Skip to main content
AdSense

ชวนดู 3 ซีรีส์ 2 ภาพยนตร์เอเชียสุดสนุกใน Netflix ที่จะทำให้ติดหน้าจองอมแงม

ไม่ต้องออกบ้านไปไหนแล้ว

ชวนดู 3 ซีรีส์ 2 ภาพยนตร์เอเชียสุดสนุกใน Netflix ที่จะทำให้ติดหน้าจองอมแงม
September 28, 2018 Bangkok time
จริงอยู่ว่าทั้งซีรีส์และภาพยนตร์ในสตรีมมิ่งยอดฮิตทั่วโลกอย่าง Netflix นั้นจะมีเยอะนับแสนเรื่องจนเลือกกันไม่หวาดไม่ไหวขนาด Netflix เองยังออกมาทวีตขำ ๆ ว่าผู้ชมส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับเน็ตฟลิกซ์เพื่อการหาหนังที่ตัวเองอยากดู มากกว่าเวลานั่งดูหนังหรือซีรีส์เรื่องนั้นจริง ๆ เสียอีก (จริง  ! เราก็เป็นจ้า) แต่ด้วยเลือดเอเชียเข้มข้นแบบเรา จึงชอบที่จะเลือกหาหนังหรือซีรีส์เอเชียดูก่อนเสมอ และหลายเรื่องเลยที่สนุกจนแบบกลับมาดูซ้ำก็ไม่เบื่อ และนี่คือ 5 เรื่องเชื้อสายเอเชียใน Netflix ที่เราอยากบอกต่อว่าอย่าพลาด
 

Switched

 
 
Original Netflix Series จากญี่ปุ่นที่เพิ่งลงฉายใน Netflix เรื่องนี้เรียกเสียงฮือฮาแบบเงียบ ๆ ในบ้านเราได้พอสมควร ที่บอกว่าฮือฮาแบบเงียบ ๆ ก็เพราะเน็ตฟลิกซ์ไทยเองไม่ค่อยได้โปรโมตหนักเท่าไหร่ หลายคนจึงยังไม่รู้ว่ามีเรื่องนี้ด้วย ทำให้กระแสดูเงียบ ๆ นิด แต่เกือบทั้งหมดที่ได้ชมซีรีส์เรื่องนี้จนจบก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสุโก้ย สนุกอะไรเบอร์นี้ล่ะ ! 
 
 
แล้วมันสนุกอย่างไร ? นั่นเพราะ Switched เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสาวสวยในชั้นเรียนคนหนึ่งที่ดันสลับร่างกับเด็กอ้วนเพื่อนของเธอในห้องเดียวกันเสียอย่างนั้น แม้ในตอนแรกเธอจะคิดว่าเป็นความผิดพลาด แต่เปล่าเลย เพราะที่จริงแล้วคือแผนการณ์ของเด็กอ้วนคนนั้นต่างหากที่ต้องการสลับร่างกับเธอ เรื่องราวผสมกันระหว่างชีวิตนักเรียน การล้อเลียน Bullying ความรัก เรื่องลี้ลับและความเชื่อ ไปจนถึงเรื่องการเลือกคบคนที่ภายนอกหรือภายใน ความมีมิตินี้ (บวกกับความกระชับของซีรีส์ เพราะแต่ละตอนสั้นมาก ๆ แค่ครึ่งชั่วโมงนิด ๆ แถมยังมีแค่ไม่กี่ตอนก็จบด้วย ดูวันเดียวก็จบ) เลยทำให้ดูสนุก ดูเพลินมาก แถมนักแสดงก็ยังงานดีไปหมด ทั้ง คากะ ชุนเป (ชิเงะโอกะ ไดกิ จาก Johnny West) เพื่อนสมัยเด็กที่ชอบอายูมินานมาก โคชิโร มิตสุโมโต้ (คะมิยะมะ โทโมะฮิโระ จาก Johnny West) เพื่อนสมัยเด็ก หล่อ หัวดี แต่กลับไม่ช่วยเหลืออายูมิเมื่อรู้ว่าเธอสลับร่าง คายูมิ โคฮินาตะ (คิโยฮาระ อายะ) เพื่อนสนิทของคากะและโคชิโร และสลับร่างกับสาวอ้วน และอุมิเนะ เซนโกะ (มิอุ โทมิตะ) สาวอ้วนที่ใคร ๆ ก็ล้อและเกลียดเธอ
 
 
ต้นฉบับเรื่องนี้มาจากการ์ตูนเรื่อง Sora o kakeru yodaka (宇宙を駆けるよだか) ซึ่งมีทั้งหมด 3 เล่มจบนี่เอง มิน่าล่ะซีรีส์ถึงสั้นจู๋ 

GHOUL

 
 
อีกหนึ่ง Original Series ที่มาใหม่ล่าสุดของ Netflix ที่มีความน่าสนใจหลายข้อมาก ข้อแรกคือซีรีส์ชุดนี้เป็นซีรีส์สยองขวัญเรื่องแรกใน Netflix และเป็นความสยองขวัญที่ต้องบอกว่าน่ากลัวจริง เพราะได้สตูดิโอหนังผีมีชื่ออย่าง แฟนทอม ฟิล์มส (Phantom Films) ไอแวนโฮ (Ivanhoe) และ บลัมเฮาส์ (Blumhouse) มาร่วมกันผลิต
 
 
ข้อที่สองคือนี่เป็นซีรีส์อินเดียที่แปลกตาเรามาก เพราะค่อนข้างร่วมสมัย สดใหม่ แต่ยังผูกเรื่องความเชื่อและชนชั้นวรรณะตามแบบฉบับของอินเดียเอาไว้ได้เป็นอย่างดี มากกว่านั้นคือภายในซีรีส์ยังมีมิติของเนื้อหามากกว่าความสยองขวัญ เพราะยังสอดแทรกเรื่องของศาสนา การเมือง ครอบครัว เข้าไปอีกด้วย
 
 
ข้อที่สามคือความลุ้นและคาดเดายากของเนื้อเรื่อง แม้ว่าซีรีส์ชุดนี้จะมีความยาวเพียงแต่ 3 ตอน แต่ก็เป็นสามตอนที่เข้มข้นและลุ้นมาก ในเอพิโซดแรกอาจใช้เวลาปูเรื่องนานไปนิด (อย่าดูตอนอดนอน อาจเผลอหลับได้) แต่พอเข้าเอพิโซด 2 เท่านั้นแหละ โอ้โห นึกว่าเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์ GHOUL เป็นเรื่องราวของนักโทษที่ถูกส่งไปยังศูนย์สอบสวนคดีพิเศษในพื้นที่ห่างไกล และพลิกสถานการณ์กับผู้สอบปากคำ เขาเปิดเผยความลับที่น่าอับอายที่สุดของพวกเขา คุณสามารถสู้กับปิศาจทั้งหมดบนโลกนี้ แต่ถ้าเป็นปิศาจที่ไม่ได้อยู่บนโลกนี้ล่ะ? เราสนุกที่เจ้าปีศาจนี้มันจะพาตัวเองไปอยู่ในร่างคนอื่นเรื่อย ๆ ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าแล้วใครในกลุ่มของเราตอนนี้ล่ะที่เป็นกูล ? 

Something in the rain

 
ภาพจาก Naver Post
 
มาที่ซีรีส์เกาหลีกันบ้าง แม้ว่าใน Netflix จะมีซีรีส์เกาหลีให้ดูเต็มไปหมดจนเลือกแทบไม่ไหว แต่กับซีรีส์ที่เพิ่งมีให้เราสตรีมมิงได้สักพักหนึ่งแล้วอย่าง Something in the rain (밥 잘 사주는 예쁜 누나) ก็ทำให้ใครหลายคนจิกหมอนขาดฟินไปตาม ๆ กัน เรื่องราวของ ยุนจินอา หญิงสาววัย 35 ที่เพิ่งอกหักมาหมาด ๆ จากการโดนคนรักนอกใจ หนำซ้ำหน้าที่การงานของเธอก็กำลังเกิดปัญหาอีก ในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังแย่เธอได้พบกับ ซอจุนฮี น้องชายเพื่อนสนิทของเธอเอง ซอจุนฮี เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศหลังไปทำงานที่นั่นกว่า 3 ปี ทั้งคู่ทำงานอยู่ตึกเดียวกัน จุนฮี ซึ่งแอบชอบ จินอา มานานแล้วจึงพยายามทำเข้ามาใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น นานวันเข้าความรู้สึกแบบพี่น้องก็เริ่มเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งจึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสายฝนที่กำลังโปรยปราย
 
ภาพจาก MBN
 
ความฟินของเรื่องอยู่ตรงที่ความรักต่างวัยของคู่พระนาง เมื่อ ยุนจินอา อายุมากกว่า ซอจุนฮี ถึง 11 ปี ช่องว่างระหว่างวัยขนาดนี้ ถึงจะเป็นฝ่ายผู้ชายที่แก่กว่าก็ถือว่าเยอะอยู่ดี แต่นี่ฝ่ายที่แก่กว่ากลับเป็นฝ่ายหญิงเสียอีก ความรักครั้งนี้จึงยิ่งดูเป็นไปได้ยากขึ้นไปอีก (แต่เป็นอะไรที่เราฟินมากกก) แน่นอนว่าเมื่อรักกันใหม่ ๆ อะไร ๆ ก็ดูเป็นไปได้ทั้งนั้น ยอมทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่างเพื่อความรักครั้งนี้ แต่คนเราเมื่อต้องทำอะไรที่ไม่เป็นตัวของตัวเองนานวันเข้านิสัยที่แท้จริงของตัวเองก็กลับมาสักวัน และตอนนั้นเองจะเป็นตอนที่เราตระหนักได้ว่าความรักครั้งนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย นอกจากอุปสรรคเรื่องทัศนคติที่ไม่ตรงกันแล้วซึ่งเป็นปัจจัยภายในแล้ว อุปสรรคจากปัจจัยภายนอกก็เป็นอีกหนึ่งด่านที่คนทั้งคู่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนออกมาได้ตรงจุด ทำให้คนดูอย่างเรารู้เลยว่ามุมมองของสังคมเกาหลีที่มีต่อความรักต่างวัยนั้นไม่ต่างจากสังคมไทยเลย ทั้งเรื่องครอบครัวซึ่งมีทั้งครอบครัวหัวสมัยใหม่ที่ยอมรับกับความรักในรูปแบบนี้ได้ และครอบครัวหัวโบราณที่ต่อต้านคัดค้าน ยังไม่รวมถึงเสียงนินทาจากคนรอบข้าง ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ ยุนจินอา และ ซอจุนฮี ต้องฝ่าฟันต้องข้ามผ่านไปให้ได้
 
 
 
อีกอย่างที่เราเคลิ้มบ่อย ๆ เวลาดูซีรีส์เรื่องนี้นอกจากพระเอกคือเพลงประกอบ ถ้าเปรียบตัวบท เนื้อเรื่อง การแสดงเป็นอาหารจานหลักแล้วล่ะก็ เพลงประกอบก็คงเปรียบเสมือนจานสลัด ซึ่งการจะเป็นมื้ออาหารที่ดีได้นั้นจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ และใน Something in the Rain ก็มีจานสลัดที่ดีเหลือเกิน ส่งเสริมจานหลักให้อร่อยขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเพลง Something in the Rain ขับร้องโดย Rachael Yamagata ซึ่งชื่อนี้ก็การันตีถึงความไพเราะอยู่แล้ว

Flavours of Youth

 
 
หากใครเป็นแฟนมาโกโตะ ชินไค (Makoto Shinkai) ผู้กำกับแอนิเมชันรุ่นใหม่ของญี่ปุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลกจากเรื่อง Your Name (ชื่อไทย - หลับตาฝันถึงชื่อเธอ) คงต้องกรี๊ดแน่ ๆ เมื่อได้รู้ว่าในปีนี้ทางสตูดิโอผู้ผลิตอย่าง CoMix Wave Films เข็นแอนิเมชันเรื่องใหม่ออกมาให้เราได้ดูกันใน Netflix แล้ว กับ Flavors of Youth (ชื่อภาษาญี่ปุ่น Shikioriori) แต่ตามโปสเตอร์ทั้งหมดจะถูกโปรโมตด้วยชื่อภาษาจีน Sishi Qingchun 肆式青春 ความพิเศษของ Flavours of Youth อยู่ที่โปรเจ็กต์นี้เป็นการร่วมทุนกันระหว่าง CoMix Wave Films ของญี่ปุ่น กับ Haoliners Animation League สตูดิโอแอนิเมชันยักษ์ใหญ่ในประเทศจีน ทำให้ Flavours of Youth นี้จะบีแบ็กกราวน์ของเรื่องทั้งหมดอยู่ในประเทศจีนนั่นเอง
 
 
เรื่อองราวถูกแบ่งออกเป็น 3 ตอนสั้น ๆ ด้วยกัน ตั้งแต่ตอน Sanxian Rice Noodles (Hidamari no Choushoku) เริ่องราวในตอนแรกนี้มีอาหารจีนท้องถิ่นมาเป็นตัวเชื่อมโยง เรื่องของเสี่ยวหมิงที่ย้ายเข้ามาทำงานในกรุงปักกิ่ง และกำลังคิดถึงเรื่องราวในวัยเด็กของตัวเองกับคุณยายของเขา คุณยายจะชอบทำก๋วยเตี๋ยวซันเสี้ยนกินกับเสี่ยวหมิงเสมอ ๆ และในวันหนึ่งเสี่ยวหมิงก็ได้รับข่าวจากบ้านเกิดว่าคุณยายอาการไม่ค่อยสู้ดีนัก ตอน Little Fashion Show (Chiisana Fashion Show) ที่เล่าเรื่องราวของลูลู่และหลิน สองพี่น้องทำงานด้านแฟชั่นในเมืองกวางโจว พวกเขาอยู่ด้วยกันมาตลอดเพราะพ่อแม่เสียไปตั้งแต่ยังเล็ก โดยแฟชั่นโชว์ของพวกเธอต้องเจออุปสรรคมากมายที่รอการพิสูจน์ความสามารถและความรักใคร่ของสองพี่น้องนี้
 
 
ตอนสุดท้ายกับ Shanghai Love (Shanghai Koi) เริ่องสุดท้ายมาในธีมบ้านเกิดเมืองนอน ลี่หมิวที่อาศัยอยู่ในเซี่ยงไฮ้และสนิทกับเสี่ยวหยู แต่เสียดายที่ลี่หมิวมีเหตุที่ต้องย้ายออกจากเซี่ยงไฮ้ และพบว่าระยะห่างของระยะทางระหว่างทั้งคู่นั้นทำให้ทั้งสองคนลืมเลือนกันไป เมื่อโตขึ้น ลี่หมิวกลับพบความทรงจำในวัยเด็กอีกครั้งจากกล่องใบเก่าที่เก็บเรื่องราวของเขาและเสี่ยวหยูเอาไว้ ซึ่งเราชอบตอนนี้ที่สุด เพราะมีกลิ่นของชินไคค่อนข้างเยอะ และแม้ว่าภาพจะสวยจนอยากร้องไห้เหมือนเช่นทุกเรื่องที่ผ่านมาแล้ว แต่พอไม่มีชินไคมากำกับ แอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็ดูเซ ๆ ไปเหมือนกันนะ

Bleach

 
 
เราได้ยินข่าวคราวของ Bleach แบบ Live action มาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว และก็ตั้งหน้าตั้งตารอมากว่าจะได้ดูในบ้านเราเมื่อไหร่ แต่ในที่สุดก็ไม่ต้องร้องเพลงรอนาน เพราะ Netflix จะนำมาฉายให้เราได้ดูกันในเดือน ก.ย. นี้ชัวร์แน่ ๆ 
 
 
ตัวอย่างแรกของภาพยนตร์เรื่อง Bleach เทพมรณะ ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค. ของปีที่แล้ว และมีกำหนดฉายจริงในวันที่ 20 ก.ค. 61 ความพีคคืองานนี้จะได้เจ้าพ่อวงการ J-Pop อย่าง มิยาบิมาสวมบทคุจิกิ เบียคุยะ ส่วนฟุคุชิ โซตะ ที่มารับบทคุโรซากิ อิจิโกะ นักเรียนมัธยมปลายที่มีความสามารถมองเห็นและสื่อสารกับวิญญาณได้และเป็นคนที่มีพลังวิญญาณมหาศาล นั้นก็มีหน้าตาเหมือนในการ์ตูนเด๊ะ สำหรับคนที่อ่านเรื่องนี้มาตั้งแต่ ม.3 อย่างเรา (แก่จัง) บอกได้คำเดียวว่างานนี้ปูเสื่อรอปลดปล่อยสวัสดิกะเซมบ้งซากุระของพี่ฉากเดียวเลยค่ะ
 
 
เพิ่งลงให้ชมสด ๆ ร้อน ๆ แบบนี้ ใครดูมาแล้วก็มาเล่าให้ฟังหน่อยนะว่าสนุกไหม เดี๋ยวมีเวลาว่างเมื่อไหร่จะไปดูเหมือนกัน !
 
 
 
 
 
AdSense
AdSense
AdSense