Skip to main content
AdSense

จากประสบการณ์ดนตรีที่เพาะบ่ม ผสมความเศร้าให้ลงตัว กับ No.15 เพลงใหม่ของ AMBYRFEELS ที่ขอพูดแทนตัวสำรองในทุกความสัมพันธ์

ไม่เคยได้ลงเป็นตัวจริง

จากประสบการณ์ดนตรีที่เพาะบ่ม ผสมความเศร้าให้ลงตัว กับ No.15 เพลงใหม่ของ AMBYRFEELS ที่ขอพูดแทนตัวสำรองในทุกความสัมพันธ์
October 14, 2021 Bangkok time
ก่อนจะเข้าเรื่องไปถึงเพลงที่ปล่อยและเรื่องราวเบื้องหลังไทเทิล No.15 เราต้องขอยอมรับกันก่อนตรง ๆ เลยว่า AMBYRFEELS เป็นศิลปินที่เราไม่เคยติดตามผลงานมาก่อน และกับการสัมภาษณ์ที่ทางค่าย ODD FELLAS RECORDS ส่งเทียบเชิญมา เราก็ไม่รู้จะวางธีมยังไงดี แต่พอได้พูดคุยกับตัวศิลปิน หรือก็คือ เจสัน เครียร์ แล้ว บอกเลยว่าแบ็กกราวนด์เขามาแน่น มาเต็ม และถือเป็นคนสร้างผลงานที่เอเนอร์จีน่าประทับใจมาก ๆ คนหนึ่งเลยล่ะ
 
ก่อนหน้าที่จะมาเป็น AMBYRFEELS อย่างทุกวันนี้ เจสันบอกว่าเขาเคยร่วมงานกับศิลปินมาแล้วมากมาย ทั้ง I AM, Limousine, Thaitanium และศิลปินสายทางเลือกอื่น ๆ จนวันนี้เขาเลือกแล้วว่าจะทำดนตรีที่เป็นตัวเองจริง ๆ และพอดีกับที่ได้ต้นสังกัดใหม่ ที่แนวทางการทำงานไปกันได้ดีมาก ๆ ด้วย การปล่อยผลงานล่าสุด (ในสภาวะที่วงการเพลงเพิ่งฟื้นตัวหลังโควิดแบบนี้) เลยดูจะเป็นสิ่งที่ทำให้โมเมนต์นี้พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก
 
 
ทราบว่าเจสันอยู่ในวงการดนตรีมานานมาก ๆ อยากให้เล่าถึงโมเมนต์แรก ๆ กับดนตรีนิดนึง เจสันเริ่มร้องเพลง หรือรู้ตัวว่าตัวเองร้องเพลงได้เมื่อไหร่
 
เจสัน: คือ... มันเหมือนกับว่าพอเราได้ยินเพลงเพลงนึง แล้วลองร้องตามดู มันออกมาเหมือนที่เราได้ยินครับ นั่นคือโมเมนต์ที่รู้ว่าร้องเพลงได้ คือร้องตามสิ่งที่ฟังได้น่ะครับ แต่ไม่ได้คิดว่าตัวเองร้องเพลงดีหรืออะไรนะครับ
 
เจสันมีสไตล์ดนตรีที่ชอบเป็นพิเศษมาแต่แรกมั้ย
 
เจสัน: ก่อนจะมาทำเพลงกับ Limousine นี่ผมฟังเพลงป็อปมาค่อนข้างเยอะครับ เด็ก ๆ นี่ผมฟัง ไมเคิล แจ็กสัน ด้วย โตมาหน่อยก็จะเป็นบอยแบนด์ที่ฮิต ๆ อย่าง NSYNC หรือ Backstreet Boys
 
เจสันฟังเพลง Gen เดียวกับเราเลย ขอถามอายุได้มั้ยเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ
 
เจสัน: ผมหยุดอายุไว้ที่ 24 แล้วครับ ฮ่า ๆ ๆ
 
เอางั้นเลยนะ โอเค เปลี่ยนเรื่อง มาต่อเรื่องผลงานใหม่ดีกว่า กว่าจะมาเป็นเพลงนี้ กระบวนการมันเป็นยังไง แล้วทำไมถึงเลือกชื่อไทเทิลเป็นชื่อนี้ด้วย
 
เจสัน: จริง ๆ ผมบอกทีมไปว่าอยากได้ฟีลประมาณไหน แล้วพวกเราก็ต่างคนต่างช่วย ๆ กันประกอบมันขึ้นมาครับ โดยคีย์เวิร์ดคือ 'ตัวสำรอง' แล้วผมดันมีรุ่นพี่ที่กำลังอยู่ในสภาวะนี้พอดีครับ คือเขาคุยกับคนนู้นคนนี้ในช่วง 4 - 5 เดือน แล้วไม่ประสบความสำเร็จทางความสัมพันธ์เท่าไหร่ เราเลยรู้สึกว่านี่เป็นคอนเซปต์ที่ใช้ได้เลย แต่ยังไม่รู้ว่าจะให้ชื่ออะไรดี 'ตัวสำรอง' ก็ธรรมดาไปอีก พอทำเสร็จก็เลยลองเอาไปพี่คนนี้แหละ ฟังก่อนเลย เขาก็พูดขึ้นว่า "ดี เดี๋ยวตอนถ่ายเอ็มวี พี่ใส่เสื้อบาสเบอร์ 15 ไปด้วย" ผมก็งง ทำไมต้อง 15 นะ พี่เขาก็บอกว่า "ก็เบอร์ที่ไม่ค่อยได้ลงเล่นไง ตัวสำรองไง" ผมก็คลิกเลย นี่แหละชื่อเพลง!
 
งั้นขอถามต่อ ไม่ใช่แค่เพลงนี้นะ แต่โดยรวมแล้วดนตรีของเจสันเป็นแนวไหน
 
เจสัน: น่าจะเรียกว่าอาร์แอนด์บีป็อปนะครับ หรืออาร์แอนด์บีโซลป็อป ประมาณนี้ครับ
 
อยู่บนเส้นทางดนตรีมาก็นานแล้ว ทำเพลงมาหลากหลายแล้ว เจสันมองวงการเพลงบ้านเราโดยรวมเป็นยังไงบ้าง
 
เจสัน: ผมรู้สึกว่าคนฟังช่วงนี้เปิดกว้างขึ้นครับ สมัยผมทำ Limousine นี่คนฟังน้อยมาก นิชมาก แต่ตอนนี้มันดีขึ้นมาก ๆ เลยครับ ทั้งคนทำดนตรีด้วย คนฟังดนตรีด้วย ทุกคนพร้อมจะค้นหาเพลงใหม่ ๆ แนวใหม่ ๆ มาฟังด้วยครับ แต่ในอีกทางหนึ่ง ผู้ผลิตใหญ่ ๆ บางรายก็ยังอาจจะทำผลงานด้วยแนวคิดเดิม ๆ อยู่ คือเน้นความดูดีของคนร้อง ไม่ได้ดูความสามารถหรือศักยภาพที่ควรผลักดันเป็นหลักน่ะครับ ซึ่งผมว่ามันจะไม่เป็นประโยชน์ต่อวงการนะครับ ผมว่าถ้าเราให้ความสำคัญกับความเก่งมากกว่าหน้าตา มันจะช่วยยกระดับวงการและคุณภาพผลงานได้อีกเยอะเลยครับ
 
พูดถึงผู้ผลิตแล้ว มาพูดเรื่องค่ายใหม่ที่เจสันเลือกมาอยู่ด้วยดีกว่า ทำไมเลือกอยู่ 'บ้าน' นี้
 
เจสัน: ผมเลือกมาอยู่ค่าย ODD FELLAS เพราะว่าเป็นค่ายที่แฟร์มาก ๆ เลยครับ ดีต่อตัวศิลปินมาก ๆ ผมไม่เคยเห็นดีลแบบนี้จากที่ไหนเลยพี่ เอาเป็นว่าผมพูดอย่างงี้ดีกว่า... เหมือนค่ายเห็นคุณค่าในตัวศิลปินมาก ๆ อะครับ ผมว่ามันหาได้น้อยมาก ๆ ทั้งในไทยด้วย ในโลกด้วย พอเป็นอย่างงี้แล้ว ผมยิ่งอยากตั้งใจทำงานมากขึ้นไปอีกครับ
 
เจสันมองว่าสภาพแวดล้อมที่มันเป็นอยู่ที่เอื้อให้เด็กรุ่นใหม่ ๆ ทำเพลงแล้วหรือยัง
 
เจสัน: ผมมองว่าเด็กรุ่นนี้เก่ง ๆ เยอะมากนะครับ แต่อย่างที่บอกไปว่าผู้ผลิตบางรายอาจจะไม่ได้มองที่ความเก่งเป็นหลัก หรือมอง 'ความเก่งมาก่อน' มันทำให้คนเก่งที่ควรได้รับโอกาสอาจจะไม่ถูกเห็นน่ะครับ มันยากครับ ยังยากอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน อย่างศิลปินฮิปฮอปที่ไม่มีค่าย เขาก็มีทีมงานทำกันเองได้นะครับ มันแล้วแต่โอกาส และแล้วแต่ 'โปรดักต์' เลยครับ
 
 
ยิ่งคุยกับเจสัน ยิ่งเข้าใจว่าประสบการณ์ของคนมันทำให้มองเรื่องราวรอบตัวได้ 'ขาด' กว่าจริง ๆ นะ และจะด้วยความเจนสนามหรือความเข้าใจโลกเข้าใจตัวเองใด ๆ นี่ล่ะ ที่มันทำให้ชิ้นงานของเขา ภายใต้สเตจเนม AMBYRFEELS มัน 'นิ่ง' มาก ๆ เหมือนเชฟที่รู้ว่ามื้อนี้อยากทำอะไร จะปรุงยังไง ใช้เวลาเท่าไหร่ รูปแบบหน้าตาแต่ละเมนูจะออกมาแบบไหน รวมไปถึงการจะหยิบจับตะหลิว กระทะ และถ้วยชามรามไหต่าง ๆ มันพอเหมาะพอดีไปหมดเลย
 
เราหวังว่า No.15 จะเป็นอีกหนึ่งแทร็กคุณภาพที่ถูกใจ ถูกหู คนฟังที่กำลังอยู่ในมู้ด 'ไม่ได้เป็นตัวจริง' รวมถึงช่วยบรรเทาความเฮิร์ตจากการไม่ถูกเลือกลงได้บ้างนะ (ฮือ) คืออย่างน้อยก็ให้รู้ไว้ว่าคุณไม่ได้เป็นตัวสำรองอยู่คนเดียวน่ะ มีคนเข้าใจความรู้สึกนี้มากมายจริง ๆ อย่างน้อยก็รุ่นพี่ของเจสัน ตามที่เล่าไปนั่นล่ะ ไม่แน่นะ หมายเลข 15 ไม่ได้ลงสนาม แต่อาจกลายเป็น Lucky Number ของใครสักคนในสักวันก็ได้ วันนี้นั่งม้านั่งสำรองไม่ได้แปลว่าต้องนั่งที่เดิมตลอดไปนี่นะ
 
ติดตามความเคลื่อนไหวของ AMBYRFEELS ได้ทาง fb.com/ambyrfeels IG @ambyrfeels และยูทูบแชนเนล ODD FELLAS RECORDS
 
YouTube video
AdSense
AdSense
AdSense