Skip to main content
AdSense

กระแสนมโอ๊ตตอนนี้มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ เราเลยต้องขอลองชิมนมโอ๊ตที่มีในท้องตลาดกันสักหน่อย!

ดูสิว่าจะชอบแบรนด์เดียวกับเรากันเปล่าน้า
 

กระแสนมโอ๊ตตอนนี้มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ เราเลยต้องขอลองชิมนมโอ๊ตที่มีในท้องตลาดกันสักหน่อย!
December 6, 2022 Bangkok time

ไหน ใครดื่มนมทุกเช้าบ้าง? เราเองก็ต้องขอยกมือด้วยเหมือนกัน เพราะไม่ว่าจะช่วงอายุไหน จะโตขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่ เราก็ยังมีนมเป็นเครื่องดื่มในดวงใจเสมอ (ก็มันดีต่อร่างกายนี่นะ) แถมเดี๋ยวนี้เรายังมีนมที่มาจากวัตถุดิบใหม่ ๆ ให้เลือกมากมาย ที่ไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะนมวัว นมจากสัตว์ หรือนมถั่วเหลืองอีกแล้ว แต่นมจากพืชก็มาแรงขึ้นทุกวัน ๆ จะนมข้าวโพด นมพิสตาชิโอ นมอัลมอนด์ หรือที่ต้องยกให้เป็นนัมเบอร์วันในเวลานี้ก็ต้อง “นมโอ๊ต” นี่แหละ ซึ่งสายเฮลท์ตี้ก็คือไม่รู้จักถือว่าผิดมากกก เพราะนมโอ๊ตกำลังอยู่ในกระแสสุด ๆ เรียกว่าคาเฟ่ไหนไม่มีนมโอ๊ตให้เลือกเป็นออปชั่นถือว่าเอาต์สุด ๆ และดูท่าว่าจะได้รับความนิยมไปยาว ๆ นับจากนี้ด้วย

ที่เราบอกไปแบบนั้นเพราะนอกจากดื่มง่าย และมีรสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์ของนมโอ๊ตแล้ว นมโอ๊ตยังมาพร้อมประโยชน์แบบแน่นเวอร์ถูกใจสายคลีนอย่างเรา แม้ว่าแต่ละแบรนด์ก็จะมีส่วนผสมไม่เหมือนกัน มีไขมัน น้ำตาล หรือแม้แต่การให้พลังงานที่ต่างกันก็จริง แต่ Base อย่างนมโอ๊ตก็นับว่าเป็นนมที่ให้ประโยชน์กับร่างกายสูง ซึ่งเราเองก็แค่พลัสเข้าไปอีกนิดด้วยการมองหานมโอ๊ตที่มีไขมันและคลอเรสเตอรอลต่ำนั่นเอง

ที่บอกว่านมโอ๊ตให้ประโยชน์สูง ก็เพราะนมโอ๊ตมีแคลเซียมสูงพอ ๆ กับดื่มนมวัวเลย (แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องแลคโตส) และยังมีวิตามิน B1, B6, B12 มีโอเมก้า 3 และ 6 มีธาตุเหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม ที่สำคัญคือมีเบต้ากลูแคน ที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ด้วย ยุคนิวนอร์มอลแบบนี้ เรื่องเสริมภูมินี่แหละสำคัญสุด ทั้งหมดทั้งมวลเราเลยขอมอบมงให้นมโอ๊ตมาเป้นนัมเบอร์วันนมในดวงใจตอนนี้ไปเลย

 

 

แต่พอเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต จะหยิบนมโอ๊ตกลับบ้านสักยี่ห้อ ใจก็คือสับสนไม่ไหว เพราะมองไปบนเชลฟ์ตตอนนี้มีหลายแบรนด์ให้เลือกมากกก จนไม่รู้ว่าแล้วแต่ละแบรนด์แตกต่างกันอย่างไร วันนี้ Soimilk เลยขออาสาเป็นแนวหน้า โกยนมโอ๊ตเท่าที่หาได้ในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อมาเทียบกันให้รู้ไปเลยว่า นมโอ๊ตกล่องไหนจะได้สายสะพายจากเราไป!

 

*หมายเหตุ การเปรียบเทียบนี้เป็นความรู้สึกส่วนบุคคล จากมุมมองของทีม Soimilk เท่านั้น

 

Alpro

 

หนึ่งในแบรนด์ที่เราเห็นผ่านตาบ่อย ๆ หาซื้อง่าย และเราเองก็ซื้อมาดื่มบ่อยอยู่เหมือนกัน ต้องบอกว่า Alpro เขามีด้วยกัน 2 สูตร ได้แก่สูตรออริจินอล และสูตรไม่เติมน้ำตาล หรือรสจืดนั่นแหละ งานนี้เราเลยขอจัดมาทั้ง 2 สูตรไปเลย

อย่างแรกที่เราถูกใจมากก็คือทั้ง 2 สูตรเขาไม่เติมน้ำตาลทรายเลย ยิ่งกับสูตร Unsweetened คือมีน้ำตาลน้อยกว่า 1 กรัมต่อกล่อง (ส่วนสูตรออริจินอลมีน้ำตาล 4 กรัมต่อ 1 แก้ว) ลองพลิกดูตรงฉลากทางโภชนาการหลังกล่องแล้ว พูดได้ตรงนี้เลยว่า Alpro มีน้ำตาลน้อยที่สุดในกลุ่มนมโอ๊ตทั้งหมด แล้วก็ยังมีแคลอรีต่ำที่สุดด้วย โดย 1 แก้ว ให้พลังงานเพียง 80 กิโลแคลอรีสำหรับรสออริจินอล และ 70 กิโลแคลอรี สำหรับรสจืด 

อีกส่วนที่ชอบก็คือ Alpro เขามีไฟเบอร์สูงกว่าเจ้าอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่นมโอ๊ตเจ้าอื่น ๆ แทบไม่มีไฟเบอร์เลย แต่ Alpro มีอยู่ที่ 3 กรัมต่อ 1 แก้ว และมีไขมันเพียง 2.5 กรัมในทั้ง 2 สูตร ก็ถือน้อยกว่าเจ้าอื่น ๆ ที่จะมีอยู่ที่ 3-6 กรัมต่อ 1 แก้วกันทั้งนั้นเลย! นี่ยังได้ชิมก็แทบจะมอบมงให้แล้วนะ!


 

ส่วนเรื่องรสชาติ ต้องบอกว่าตอนเราเทนมออกมาจากกล่อง Alpro เราได้กลิ่นหอมของข้าวโอ๊ตอ่อน ๆ แบบไม่เข้มจนเกินไปจนไปกลบกลิ่นอื่น ๆ จนหมด เรียกว่ามีกลิ่มหอมกำลังดี เนื้อนมดูนวล ๆ ไม่ข้นหนืดหรือใสเป็นน้ำ พอลองได้ดื่มก็พบว่าดื่มง่ายกว่าที่คิด ตัวเนื้อสัมผัสจะมีความนุ่ม ๆ ละมุนลิ้นอยู่หน่อย ๆ มีรสหวานปลาย ๆ ซึ่งน้อยมาก จุดนี้เราชอบ และกลิ่นของข้าวโอ๊ตก็ทิ้งมวนเมื่อกลืนนมลงคอไปแล้ว เรียกว่ามีมิติของนมโอ๊ตที่ดีมากในจุดนี้ เอาไป 3 ผ่าน!

ไหน ๆ ก็ดีงามตั้งแต่กล่องแรกที่หยิบมาแบบนี้แล้ว เราเลยลองแอบไปหาข้อมูลเพิ่มของแบรนด์นี้ให้รู้ลึกกันมากขึ้นสักหน่อย เลยได้รู้ว่า Alpro เขาเป็นแบรนด์นมโอ๊ตอันดับ 1 ของยุโรปเลยนะ แถมยังวางจำหน่ายไปมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกแล้วในตอนนี้ (ขอบคุณที่มีในไทย! ไอเลิฟฟฟ) และที่เขาฮิตติดลมบนได้ขนาดนี้เพราะความเป็นนมทางเลือกที่สามารถใช้เป็นส่วนประกอบแทนนมวัวได้เลย จะเอาไปใส่กับชา กาแฟ สมูทตี้ คอนเฟลกหรือกราโนลามื้อเช้าก็ทำได้ เพราะนมโอ๊ต Alpro เขาไม่ไปรบกวนรสชาติหลักของเครื่องดื่มนั้น ๆ นั่นเอง บอกเลยว่าว้าวมากนะจุดนี้

 

Alpro สูตรออริจินอล และสูตรไม่เติมน้ำตาล ราคา 129 บาท (ขนาด 1 ลิตร)

หาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำ ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป และร้านสะดวกซื้อ

 

Goodmate

 

เราได้รสออริจินอลของแบรนด์นี้มา (ไม่มั่นใจว่ามีสูตรอื่นไหมนะ) มาในกล่องที่เห็นภาพของข้าวโอ๊ตชัด ๆ ใหญ่ ๆ แบบหยิบไม่ผิดแน่นอนว่าเป็นนมโอ๊ต แต่พอพลิกดูฉลากโภชนาการก็พบว่าบางอย่างยังมีค่าที่สูงอยู่ อย่างพลังงานที่ให้ถึง 110 กิโลแคลอรีต่อ 1 แก้ว หรือไขมันที่ 5 กรัมต่อ 1 แก้วเช่นกัน แถมยังเสียดายนิดหน่อยที่ไม่มีไฟเบอร์เลย ยังดีที่น้ำตาลที่ 4 กรัมต่อ 1 แก้วไม่ต่างกัน

พอลองได้ดื่มแล้วก็พบว่า กลิ่นข้าวโอ๊ตค่อนข้างชัด ไม่มั่นใจว่ามีการแต่งกลิ่นเพิ่มเติมหรือไม่ สำหรับใครที่ชอบดื่มนมโอ๊ตแบบกลิ่นนัว ๆ น่าจะถูกใจ และเนื้อสัมผัสของนมโอ๊ตจะมีความมันหน่อย ๆ ดื่มแล้วอร่อยดี แต่ไม่มั่นใจว่าดื่มเยอะ ๆ แล้วจะเลี่ยนไหมนะ เอาเป็นว่าใครชอบนมโอ๊ตเนื้อแน่น ๆ กลิ่นชัด ๆ น่าจะถูกใจอยู่แหละ

 

Goodmate รสออริจินอล ราคา 125 บาท (ขนาด 1 ลิตร)

หาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำ ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป และร้านสะดวกซื้อ

 

OATLY

 

แบรนด์นี้ที่เราเริ่มเห็นบ่อยตามเชลฟ์และคาเฟ่ต่าง ๆ ด้วยดีไซน์และกราฟิกที่ดูทันสมัยถูกใจวัยเจ็บอย่างเรา และสีกล่องที่แตกต่างจากเจ้าอื่น ๆ เพราะมาในสีโทนฟ้าตุ่น ๆ ก็ดึงสายตาเราได้ไม่ยาก งานนี้เราได้รสออริจินอลมาเหมือนกัน ซึ่งข้อมูลทางโภชนาการก็ทำให้เราสะดุ้งอยู่นิด ๆ เพราะใน 1 แก้วมีน้ำตาลถึง 11 กรัม! เยอะที่สุดในทุกเจ้าที่เราหยิบมาเทียบกันในรอบนี้ และมีพลังงานที่ 130 กิโลแคลอรีต่อ 1 แก้วด้วย ส่วนค่าไขมันก็อยู่ที่ 3.5 กรัมต่อแก้ว ไม่มากไม่น้อย

แน่นอนว่ารสชาติก็สัมพันธ์ไปกับค่าที่เรารู้มา เพราะพอได้ลองดื่มแล้วก็พบว่ามีรสชาติหอมหวาน ดื่มง่ายอยู่เพราะมีความหวานในระดับหนึ่ง แต่ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่ากลิ่นข้าวโอ๊ตค่อนข้างชัด เราลองเอามาใส่กาแฟแทนนมวัวก็พบว่ายังมีกลิ่นข้าวโอ๊ตเตะจมูกเวลาดื่มอยู่ มือใหม่อาจจะดื่มยากนิดนึง แต่ถ้าคุ้นเคยกับนมโอ๊ตแล้วก็น่าจะถูกใจกับความชัดเจนของข้าวโอ๊ตอยู่นะ

 

OATLY รสออริจินอล ราคา 129 บาท (ขนาด 1 ลิตร)

หาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำ และซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป

 

OATSIDE

 

มี OATLY แล้วจะไม่มี OATSIDE ก็คงไม่ได้ นมโอ๊ตจากประเทศออสเตรเลียเจ้านี้ดีไซน์หน้าตาออกมาดึงดูดเด็กรุ่นใหม่มาก ๆ และเวลาเห็นกล่อง OATSIDE วางอยู่ในคาเฟ่ไหน ก็มักจะอดใจไม่ได้ที่จะบอกบาริสตาขอเปลี่ยนเป็นใส่นมโอ๊ตแทน (ใช่แล้ว เราผู้โดนแพ็กเกจจิ้งตกเสมอ) ตัวที่เราได้มาเป็นสูตรบาริสตาเลยเช่นกัน ซึ่งมีแคลอรีสูงไม่แพ้กัน (หัวเราะ) ที่ 130 กิโลแคลอรีต่อ 1 แก้ว แถมยังมีไขมันสูงที่สุดในทุกเจ้าที่ 6 กรัมต่อ 1 แก้วด้วย ยังดีที่ปริมาณน้ำตาลอยู่ที่ 6 กรัม ซึ่งอาจจะไม่น้อยไปกว่าแบรนด์อื่น แต่ก็ยังพอถูไถไปได้

เราขอลองชิมแบบเพียว ๆ ยังไม่เอาไปผสมกับเครื่องดื่มอะไรก่อน อย่างแรกเลยที่รู้สึกคือเนื้อของนมมีความใสกว่าเจ้าอื่นนิดหน่อย แต่กลิ่นของข้าวโอ๊ตยังชัดเจนอยู่ รสชาติในอึกแรกนั้นค่อนข้างกลมกล่อม ไม่เบามากแต่ก็ไม่หนักเกินไป แต่พอดื่มหมดแก้วก็รู้สึกว่าค่อนข้างมีความมันอยู่ในระดับหนึ่ง ใครที่ชอบดื่มนมหวานมัน น่าจะถูกใจอยู่ หลังจากนั้นเราลองไปผสมกับกาแฟ ก็ต้องบอกว่าใครที่ชอบดื่มลาเต้ หรือแนวกาแฟนม น่าจะชอบความนมนี้ เพราะค่อนข้างแย่งซีนกาแฟอยู่นิด ๆ เหมือนกัน แต่ของแบบนี้แต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน ทางที่ดีลองเองดีกว่าเนอะ

 

OATSIDE สูตรบาริสตา ราคา 115 บาท (ขนาด 1 ลิตร)

หาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำ และซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป

 

So Good

 

สุดท้ายกับแบรนด์ So Good ที่เราได้รสจืด แบบไม่เติมน้ำตาลมาเทียบ ตัวนี้ค่อนข้างให้พลังงานที่ต่ำเพียง 80 กิโลแคลอรีต่อแก้ว แม้จะยังสูงกว่า Alpro ที่มาในสูตรเดียวกัน แต่ก็ถือว่ารับได้ ส่วนค่าไขมันอยู่ที่ 3 กรัมต่อแก้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังมีน้ำตาลอยู่ที่ 4 กรัมต่อแก้วอยู่ (น้ำตาลธรรมชาติ) และเสียดายที่ไม่มีไฟเบอร์เลย

เนื้อสัมผัสของเจ้านี้ต้องบอกว่าไม่ต่างจากนมโอ๊ตทั่วไปเท่าไหร่ เรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยังมีรสหวานปลายลิ้นอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก ดื่มง่ายไม่แพ้กัน แต่ส่วนตัวยังรู้สึกว่ากลิ่นข้าวโอ๊ตชัดอยู่ไม่น้อยเวลาเทนมออกจากกล่องหรือยกขึ้นดื่ม

 

So Good รสจืด ไม่เติมน้ำตาล ราคา 128 บาท (ขนาด 1 ลิตร)

หาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำ ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป และร้านสะดวกซื้อ

 

สุดท้ายนี้เราคงไม่กล้าไปฟันธงอะไรอย่างชัดเจน ว่าแบรนด์ไหนดีกว่าแบรนด์ไหน เพราะของแบบนี้อยู่ที่ความชอบและรสนิยมของส่วนบุคคล แต่การลองรีวิวครั้งนี้ ก็น่าจะได้ข้อมูลในขั้นต้นแหละเนอะว่าเจ้าไหนเด่นเรื่องอะไร เจ้าไหนน่าสนใจตรงจุดใดบ้าง เผื่อจะช่วยประกอบการตัดสินใจได้มากขึ้น แต่เราคงต้องขอตัวไปจัดการกับนมโอ๊ตที่มีทั้งหมดนี้ก่อนล่ะ รู้แบบนี้แล้ว เย็นนี้ก่อนกลับบ้านอย่าลืมแวะซื้อนมโอ๊ตกลับไปดื่มด้วยล่ะ!

AdSense
AdSense
AdSense