นี่ก็เป็นอีกช่วงที่เราเห็นเพื่อนในฟีดไปเที่ยวโอซาก้า เมืองทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นกันบ่อยมาก จนรู้สึกเหมือนโอซาก้าเป็นกรุงเทพฯ แห่งที่ 2 ไปแล้ว ซึ่งทางเราเองนั้น ก็เป็นหนึ่งในคนไทยที่ไปเผยแพร่วัฒนธรรมที่เกียวโต-โอซาก้าในช่วงก่อนหน้านี้มาหยก ๆ เหมือนกัน!

เราคาดว่าสาเหตหลักน่าจะมาจากตั๋วลดราคาของสายการบินโลว์คอสต์ที่เรารักอย่าง NokScoot ที่ปล่อยออกมาแบบไม่ยั้งให้ไม่ต้องพักต้องผ่อน อย่างเราเองก็ได้มาในสนนราคาถูกแสนถูก ตกแล้วเที่ยวละ 3,000 กว่าบาทเท่านั้น! ใครที่อยากบินไปเที่ยวโอซาก้าแบบชิลล์ประหยัดงบเหมือนเรา จงพุ่งตัวไปตำตั๋วโปรกันก่อนเลยที่ www.nokscoot.com/th

ส่วนใครที่กำตั๋วเครื่องบินไว้ในมือแน่น ๆ เรียบร้อยแล้ว อีกข้อหนักใจหนึ่งที่จะตามมาก็คงเป็นการเลือกที่พักระหว่างอยู่ที่โอซาก้ากันใช่มั้ยล่ะ ซึ่งเราบอกเลยว่าการเลือกที่พักในทำเลที่ดีนั้นมีชัยไปครึ่ง เพราะนอกจากความเหนื่อยล้าจากการเดินทางแล้ว คนญี่ปุ่นยังขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่เดินเก่งที่สุดในโลก บอกเลยว่าถ้าเลือกทำเลไกล ๆ มีเดินกันขาหลุดแน่นอนจ้า
ซึ่งความดีงามของทริปนี้ที่ทำให้ทั้งเราและเพื่อนไม่บ่นเลยเรื่องที่พัก ก็เห็นจะเป็นเรื่องทำเลของโรงแรม SureStay Plus Hotel by Best Western Shin-Osaka โรงแรมใหม่เอี่ยมกริ๊บที่เพิ่งเปิดใหม่ได้แค่ไม่กี่เดือน อันตั้งอยู่ในโซนที่สะดวกต่อการเดินทางมากที่สุดอย่าง Shin-Osaka นั่นเอง เพราะสถานี Shin-Osaka ถือเป็นจุดศูนย์กลางของการคมนาคมแห่งเมืองโอซาก้า ไม่ว่าจะเป็นรถไฟชินคันเซ็น รถไฟหัวกระสุนเชื่อมระหว่างเมืองใกล้ ๆ รถบัสสายพิเศษ ไปจนถึงรถไฟใต้ดินและรถไฟสายJR ทุกอย่างคือรวมไว้ที่สถานี Shin-Osaka ทั้งหมด


อย่างที่บอกว่ารอบนี้เราเลือกพักกันที่ SureStay Plus Hotel by Best Western Shin-Osaka ที่เดินมาจากสถานี Shin-Osaka แบบใกล้นิดเดียว หรือจะต่อ JR มาลงที่สถานี Minamikata ก็ยิ่งใกล้เข้าไปใหญ่ ซึ่งความประทับแรกก็ต้องยกให้ล็อบบี้เพดานสูงที่ดีไซน์ให้แสงธรรมชาติลอดเข้ามาแบบเต็ม ๆ รวมถึงรอบนี้เราเลือกพักกันที่ห้อง Executive Room ซึ่งเซอร์ไพร์สเราตั้งแต่เปิดประตูเข้าห้องมา เพราะห้องใหญ่กว่าที่คิดว่ามาก (มาก ๆ) จนแทบจะเรียกได้ว่านี่เป็นห้องพักในโรงแรมที่พื้นที่กว้างที่สุดในระดับราคาประมาณเดียวกันตั้งแต่เราเคยนอนที่ญี่ปุ่นมาเลยทีเดียว แถมวิวห้องพักยังเป็นวิวแม่น้ำ Yodo ที่ช่วยทำให้การมาเที่ยวโอซาก้าของเรารอบนี้เป็นการมาพักผ่อนแบบแท้ทรู

สิ่งที่ชอบที่สุดในห้องพักคงเป็นเรื่องความกว้างของห้องน้ำที่แบ่งออกเป็น 3 โซนใหญ่ ๆ คือห้องอาบน้ำพร้อมอ่างอาบน้ำและโซนฝักบัวแยกออกมา รวมถึงห้องล้างหน้าที่เชื่อมอยู่ตรงกลางระหว่างห้องสุขา ซึ่งของใช้ในห้องน้ำที่ให้มาก็มีความดีงามกันไปตามท้องเรื่อง เอาเป็นว่าห้องน้ำที่นี่ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่เราประทับใจที่สุดในญี่ปุ่นเช่นกัน


ไลน์อาหารเช้าของที่นี่ก็มีความเก๋ไม่เหมือนที่อื่นเช่นกัน เพราะนอกจากไลน์บุฟเฟ่ต์ American Breakfast ธรรมดา (แต่อร่อยมาก) แล้ว ที่นี่ยังมีเมนูข้าวต้มชาเขียวที่เรียกว่า Ochazuke ไว้ให้ซดร้อน ๆ แทนมื้อเช้าอีกด้วยนะ วิธีทำก็ง่ายมาก ๆ แค่ตักข้าวสวยญี่ปุ่นใส่ชามพอประมาณ แล้วแอ๊ดท็อปปิ้งอย่างสาหร่าย ลูกบ๊วยดอง งาขาว และเนื้อปลาตามใจชอบ อย่าลืมตักน้ำซุปชาเขียวราดลงไปด้วย ส่วนทีเด็ดอยู่ที่การกินคู่กับวาซาบิหอม ๆ ให้รสชาติที่ไม่เหมือนข้าวต้มไทย


และอย่างที่บอกว่าทำเลโรงแรมนี้มันเวิร์กมากจริง ๆ ค่ะคุณผู้ชม เพราะหลายคนอาจจะต้องเผื่อเวลาสักหน่อยหากอยากออกไปเที่ยวนอกเมือง แต่สำหรับเราคือตื่นสายได้สบาย ๆ เพราะเดินไปนิดเดียวก็เจอ Shin-Osaka ที่สามารถนั่งชินคันเซ็นออกไปเที่ยวเมืองใกล้ ๆ อย่างเกียวโต โกเบ หรือนาราได้แบบชิลล์ ๆ
อย่างรอบนี้เราก็แอบแว๊บไปวันเดย์ทริปที่เกียวโตกันมา เนื่องจากเป็นช่วงหน้าร้อนพอดี เพราะเลยได้เลือกไปนั่งรับลมกันที่ริมแม่น้ำ Kamo ที่มีร้านกาแฟยอดฮิตอย่าง Wife&Husband ตั้งอยู่ แล้วตกเย็นก็ไปใส่ชุดยูกาตะฤดูร้อนเดินเล่นบนถนนย่านอาราชิยาม่าที่มีร้านกาแฟอย่าง % Arabica ให้แวะจิบเบา ๆ แล้วปิดท้ายด้วยเทศกาลดอกไม้สุดตระการตาที่เป็นการปิดท้ายทริปหน้าร้อนที่โอซาก้าของที่เราได้แบบเพอร์เฟ็คสุด ๆ
ใครที่กำลังหาพิกัดที่พักในโอซาก้าอยู่ อย่าลืมไปเช็คราคาห้องพักของ SureStay Plus Hotel by Best Western Shin-Osaka ก่อนล่วงหน้าได้ที่ www.bestwestern.com/en_US/book/hotels-in-osaka/surestay-plus-hotel-by-best-western-shin-osaka เลยนะ