่นของมันคือเรื่องที่เบสิกมาก ๆ เพลงนี้ก็เป็นเบสิกของตัวผมด้วยครับ
ช่วงนี้นอกจากเพลงนี้แล้ว มีอะไรอยากฝาก อยากบอกกับแฟน ๆ บ้าง
ไอซ์: ฝากหนังของผมด้วยฮะ
อะ ว่ามา
ไอซ์: เรื่อง บุพเพสันนิวาส ครับ
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ แบบนี้ก็บอกอะไรมากไม่ได้ล่ะสิ
ไอซ์: บอกได้ว่า... มันเป็น... (นึกนาน) มันเป็นเรื่องราวใหม่... ในคอนเซปต์เดิมครับ และผมรู้สึกว่าทุกคนที่เคยชอบตัวละครอยู่แล้ว มาดูภาค 2 นี้ น่าจะชอบ ถ้าไม่ชอบเท่า ๆ ละคร ก็อาจจะชอบมากกว่าเดิมไปอีกครับ
วางกำหนดฉายเมื่อไหร่
ไอซ์: ยังขยับ ๆ กันอยู่ครับ คือมันเลื่อนจากโควิดมา แล้วพักกองไป เพิ่งกลับมาถ่ายและถ่ายเสร็จไปเดือนที่แล้วนี้เองครับ ตอนนี้กำลังขยับไทม์ไลน์กันอยู่ครับ
เกร็งมั้ยที่ต้องมาอยู่ในโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จมามาก ๆ
ไอซ์: ช่วงแรกกดดันครับ ช่วงแคสต์ ช่วงที่มันกำลังเป็นรูปเป็นร่างน่ะครับ ผมเข้าใจว่าทุกคนคาดหวัง แต่พอเวลาผ่านไปก็เริ่มชิลล์กับมันได้มากขึ้น ส่วนนึงเพราะผมเจอสถานการณ์แบบนี้มาแล้วกับ ฉลาดเกมส์โกง ที่ก็เป็นโปรเจกต์ที่ต่อเนื่องมาจากงานที่ประสบความสำเร็จมามาก ๆ เหมือนกัน ผมก็เลยทำใจชิลล์กับมันได้มากขึ้นครับ แต่แน่นอนครับว่าความกดดันมันมีอยู่ มีอยู่มากเหมือนกันครับ
มีทั้งเพลง ทั้งหนังแบบนี้ ขอให้ไอซ์ประสบความสำเร็จกับทุกอย่างเลยนะ
ไอซ์: ขอบคุณมาก ๆ ครับ ขอบคุณที่มาพูดคุยกันครับ

*ภาพระหว่างสัมภาษณ์
นอกจากความตั้งใจและแพชชันที่พุ่งทะลุผ่านจอระหว่างการสัมภาษณ์ที่เรารับรู้ได้แล้ว สิ่งที่ทำให้ไอซ์ยูนีกมาก ๆ สำหรับเราก็คือการเป็น ‘โฮมบอย’ ที่นึกถึงคุณแม่อยู่ตลอด มันคือแรงขับเคลื่อนที่ไม่เหมือนแหล่งพลังงานไหนเลยจริง ๆ นะ แล้วพลังงานแบบนั้น -ที่ไอซ์รับมาจากคุณแม่และครอบครัวแบบนั้น- มันก็ส่งออกมาผ่านผลงานแต่ละชิ้นของเขาด้วย เราหวังว่าผู้ชมผู้ฟังทุกคนจะได้รับพลังงานอบอุ่น ๆ แบบที่ว่าเวลาฟังเพลงหรือดูผลงานอื่น ๆ ของเขาเหมือนกับที่เรารู้สึกนะ
ใครยังไม่ได้ฟังไปฟังพร้อม ๆ กันได้เลย!
