ในโลกที่เต็มไปด้วยหนังดี ๆ ซีรีส์ดี ๆ เพลงดี ๆ รวมถึงผลงานที่น่าจดจำทั้งหลาย มันเป็นเรื่องง่ายดายมาก ๆ ที่เพลงสักเพลง ศิลปินสักคน จะผ่านเข้ามานั่งในใจคนดูคนฟัง ในฐานะสื่อ ตัวเราเองก็ได้พบได้เจอ ทั้งผลงาน ทั้งบุคคล ที่น่าทึ่งมามาก ไม่ว่าจะเป็นจากการเสพผลงานทั่วไปหรือการนั่งพูดคุยสัมภาษณ์ ซึ่งสัจธรรมหนึ่งเกี่ยวกับงานดี ๆ คนดี ๆ ที่เราค้นพบก็คือการผ่านมาแล้วผ่านไป เป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่ง ช่วงความทรงจำหนึ่ง ยกเว้นแต่ว่างานนั้น ๆ คนนั้น ๆ จะพิเศษมาก ๆ เกาะกุมหัวใจคนไว้ได้มาก ๆ
ความพิเศษแบบที่ว่าเป็นความรู้สึกแวบหนึ่งที่เราสัมผัสได้จากศิลปินที่เราเพิ่งได้คุยด้วย กับการเปิดตัวเพลงใหม่อย่าง เก็บไว้ตลอดไป (Once & Forever) ของ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล เรารู้สึกได้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี 20 ปีจากนี้ เขาจะเป็นอีกหนึ่งคนที่แฟน ๆ ยังมอบความรักและซัพพอร์ตอยู่เสมอ และในแง่หนึ่ง ตัวบิวกิ้นนั่นล่ะที่จะถูกแฟน ๆ 'เก็บไว้ตลอดไป' ในฐานะผู้สร้างความทรงจำดี ๆ มากมายให้ผู้คน เราเลยขอถือโอกาสพาชาวซอยมิลค์มานั่งจับเข่าคุยเรื่อยเปื่อยด้วยกัน แบบไม่ปั้นแต่งเนื้อหา เพื่อดูว่ากล่องความทรงจำของหนุ่มคนนี้บรรจุอะไรไว้บ้าง

ก่อนจะเข้าเรื่องเพลงใหม่ มีเรื่องหนึ่งที่เรามักถามคนร้องเพลงเก่งคือ รู้ตัวเมื่อไหร่ว่าตัวเองอยากร้องเพลง หรือรู้ตัวเมื่อไหร่ว่าตัวเองเสียงดี
บิวกิ้น: ตั้งแต่เกิดเลยครับ ตั้งแต่เกิดก็รู้เลยครับว่าเสียงดี (ยิ้ม)
เวอร์ไป
บิวกิ้น: คือแค่ออกมาอุแว้นี่ก็เพราะแล้วครับ เป็นโน้ต เป็นคีย์แล้ว... ล้อเล่น ๆ ผมว่าจริง ๆ แล้วมันอยู่ที่ความมั่นใจในตัวเองที่มากขึ้นมั้งครับ ผมเอง ผมเกิดมาก็ไม่ได้มั่นใจเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น มันอาจจะค่อย ๆ มามากกว่า ไม่ได้มีจุดใดจุดหนึ่งที่เรารู้สึกว่า 'เราร้องเพลงเพราะจัง' น่ะครับ มันค่อย ๆ เรียนรู้หลังจากได้รับฟีดแบ็กจากคนอื่นมากกว่าครับ
แล้วก่อนนี้เคยคิดมั้ยว่าตัวเองจะมาอยู่จุดนี้ มาเป็นนักแสดง
บิวกิ้น: ไม่เคยเลยครับ ตอนม.ปลายผมก็เป็นเด็กธรรมดาแหละครับ ยังรู้สึกอยู่เลยว่าคนที่เขาทำอะไรอย่างนี้เขาเก่งเนอะ ทั้งนักแสดงทั้งศิลปินเลยนะครับ ผมว่าการที่พวกเขาไปถึงจุดนั้นได้ พวกเขาเก่งมาก ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ทำแล้วมาถึงตรงนี้เลย
แต่สำหรับเรา บิวกิ้นดูประสบความสำเร็จมาตลอดเลยนะ ตัวบิวกิ้นเองรู้สึกยังไงที่พอมาสายนี้แล้วเสียงตอบรับดี แฟน ๆ มอบความรักให้มากมายขนาดนี้
บิวกิ้น: ผมว่าผมโชคดี ความโชคดีที่ผมว่าคือโชคดีที่ได้อยู่ในงานที่มันประสบความสำเร็จน่ะครับ อย่างเรื่องแรกทำ รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ก็ประสบความสำเร็จ เพราะตัวงานมันประสบความสำเร็จครับ เราก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานงานนั้น มันเลยเหมือนกับได้พาเราเติบโตและสร้างพัฒนาการทางอาชีพให้เราครับ คือดีใจครับ ดีใจที่สิ่งที่เราทำมันมีคนเห็นคุณค่า แต่อีกมุมหนึ่งก็รู้ว่าเป็นโชคดีที่พี่ ๆ ให้โอกาสเรา ซึ่งรวมถึง แปลรักฉันด้วยใจเธอ ด้วยนะ ผมรู้สึกว่าองค์ประกอบหลัก ๆ มันคือทีมงาน ทีมเขียนบท เพราะงั้นผมว่าผมโชคดีมากกว่าที่ได้ไปอยู่ในงานที่ดี ถ้าเราไม่มีงานที่ดี เราอาจจะไม่มีโอกาสลองทำหรือแสดงศักยภาพในงานอื่น ๆ มันดีที่มีคนเชื่อในตัวเราน่ะครับ
มีงานไหนอยากทำ แต่ยังไม่มีใครชวนมั้ย
บิวกิ้น: อยากเล่นหนังครับ
ละครเวทีนี่สนใจบ้างมั้ย
บิวกิ้น: ละครเวทีก็สนใจนะ แต่มันใช้คิวซ้อมเยอะอะครับ แล้วมันอาจจะกินเวลาไปพักหนึ่งเลย ซึ่งตอนนี้เรายังเรียนอยู่ด้วย ผมเลยอยากเล่นหนังก่อน ละครเวทีอาจจะเหมือนเป็นสเตปต่อไป หนังอาจจะเป็นมิวสิคัล... จริง ๆ หนังนี่ไม่ว่าจะเป็น Genre ไหน ผมก็อยากเล่นหมดนะ ทุกอันเลย
แปลว่าบิวกิ้นเป็นคนชอบดูหนัง
บิวกิ้น: ชอบครับ
Genre ไหนชอบดูที่สุด
บิวกิ้น: เฮ้ย ผมดูหมดเลย
เพราะเราเป็นสายรีวิวหนังไง
บิวกิ้น: อ้าว ผมนึกว่าซอยมิลค์เขียนเรื่องอาหาร อาหารนี่เลิกแล้วเหรอครับ
อาหารคนอื่นเขียนน่ะ แหม งั้นเอางี้ หนังเรื่องล่าสุดที่ดูแล้วประทับใจสุด ๆ คือเรื่องไหน
บิวกิ้น: หนังใช่มะ... ที่ประทับใจสุด ๆ เหรอ... (นิ่งไปนาน)
คือไม่ได้เข้าโรงหนังหรือดูอะไรเลยเหรอ สตรีมมิงก็ได้นะ
บิวกิ้น: (ยังคิดอยู่)
ยังไม่ได้ดู 'เจมส์ บอนด์' แน่เลยเนี่ย
บิวกิ้น: ยังเลยยย หลัง ๆ สตรีมมิงจะดูเป็นซีรีส์ด้วยครับ
อะ งั้นมีซีรีส์ไหนที่ประทับใจบ้าง ล่าสุด
บิวกิ้น: ประทับใจสุด ๆ เลย... ชอบ Narcos อะ
เป็นแนวนั้นเลยนะ
บิวกิ้น: ไม่ คือเราดูหมดนะ คือหมายความว่าแอ็กชันก็ดู แบบที่ยิง ๆ กันก็ดู หนังทริลเลอร์ หนังผี เราก็ดู หนังซูเปอร์ฮีโร่ หนังมาร์เวล ก็ดู เราดูหมด... เออ คือถ้าพูดถึงเรื่องพลอตอะ เราชอบ Loki มากเลยอะ
เรื่องเวลากับ 'ไทม์ไลน์' ทั้งหลายน่ะนะ
บิวกิ้น: ใช่ ๆ พอเราดูไปเรื่อย ๆ แล้วเราแบบ... เขาคิดได้ยังไงอะ หมายถึงพลอตนี้อะ
ชอบความซับซ้อน
บิวกิ้น: ชอบความซับซ้อน ชอบความหลายชั้น แล้วก็ชอบดีเทล ชอบอาร์ตไดเรกชัน คือเราชอบทุกอย่างเลยอะ แล้วก็ WandaVision ก็ชอบมาก
เราชอบ WandaVision มาก จริง ๆ เรางงอยู่พักนึง จนพอเฉลยแล้วเราว้าวมาก
บิวกิ้น: งงเลย ดูอยู่พักนึงแล้วก็... อะไร อะไรวะเนี่ย สุด ๆ เลย

อะ เข้าเรื่องกันสักหน่อยดีกว่า ฮ่า ๆ ๆ ยังไม่ได้พูดถึงเพลงเลยเนี่ย
บิวกิ้น: อะ ได้ ๆ ๆ มาครับ
ถามกันง่าย ๆ ตรง ๆ เลยว่า 'เก็บไว้ตลอดไป' นี่เกี่ยวกับอะไร
บิวกิ้น: เก็บไว้ตลอดไป เป็นเพลงที่เล่าถึง 'คุณค่าของการเก็บความทรงจำ' ครับ ทั้งความรัก และทุก ๆ เรื่องเลยครับ บางทีเราใช้ชีวิตแบบธรรมดา ๆ ของเราไป พอเวลาผ่านไป 10 ปี 20 ปี แล้วเรามองย้อนกลับมา ความทรงจำที่วันนั้นเป็นเรื่องธรรมดา มันอาจจะมีคุณค่ามากกว่าที่เราคิดไว้ อะไรแบบนี้ นี่คือคีย์เมสเสจของเพลงครับ
Genre ของเพลงนี้คืออะไร
บิวกิ้น: จริง ๆ ยังอยู่ใน Genre ของโซลป็อปครับ ก็ตั้งแต่หมดเฟสของเพลงซีรีส์ เราก็วางไว้ว่าจะมาแนวนี้ครับ
คิดไว้มั้ยว่าอยากลองเปลี่ยน Genre หรือไปฟีเจอริงกับศิลปินสไตล์อื่น
บิวกิ้น: ก็มีแพลนเรื่อย ๆ เนอะ แต่ ณ วันนี้ เราเพิ่งมีงานของเราเอง เลยอยากจะวางรากฐานของตัวเองให้แข็งแรงก่อน ค่อยไปเบลนด์กับคนอื่นน่ะครับ ส่วนเรื่องแนวอื่นก็เป็นไปได้นะ อาจจะเป็นเฟสต่อ ๆ ไป แต่ผมว่าคงไม่ได้ปรับเยอะหรอกครับ โครงสร้างหลัก ๆ น่าจะเป็นเพลงโซลป็อปนี่ล่ะ
ถ้าไม่นับเพลงนี้ เพลงที่ผ่านมาที่เคยร้องทั้งหมด ประทับใจเพลงไหนที่สุด
บิวกิ้น: I ไม่ O ไงครับ
ขอเหตุผลประกอบนิดนึง
บิวกิ้น: มันเป็นเพลงศิลปินเพลงแรกของเรา เราลงไปร่วมพัฒนามัน ลงไปจั่วหัว ออกไอเดีย ดูแลองค์ประกอบของเพลง 100% โดยไม่มีอะไรมาล้อมกรอบเรา สามารถเป็นตัวเองให้เต็มที่อะครับ
งั้นถ้า... บิวกิ้นเป็นคนชอบดูหนัง และชอบสิ่งที่เป็นตัวเอง ได้ลงไปดูทุกอย่างเอง ถ้าได้กำกับหนังสั้นเกี่ยวกับตัวเอง หรือของตัวเองสักเรื่อง จะเป็นแนวไหน ยังไงบ้าง ตอบแค่ว่าชื่อเรื่องประมาณไหนก็ได้นะ
บิวกิ้น: หนังสั้นเกี่ยวกับตัวเองเหรอครับ... (นึกอยู่นานพอสมควร) อ่า... เทพบุตรสุดหล่อ!
อ่า เล่นเองด้วยเนอะ
บิวกิ้น: เล่นเอง กำกับเองครับ
เป็นไอเดียเผื่อทำจริงในอนาคตแล้วกันนะ
บิวกิ้น: เหมือน A Quiet Place ไง คนพ่อ (จอห์น คราซินสกี) ก็กำกับเอง
เราเพิ่งไปดูภาค 2 ในโรงมาเลยเนี่ย
บิวกิ้น: ผมยังไม่ได้เข้าโรงหนังเลยฮะ ที่นี่เขาใช้งานผมหนักมาก (หันซ้ายหันขวา)
แหม ว่าไป
บิวกิ้น: จะดู เจมส์ บอนด์ No Time To Die ยังไม่ได้ดูเลยเนี่ย เห็นเขาบอกว่าดีมาก
ดี ๆ ทำดี แต่... เราไม่ใช่แฟนบอนด์นี่สิ เลยจะไม่ได้รู้สึกว้าวเท่าคนอื่น
บิวกิ้น: ไม่ใช่แฟนบอน? แต่ผมเนี่ยแฟนบอล แฟนแมนยู
อ้าว เด็กผีเหรอ โซลชาร์ (ผู้จัดการทีม) จะอยู่รอดมั้ยนะ จะไปมั้ยนะ
บิวกิ้น: ไปฮะ ไปเลยฮะ
อยากให้ใครมาแทน คอนเต เหรอ
บิวกิ้น: เฮ้ย รู้ได้ไงอะ ก็เป็นคลิเชของเด็กแมนยูและสถานการณ์ตอนนี้เนอะ ก็ต้องคอนเต
แต่คอนเตก็อาจจะไปนิวคาสเซิลมั้ย
บิวกิ้น: ใช่ ผมว่าเขาไปนิวคาสเซิลแหละ ผมว่าปรัชญาการทำทีมเขาชัดเจน ขนาดเขาทำ อินเตอร์ฯ (อินเตอร์ มิลาน) ได้แชมป์ เขายังออกเลยอะ ถ้าให้ขายนักเตะออก ทีมมันก็ไม่เหมือนเดิม แข่งไปก็ไม่แชมป์เปล่า ๆ ออกดีกว่า แล้วคือถ้านิวคาสเซิลเงินถุงเงินถังอะนะ เขาก็คงไปทางนั้นแหละ
งั้นเอาทีมตัวเองดีกว่า แมนยูตอนนี้ ชุดปัจจุบันนี้ ชอบนักเตะคนไหนที่สุด
บิวกิ้น: (นึกนาน) ก็ต้อง โรนัลโด นะ คิดไม่ออกว่าจะมีใคร...
อะ งั้นถ้าตลอดกาลล่ะ ชอบใคร
บิวกิ้น: พักจีซอง
แล้วถ้าเป็นชุดนี้ ที่ไม่ชอบที่สุด แบบ... ขายไปเลย
บิวกิ้น: ขายไปเลยใช่มะ... มาร์กซิยาล
แฟนแมนยูทุกคนพูดงี้ ใจร้ายจัง
บิวกิ้น: คือตอนแรกก็ไม่ได้เกลียดมันเท่าไหร่นะ แต่พอไปดูราคาที่ซื้อมากับค่าเหนื่อยมันเนี่ย ไปเหอะ! เออ ลืมไปอีกคน ที่ว่าผมชอบใครน่ะ ผมชอบ คาวานี ชอบคาวานีเป็นหน้าเป้ามากกว่าโรนัลโดอีก
อะ เข้าใจได้
บิวกิ้น: คือเหมือนเขาเป็นศูนย์หน้าขนานแท้อะ คือใครจะครอสมายังไง เขาก็จบได้หมดเลยอะ แต่โรนัลโดมันมีความ... มีบารมีอะ คนเกรงใจ
วันนี้เรานอกเรื่องไปเยอะเหมือนกันแฮะ ไหน ๆ ก็ไปถึงอังกฤษโน่นแล้ว ถ้าโควิดหมด บิวกิ้นอยากไปไหน
บิวกิ้น: อเมริกาฮะ
ส่วนไหน
บิวกิ้น: เวสต์โคสต์ครับ ไปโร้ดทริป
แปลว่าเป็นคนชอบขับรถเที่ยว
บิวกิ้น: ชอบขับรถครับ
เคยไปแล้วสินะ
บิวกิ้น: ไม่เคยครับ ไม่เคยไปเวสต์โคสต์ เคยไปรัฐอื่น นี่กะว่าอยากไปซานฟรานซิสโก ไปแอลเอ เวกัส แวะอุทยานแห่งชาติ ก็ไปรูตคลาสสิกที่คนเขาไปกันนั่นแหละครับ 12 อาทิตย์ อะไรแบบนี้

แล้วถ้าต้องเปรียบเพลงล่าสุดของตัวเองเป็นสถานที่สักแห่ง จะเป็นที่ไหนดี
บิวกิ้น: ถ้าเป็นที่ที่ผม 'เก็บไว้ตลอดไป' น่าจะ... (นิ่งไปนานมาก) ยากจัง... ไม่อิตาลีก็ฝรั่งเศสฮะ คือผมเคยไปโร้ดทริปที่ฝรั่งเศส ขับมั่วเลย ไปนอนชาโต ตื่นมากลางไร่ไวน์ อากาศดีมาก มีความสุขมาก แล้วก็ไปมงแซงมิเชล อะไรแบบนี้ อีกปีไปครูซที่อิตาลี แล้วก็ไปเก็บแนวที่มันติดทะเลทั้งหมดน่ะ ซิซิลี ซาร์ดิเนีย ข้ามมาโรม ไปเนเปิลส์ ฟลอเรนซ์ สรุปคืออิตาลีก็สวยมาก ผมว่ามันคนละรสชาติกันนะ
แต่บิวกิ้นดูเป็นคนเที่ยวลุย ๆ ดีนะ อย่างตัวเราเราจะตะลอนไม่เก่งไง
บิวกิ้น: ผมเป็นพวกกลัวไม่คุ้ม อย่างสมมุติว่าเราไปทริป 2 อาทิตย์เนี่ย ต้องอยู่เมืองละ 2 วันอะ ซึ่งการเที่ยวแบบนี้ก็อีกมู้ดนึง ความจริงมันเป็นไอเดียของปาป๊ามากกว่า เขาชอบพาเราเที่ยวแบบนี้ ป๊าจะบอกว่าไปทริปทั้งทีต้องขึ้นชื่อว่าไปเหยียบเมืองให้ได้เยอะที่สุด แต่อย่างตัวเราเอง หลัง ๆ เราเริ่มรู้สึกว่าบางที... ล่าสุดผมไปญี่ปุ่น โอซาก้าอาทิตย์นึง โตเกียวอาทิตย์นึง รู้สึกว่าพอเราได้อยู่เมืองนั้นนาน ๆ ขึ้น เราจะรู้สึกอยากจะเอ็กซปลอร์มันต่อไปอีก คือได้อีกเยอะเลยอะ ผมว่ามันสนุกคนละแบบ เวลาเราเที่ยวเร็ว ๆ บางทีเราไม่ได้เก็บความทรงจำกับเมืองเมืองนั้นเท่าที่ควร เลยเริ่มอยากเที่ยวแบบไปใช้ชีวิตมากกว่า
สรุปเลือกได้มั้ย ให้เลือก 1 ที่
บิวกิ้น: อิตาลี พอมานั่งชั่งน้ำหนักแล้ว อิตาลีดีกว่า ผมว่ามันอาร์ตกว่า
เป็นคนชอบเที่ยวมิวเซียมด้วยสินะ
บิวกิ้น: ชอบมากครับ แล้วมิวเซียมที่เคยไปแล้วชอบมากคือที่สวีเดนครับ จำชื่อไม่ได้ ที่มันเป็นเรือไม้ในพิพิธภัณฑ์อะครับ คือเขาเอาเรือรบโบราณมาทั้งลำเลย แล้วสร้างตึกล้อมเรือนั้นไว้ ใหญ่มาก สวยมากเลยฮะ (*ไปเสิร์ชมาแล้ว - Vasa Museum) ผมชอบมากเลย เวลาไปเดินวัง แล้วไกด์บอกว่าห้องนั้นห้องนี้เป็นของใคร เอาจริง ๆ ฟังจบแล้วเราก็จำชื่อคนจำดีเทลไม่ได้หรอก แต่คือเรารู้ประวัติรู้ปีรู้ความเก่าแก่แล้วมันขนลุกไง แบบ... เตียงนี้เขาเคยนอนจริง ๆ จานชามที่เขาใช้กิน โต๊ะที่เขาใช้เซ็นสัญญา
เราเคยไปโร้ดทริปที่เวลส์ ก็จะมีปราสาทเล็ก ๆ ...
บิวกิ้น: ผมเคยไปเซาท์เวลส์
อ่า เราไปทางเหนือ แล้วแวะปราสาท ซึ่งก็เปิดให้เข้าและปีนขึ้นไปดูได้จริง ๆ แต่ก็ลำบากสุด ๆ เลยนะ เพราะมันเล็กด้วย ช่องทางเดินแคบด้วย
บิวกิ้น: แต่วังแบบนั้นคือคิดแต่ว่าถ้าตกลงไปคือตายแน่นอนนะ บันไดชันอะไรขนาดนั้น แล้วเป็นหินคม ๆ หยาบ ๆ อะ ตกไปคือแน่นอนอะ ไม่มีรอดอะ
เออ มันสร้างด้วยเทคโนโลยียุคนั้นอะเนอะ ฮ่า ๆ ๆ ไปเที่ยวกันเยอะแล้ว พูดถึงข้อดีข้อไม่ดีของสถานที่กันไปแล้ว ย้อนกลับมาที่ตัวบิวกิ้นเองบ้าง บิวกิ้นว่าข้อดีของตัวเองคืออะไร
บิวกิ้น: นี่คือเปิดให้อวยตัวเองใช่มั้ย
ก็ใช่ คือก็อยากรู้ว่าจะคุยได้ถึงไหน
บิวกิ้น: ผมว่ามันจะไม่จบนะ ถ้างั้น คุยกันเรื่องดี ๆ ของผมเนี่ย
ขอสักข้อ อะ
บิวกิ้น: ผมว่าผมเป็นคนจริงจังครับ แต่เราต้องอินกับมันนะ คือเราไม่ได้จริงจังมั่วซั่วนะ คือถ้าเราอิน เราเลือกที่จะทำ และเรามีเป้าหมายกับมันแล้วอะ มันไม่มีทางอื่นนอกจากเราต้องทำให้ได้ มันมีชอยส์เดียว แต่เป็นคนแบบนี้มันก็เหนื่อยนะ พูดตรง ๆ มันเหมือนเราเป็นคนไม่ปล่อยวางอะครับ อะไรที่เราอยากทำ เราจะทำให้ได้ ซึ่งพอเวลาผ่านไปแล้วมองย้อนกลับมา เราจะรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อะ แต่ถ้าตอนนั้นไม่ได้ทำก็คาใจอยู่ดี
เป็นเหมือนอาการ OCD เล็ก ๆ มั้ย
บิวกิ้น: ใช่ ๆ เวลาจัดของ อะไรแบบนี้ วางครีม ต้องเรียงตามนี้ ของชิ้นนี้ต้องอยู่ที่นี่ เก๊ะนี้ รถต้องจอดล็อกนี้ ต้องตรงกับแผ่นกระเบื้องด้วย
กรอบรูปเอียงงี้เนอะ
บิวกิ้น: ไม่ได้ ๆ เห็นแล้วต้องเดินไปจับอะ
เป็นเหมือนกัน เข้าใจ ๆ แล้วถ้าจะให้บิวกิ้นเลือก 1 สิ่งที่ไม่ชอบ หรืออยากจะเปลี่ยนแปลง ของตัวเองล่ะ มีมั้ย
บิวกิ้น: อืมมม (นึกนานอีกรอบ) ไม่รู้สิ ไม่รู้ว่าพูดไปแล้วจะดูเข้าข้างตัวเองไปมั้ย ผมว่าเราทุกคนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองอยู่แล้วน่ะ หมายถึงถ้าเรามองว่าอะไรดี เราจะเป็นอย่างนั้น คือถ้าเรามองว่าอะไรไม่ดี เราจะไม่กลายไปเป็นสิ่งนั้นแต่แรก หมายถึงว่าถ้าให้ลองนึกถึงสิ่งไม่ดีหรืออยากแก้ไข... ผมว่าลึก ๆ ทุกคนต้องมองว่าสิ่งที่ตัวเองเป็นหรือทำ ณ เวลานั้น ๆ คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ไม่งั้นคงไม่ทำ เพราะงั้นพอถามว่าเราไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับตัวเองที่สุดมันเลย... บางทีตอบไปก็เหมือนโกหกนะ เรารู้ เราทำสิ่งนั้น เพราะเราเลือกที่จะทำมันต่างหาก
แล้วถ้างั้น ไม่เคยเห็นคนอื่นทำอะไรได้ แล้วเราอยากเป็นแบบนั้นบ้างเหรอ
บิวกิ้น: เคยครับ เวลาเราเจอคนเก่งอะ เราก็อยากจะเก่งแบบเขาบ้าง ด้วยประสบการณ์ ด้วยอะไรต่าง ๆ
ตอนนี้ยังไม่เก่งเหรอ นี่ก็เก่งแล้วนะ
บิวกิ้น: ผมว่าก็อาจจะประมาณหนึ่ง แต่เราเจอคนที่เก่งกว่าเราตลอดเวลาไงครับ เราก็จะอยากพัฒนาตัวเองต่อไปอีก มันเหมือนเป็นความโลภของมนุษย์อะฮะ ที่อยากจะดีขึ้น เก่งขึ้น
จริง ๆ เป็นคนดูบอลแบบนี้ เคยอยากเป็นนักบอลมั้ย
บิวกิ้น: เคยดิ! โหย แน่นอนอยู่แล้ว เป็นความฝันของเด็กประถมทุกคน ครูถามอยากเป็นอะไร อยากเป็นนักบอล อยากเรียนอะไร อยากเรียนวิทย์กีฬา
เล่นตำแหน่งอะไร
บิวกิ้น: ตอนเด็ก ๆ เป็นโกลครับ พอโตมาหน่อยเริ่มขยับเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก
มีขยับตำแหน่งไปอีก ความจริงเราว่าน่าสนใจนะที่สำหรับนักบอลแล้วมันจะมีสิ่งที่เราอยากทำ กับสิ่งที่เราทำได้ดี แล้วบางทีมันเป็นคนละอย่างกัน อย่าง แคสเปอร์ ชไมเคิล นี่ก็ไม่ได้เป็นโกลแต่แรกนะ ตอนเด็ก ๆ เขาเป็นกองหน้า...
บิวกิ้น: นี่เป็นผู้หญิงบ้าบอลเหรอเนี่ย

*ภาพระหว่างสัมภาษณ์
เออ เดามั้ยว่าเราเชียร์อะไร
บิวกิ้น: ผมว่าไม่ ลิเวอร์พูล ก็ เชลซี
ว้าย ผิด! เราเชียร์อาร์เซนอล
บิวกิ้น: อาร์เซนอลเหรอ... เหอะ ๆ ๆ (หัวเราะต่อเนื่อง) ยังอยู่พรีเมียร์ลีกใช่มั้ยฮะ
อยู่อันดับ 11
บิวกิ้น: อันนี้เก่งกว่าอันดับ 1 อีกนะ มีเลข 1 ตั้ง 2 ตัว เขาใช้เงินไปเยอะที่สุดเลยนะ ทีมนี้นะ เบน ไวต์ ราคา 50 ล้าน คืองงไปเลย (หันไปคุยกับทีมงาน) ทีมนี้เขาเคยทำไร้พ่ายด้วยนะ แต่ปีนี้คือทำไร้ชัยอยู่ ฮ่า ๆ ๆ
ร้ายมาก เกิดทันยุคนั้นด้วยเหรอ
บิวกิ้น: ไม่ทัน แต่เป็นที่กล่าวขานอยู่
อ่า แฟนบอลทีมนี้มักจะติดอยู่ในอดีตน่ะ อะ งั้นมาพูดถึงอนาคตกันเลยดีกว่า บิวกิ้นคาดหวังอะไรกับปี 2022 บ้าง ใกล้เข้ามาแล้วนะ
บิวกิ้น: หลายเรื่องครับ คาดหวังว่า... จริง ๆ ผมเรียนจบสิ้นปีนี้ ก็คาดหวังว่าอยากจะมีงานแสดงสักเรื่อง ซึ่งไม่ต้องถ่ายปี 2022 ก็ได้นะ แต่อยากจะมีโปรเจกต์ มีเป้าหมายในงานแสดงที่เราอินแล้วเราอยากทำ แล้วก็มีแพลนจะปล่อยเพลงครับ ซึ่งส่วนนี้ก็ทำให้อยากขึ้นเฟสติวัล ไปงานใหญ่ ๆ ไปอิเวนต์กลางคืน อยากไปลองทำหน้าที่หลาย ๆ อย่างในฐานะศิลปินด้วย อีกอย่างผมเพิ่งเปิดธุรกิจอาหารเสริมครับ เมื่อกันยานี่เอง เราอยากเห็นมันเติบโตครับ หลายอย่างครับ ทำหลายอย่าง คาดหวังหลายอย่าง โลภมาก
ทำไมถึงทำอาหารเสริม
บิวกิ้น: เป็นอาหารเสริมบำรุงสมองครับ คือผมอยากทำเป็น Umbrella Brand (มีหลายโปรดักต์ในแบรนด์เดียว) เพื่อจะขยายไปทำไลน์อื่น ๆ ในด้านเวลเนส แต่ทำไมถึงเลือกไอเทมนี้มาเปิดตัว... ก็คือ ผมทำรีเสิร์ชก่อนว่าแฟนเบสของเราเป็นใคร ไลฟ์สไตล์เป็นยังไง ต้องการอะไร แล้วเราก็มานั่งคิดว่าจะมีอะไรตอบโจทย์กลุ่มนี้ได้บ้าง คือถ้าจะให้เราไปทำแฟชั่น ไปทำอย่างอื่น มันอาจจะไม่ใช่เราไง เราอยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์จริงจัง อยากวางฟาวน์เดชันเรื่องสุขภาพ สมอง ความคิด อะไรแบบนี้มากกว่า ก็เลยมาทางนี้ ประกอบกับที่เจอสารสกัดใหม่พอดี... (อธิบายสูตรอย่างจริงจัง)
ทำไมตอบเรื่องนี้คล่องกว่าเรื่องเพลงอีก
บิวกิ้น: เพราะผมกินอาหารเสริมของตัวเองไงครับ มันดีมาก เห็นมั้ยครับ นี่ไม่มีโพยเลยนะครับ ความจำระยะสั้น ระยะยาว ดีหมด ไม่มีเหน็บชา หน้าตาแจ่มใส ผม ผิว เล็บ ดีทุกอย่างเลยครับ
โฆษณาเก่งนะเนี่ย กลายเป็นว่าพูดถึงเพลงใหม่นิดเดียวเอง ฮ่า ๆ ๆ วันนี้ขอบคุณที่มานั่งคุยกันนะคะ
บิวกิ้น: ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณเช่นกันครับ

เป็นสิ่งที่เกินคาดสำหรับเรามาก ๆ เลยนะ ที่การนั่งคุยกันแบบนี้ทำให้เราได้เห็นตัวตนของบิวกิ้น ทั้งในความเป็นเด็กและความเป็นผู้ใหญ่ รวมถึง 'ไอเทม' แต่ละชิ้นในกล่องความทรงจำที่ตัวเขา 'เก็บไว้ตลอดมา' รวมถึงคำจำกัดความที่ว่าสิ่งที่อยาก 'เก็บไว้ตลอดไป' อาจไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตก็ได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราเลือกจะเรียบเรียงสัมภาษณ์ออกมาแบบนี้ด้วยล่ะ
เราว่าสิ่งที่พิเศษที่สุดในตัวบิวกิ้น อย่างน้อยก็จากการสัมภาษณ์รอบนี้ ก็คือการพูดคุยเรื่องอะไรก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ และในหลายจังหวะเราก็สัมผัสได้ทันทีว่าเขาเป็นคนที่เห็นโลกมามาก เข้าใจโลกมาก และพร้อมที่จะเรียนรู้และก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นใจขึ้นมากด้วย และในแง่หนึ่ง ทุกอย่างที่เอ่ยถึงในบทสนทนานี้ ก็ล้วนแต่เป็นเสี้ยวความทรงจำที่เขาอยากจะนำมาแบ่งปันกับแฟน ๆ และคนอ่านซอยมิลค์ทั้งนั้น
เราว่าสุดท้ายแล้ว นี่แหละ สิ่งที่ควรค่าแก่การ 'เก็บไว้ตลอดไป' ความเป็นบิวกิ้นนี่แหละ...
