Skip to main content
AdSense

6 ไลฟ์สไตล์คนทำงานที่จะมาแรงในปี 2019

ตามเทรนด์ทันก็ทำงานง่ายขึ้นนะ
 

6 ไลฟ์สไตล์คนทำงานที่จะมาแรงในปี 2019
November 29, 2018 Bangkok time
หายใจทิ้งไปไม่กี่ทีก็เข้าสู่ช่วงของการเปลี่ยนผ่านปีเก่าไปสู่ปีใหม่อีกแล้ว ซึ่งนอกจากจะเตรียมตัวไปปาร์ตี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่พวกเราต้องทำก็คือการเตรียมตัวรอรับเทรนด์ใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า เพื่อที่จะได้เป็นคนอินเทรนด์ ทันโลกทันกระแสกับเค้าไงล่ะ ซึ่งเราก็ขอแนะนำให้เริ่มจากการปรับตัวตาม 6 เทรนด์นี้ก่อน จะได้เริ่มปีใหม่แบบคนทันสมัย คิดแผนงานอะไรก็อัพเดททันเหตุการณ์ไปเลย
 

พื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่นและช่วยสร้างคอนเนกชั่น

 
 
พื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่นก็คือการที่เราสามารถทำได้ทั้งประชุม คุยงาน วางแผน พรีเซ้นต์งาน ทำงานให้เสร็จได้ภายในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งอันนี้น่ะเป็นความใฝ่ฝันของคนทำงานรุ่นใหม่ทุกคนเลย เพราะการอยู่ในพื้นที่ยืดหยุ่นทำให้เราคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น แล้วประสิทธิภาพชิ้นงานก็จะดีขึ้นด้วย นอกจากนี้การได้ทำงานชิลๆ ในที่ที่มีมืออาชีพเก่งๆในแต่ละด้าน ยังช่วยให้สมองเราตื่นตัวตลอดเวลา ช่วยต่อยอดธุรกิจและทำใหเรามีเพื่อนใหม่หลายวงการได้อีกเพียบ

บริษัทใหญ่ต้องปรับตัวให้ทัน กระตุ้นไอเดียมันส์ ๆ ด้วยพื้นที่แบบใหม่

 
 
ในเมื่อคนทำงานรุ่นใหม่อยากได้พื้นที่ที่เสริมสร้างประสิทธิภาพ บริษัทใหญ่ที่รักพนักงานก็เลยจัดให้ ทำให้เกิดเป็นเทรนด์ในกลุ่มบริษัทใหญ่ที่จะมองหาพื้นที่รูปแบบใหม่เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ แถมยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของบริษัทไปอีกด้วย บางบริษัทที่ทันสมัยมาก ๆ ก็เริ่มปรับให้พนักงานสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ เพื่อให้เราไปมองหาพื้นที่ที่เหมาะสมกับตัวเราที่สุดไปเลย

เทรนด์การเชื่อมต่อด้วยบล็อกเชนและดิจิทัลเทคโนโลยี

 
 
เพราะเวลาทำงานก็ต้องประสานงานกับคนอื่น ทำให้ต้องมีเครือข่ายการเก็บข้อมูลที่จะมาช่วยให้เราสามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้เทคโนโลยีที่ฮอตที่สุดก็หนีไม่พ้นบล็อกเชน ระบบการเก็บข้อมูลที่มีการป้องกันแน่นหนาจนไม่สามารถปลอมแปลงข้อมูลได้ แถมยังสามารถเข้าถึงได้ง่ายขอแค่มีอินเตอร์เน็ต แล้วยิ่งถ้ามีแอปพลิเคชันช่วยซัพพอร์ตสมาชิก ก็ยิ่งช่วยให้ชีวิตง่ายเข้าไปใหญ่ ฉะนั้น บริษัทไหนที่เริ่มมีการให้ความรู้ มีแอปพลิเคชันโดน ๆ และเริ่มใช้ระบบบล็อกเชนแล้วเนี่ยก็ถือว่าล้ำสมัยสุด ๆ เลย !

เทรนด์ Local Act Global

 
 
มีการคาดการณ์ว่าในปีหน้านี้จะมีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น! แต่บริษัทเหล่านี้จะไม่ได้ทำลายเอกลักษณ์ความเป็นไทยไปหรอกนะ เพราะบริษัทพวกนี้จะเน้นการร่วมมือกับคนไทยเพื่อคงความเป็นไทยเอาไว้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการจัดการที่เป็นระบบตามสไตล์บริษัทนานาชาติ เพื่อให้ลูกค้าอย่างเราสะดวกสบายขึ้นเหมือนฝันไปเลย

Work Life Balance

 
 
จริง ๆ นี่เป็นเทรนด์ที่ฮิตกันต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่จะฮิตต่อไปเรื่อย ๆ ในปีหน้า เพราะตอนนี้กระแสการดูแลสุขภาพกำลังมา คนรุ่นใหม่ ๆ ก็เลยมีความใฝ่ฝันที่จะมี work life balance โดยเริ่มจากพื้นที่ทำงานที่
แค่เป็นเมมเบอร์ก็ได้เป็นสมาชิกฟิตเนสไปในตัว รวมถึงยังมีการจัดไลฟ์สไตล์เวิร์กชอปต่าง ๆ ให้ได้เลือกเล่นกันตามความชอบของแต่ละคน  เปิดโอกาสให้เราสามารถผ่อนคลายระหว่างการทำงานได้ทุกวัน ชนิดที่ทำงานเครียด ๆ ก็สามารถไปดื่มกาแฟ ปาร์ตี้พิซซ่า ออกกำลังกาย ชอปปิ้ง แล้วกลับมาลุยต่อได้ไงล่ะ

โคเวิร์กกิ้งสเปซจะเพิ่มขึ้นอีก

 
 
ยิ่งเพิ่ม ก็ยิ่งดีกับคนชอบทำงานไป ดูวิวเมือง วิวต้นไม้เขียว ๆ ไปอย่างเราใช่ไหมล่ะ! เพราะว่าโคเวิร์กกิ้งสเปซที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นครบครันน่ะเป็นเหมือนโอเอซิสกลางทะเลทรายของทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ทำให้ปีหน้าจะต้องมีพื้นที่ดี ๆ เปิดเป็นโคเวิร์กกิ้งสเปซเพิ่มแน่นอน ยิ่งถ้าที่ไหนบริหารและดูแลโดยบริษัทโคเวิร์กกิ้งเจ๋ง ๆ ระดับโลกที่เข้าใจคนไทยแล้ว รับรองว่าจะต้องตอบโจทย์คนไทยในยุคมิลเลนเนียลชัวร์
 
 
 
ซึ่งจริง ๆ แล้ว โคเวิร์กกิ้งสเปซที่เราเห็นว่ามาแน่ ๆ ในปีหน้าก็อย่างที่ Common Ground โคเวิร์กกิ้งเปซแห่งใหม่ของเซ็นทรัลพัฒนา (ทีมที่บริหาร เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา เซ็นทรัลเฟสติวัล และ เซ็นทรัลภูเก็ต) ที่เป็นเหมือนความใฝ่ฝันของคนอินเทรนด์อย่างเรา ด้วยความคุ้นเคยของการช้อปปิ้งและเดินเล่นที่เซ็นทรัลแทบจะทุกวันหยุด และ ทำเลเทพที่ตั้งอยู่บนใจกลางกรุงเทพฯ อย่างเซ็นทรัลเวิลด์ ทำให้สามารถติดต่องานได้ง่ายเพราะใคร ๆ ก็มาหาถูก แถมยังมี work life balance ด้วยการลงมาผ่อนคลายได้ ทั้งชอปปิ้ง ดูหนัง ออกกำลังกาย หรือไปหาของกินอร่อย ๆ ก็ยังได้
 
 
ส่วนใครที่กลัวว่าที่นี่ก็มีการจัดการที่แย่จนไม่น่าใช่ก็ไม่ต้องกลัว เพราะที่นี่เป็นการร่วมทุนของบริษัทเซนทรัลพัฒนา และบริษัทคอมมอนกราวด์ มือโปรด้านโคเวิร์กกิ้งสเปซจากมาเลเซียที่เข้ามาคุมเอง ทำให้ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายโคเวิร์กกิ้งสเปซที่กระจายอยู่ในมาเลเซียและฟิลิปปินส์หลายสาขา รวมถึงมีแผนจะขยายไปทั่วโลกอีกด้วย ทำให้เมมเบอร์สามารถใช้บริการได้ทุกสาขาทั่วโลกเลยนะ  โดยนอกจากจะมีงานอีเวนต์รายสัปดาห์ที่ทำให้สมาชิกได้พบปะสร้างคอนเนคชั่นกันแล้ว เค้ายังมีแอปพลิเคชัน Ambition Engine ที่จะอัพเดทข่าวคราวให้สมาชิกทุกสาขาเห็นว่าที่นี่น่าใช้แค่ไหน ใครที่สนใจก็เตรียมตัวลองไปใช้พื้นที่ของเค้าดู ซึ่งเราแอบได้ยินมาว่าจะเปิดต้นปีหน้า และมีแผนจะขยายทั้งหมด 20 สาขาภายใน 5 ปี ทั้งในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัดอย่างเชียงใหม่ ภูเก็ต หรือพัทยาด้วย คราวนี้เวลาจะไปเที่ยวหรือจะไปทำงานก็สบายหายห่วง เพราะจะสามารถหาพื้นที่ที่สะดวกสบายและมีชุมชนที่เต็มไปด้วยคอนเนคชั่นแน่นปึ้กทั้งนั้นเลย
 
 
 
CPN x Common Ground 
#AmbitionLivesHere #CenterofLife

คอนเทนต์โฆษณานี้สร้างสรรค์โดย Asia City Studio ให้เราช่วยบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณและส่งต่อไปยังผู้อ่านอย่างตรงจุด ติดต่อเราได้ที่ studio.asia-city.com
 


 
AdSense
AdSense
AdSense