Aug 01 2016

travel

5 สิ่งที่ทำให้ไทเปเป็นเมืองหลวงที่ต้องไปให้ได้!

ล่าสุดนี้ทีมงาน Soimilk เพิ่งได้ร่วมทริปทัวร์เมืองหลวงของไต้หวันที่จัดขึ้นโดยโรงแรม W Taipei อย่างที่ได้สัญญาไว้ว่าจะพาไปเที่ยวไทเปกันให้ครบถ้วน วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ๆ น่าสนใจที่ควรแก่การไปเช็กอินสำหรับคนที่มีโอกาสไปเที่ยวนะ 

จริงๆ แล้วไต้หวันมีอะไรให้ทำเยอะมากเลย เมื่อปีที่แล้วเราก็มีโอกาสได้มาทริปปั่นจักรยานในไต้หวัน ก็เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างดีเหมือนกัน เรามั่นใจว่าไปตามหารีวิวท่องเที่ยวก็คงมีคู่มือท่องเที่ยวที่แนะนำสถานที่ๆ หลากหลายแตกต่างกันไป เพราะเป็นเมืองที่มีอะไรให้ทำเยอะมาก เพียงแค่ต้องรู้ว่าควรไปที่ไหน
 
 
แต่นี่คือ 5 สิ่งที่เราประทับใจมากๆ ในทริปที่ไปครั้งนี้ บอกเลยว่าเราเองก็ไม่ได้คิดว่าจะชอบไต้หวันขนาดนี้ อย่างไรก็ตามเราก็หวังว่าคู่มือนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับหลายๆ คนที่กำลังวางแผนไปเที่ยวกันนะ ใช่สิ! ตอนนี้ไม่ต้องใช้วีซ่าแล้วนี่หน่า!

1. เสน่ห์ของตรอกซอกซอยเก่าแก่
 
ไม่ว่าจะเป็นเมืองไหนก็ตาม เราสามารถเรียนรู้ถึงวัฒนธรรม และความเป็นมาของที่แห่งนั้นได้จากการสัมผัสถึงสถาปัตยกรรม อย่างสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เช่น Chiang Kai-shek Memorial Hall และ Sun Yat-sen Memorial Hall ทุกคนก็คงต้องรู้จัก และปักหมุดจะไปเที่ยวอยู่แล้วแหละ เราเลยอยากจะมาแนะนำที่อื่นๆ บ้างที่ทำให้เราเข้าใจถึงภาพเก่าแก่ของความเป็นเมืองไทเปผสมกับความเปลี่ยนแปลงจนถึงปัจจุบัน ในย่าน Da dao cheng ซึ่งเป็นโซนที่เห็นแล้วก็นึกถึงไชน่าทาวน์มาก เราเริ่มต้นจากการแวะไปทำบุญที่วัด Taipei Xia-Hai City God Temple ซึ่งถึอว่าเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาของคนที่นี่เลยล่ะ
 
 
ถ้ามองจากโครงสร้างเราก็จะเห็นถึงสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากแถบ Fujian ในประเทศจีน คนส่วนใหญ่จะมาขอพรทั้งเรื่องการงานและความรัก พอไหว้เสร็จแล้วก็ต้องอย่าลืมไปดื่มน้ำชาอินทผาลัมอุ่นๆ ก่อนกลับด้วย (ถ้าอยู่ไทยก็คงจะต้องจิบสาคูอะไรแบบนั้นมั้ง) 

No. 61 Section 1, Dihua Street, Dahong District tpecitygod.org เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์ 6:15-19:45น. 
 
 
นอกจากนี้แล้วในย่านนี้ยังเป็นที่ตั้งของร้านค้าขายวัตถุดิบประเภทผลไม้แห้ง และข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ เพราะในอดีตนั้นแถบนี้เคยเป็นย่านการค้า พี่ๆ ที่พาเราไปเที่ยวเล่าให้ฟังว่าช่วงใกล้ตรุษจีนจะคนแน่นมาก เพราะคนท้องถิ่นส่วนใหญ่ก็ยังคงพาคุณแม่มาเดินซื้อของไหว้เจ้าอยู่ดีนั่นแหละ เลยทำให้ได้เห็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทเป  
 
 
ถึงแม้ว่าปัจจุบันความโมเดิร์นของตึกราต่างๆ จะไปอยู่ตรงย่านอื่น แต่ถือว่าเป็นความโชคดีของย่านเก่าแก่แห่งนี้ที่มีการดูแลรักษาตึกเป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งได้มาจากโครงการของทางรัฐบาล "Urban Generation Station" เห็นได้ชัดเลยจากเหล่าร้านรวงต่างๆ ที่ได้มีการนำมารีแบรนด์ใหม่ อาคารที่ได้ผ่านการรีโนเวทจนออกมาในรูปแบบร่วมสมัย ระหว่างที่เดินอยู่บนถนนเส้นนี้เราก็ได้ไปเจอกับร้าน JIIA ซึ่งเป็นร้านเบเกอรี่ที่เด่นขึ้นมาจากทุกร้านห้องแถว 
103 Da'an District โทร. +886-227785750 
 
 
 
 
อีกหนึ่งสถานที่ๆ เราว่าน่าแวะไปชม คือ ArtYard ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าเครื่องปั้นดินเผาที่ออกแบบโดยศิลปินชาวญี่ปุ่นและชาวไต้หวัน บรรยากาศภายในร้านนั้นน่าสนใจมาก เพราะทำให้เห็นถึงโครงสร้างของบ้านสมัยก่อนที่ด้านหน้าแคบ แต่ลึกเข้าไปอีกมาก คล้ายคลึงกับลักษณะของบ้านที่เราเจอในปีนัง อาคารแห่งนี้มีอายุมานานกว่า 100 ปีแล้ว ผลงานเซรามิกส์น่ารักมากบอกเลย 

No. 67 Sec. 1 Dihua Street โทร. 02-2552-1367 เวลาทำการ ทุกวัน 10:00-19:00น. 
 
 
อีกที่ๆ เราประทับใจที่สุดคือโรงน้ำชา Wang Tea House 1890 เพราะเป็นโรงน้ำชาที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1890 ตอนนี้คุณหวังเป็นหลานรุ่นที่ 3 โครงสร้างของร้านนั้นยังเป็นเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงซะส่วนใหญ่ ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนชอบชา และอยากเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับใบชาจากแต่ละที่ในไต้หวัน ต้องห้ามพลาดที่นี่
 
 
ด้านในคุณหวังมีบริการจัดทัวร์พาไปชมวิธีการทำใบชาด้วยนะ อีกทั้งยังมีเสิร์ฟชุดน้ำชาสไตล์ดั้งเดิมอีกด้วย
 
 
ส่วนชั้นบนจะมีเปิดการแสดงดนตรีทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สามารถมานั่งดื่มชา ชมการแสดงดนตรีดั้งเดิมได้ฟรีๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย เหมือนได้ย้อนยุคกลับไปเห็นภาพของไทเปในวันวาน ท่ามกลางการพัฒนาอย่างรวดเร็วของประเทศ 

No. 26 Lane 64 Section 2 Chongqing N. Rd. โทร. +886-22555-9164 

2. ความน่าหลงใหลของโลกแห่งดีไซน์ทันสมัย
 
 
 
เรียกว่าเป็นสิ่งที่ประทับใจที่สุดแล้วในทริปนี้ก็ว่าได้ ถือเป็นโชคดีของเราด้วยแหละที่ปีนี้ทางไทเปได้ลงสมัครเป็น World Design Capital 2016 ซึ่งอาจจะฟังดูห่างไกลจากตัวพวกเรา แต่จริงๆ แล้วมันสำคัญมากเลยนะ
 
 
เนื่องจากทางรัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของดีไซน์การออกแบบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน และต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต เราจึงได้เห็นงานแสดงนิทรรศการเก๋ๆ ร้านดีไซน์ช็อปที่น่าสนใจ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ผสมกับศิลปะความงามสไตล์ไต้หวันที่ไม่เหมือนใคร เรียกได้ว่าไปแล้วรู้สึกเกิดแรงบันดาลใจอยู่ไม่น้อยเลย
 
 
และที่ๆ ดีที่สุดที่จะไปเสพย์ดีไซน์เหล่านี้ มีหลักๆ อยู่สองที่ คือ Songshan Cultural Park และ Huashan 1914 Creative Park บางคนอาจจะเรียกกันว่าเหมือน The Jam Factory เลย ด้วยลักษณะของโกดังที่ได้ผ่านการรีโนเวทและถูกนำกลับมาใช้สอยใหม่อีกครั้ง ถ้ามีเวลาไม่มากเราแนะนำให้ไปที่ Songshan เพราะเป็นปาร์คที่ใหญ่กว่าและใหม่กว่า (เพิ่งแปลงให้กลายเป็นสเปซสร้างสรรค์ในปี 2011) เดิมทีเคยเป็นโรงงานบุหรี่ แบ่งออกเป็นโซนโรงงาน สวนหย่อม และที่พักของพนักงานและ daycare สำหรับดูแลลูกหลานคนงานระหว่างวัน 

No. 133 Guangfu S Rd., โทร. +886-22765-1388 เวลาทำการ ทุกวัน 9:00-18:00น. 
 
 
ภายในบริเวณเดียวกันนั้นยังเป็นที่ตั้งของ Taiwan Design Museum อีกด้วย ซึ่งตอนนี้กำลังจัดแสดงนิทรรศการ “World’s Best Communication Design 2015-16” อยู่จนถึงวันที่ 8 ส.ค. ในโซย Red Dot Design Area ซึ่งเป็นส่วนที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้รางวัล Red Dot Design มา เพื่อเพิ่มความรู้เรื่องดีไซน์ใหม่ๆ ให้กับสาธารณะในวงกว้าง แต่ถึงไปเที่ยวหลังจากนี้ก็การันตีได้ว่าจะมีงานดีไซน์เจ๋งๆ มาจัดแสดงอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว
No. 133 Guangfu S. Rd. Xinyi District โทร. +886227458199 tdm.org.tw
 
 
เดินเลยต่อไปอีกจะเจอกับ Eslite Spectrum อาคารใหม่ขนาดยักษ์ที่เป็นที่ตั้งของสาขาใหญ่ของร้านหนังสือชื่อดัง อีกทั้งยังเป็นโรงแรม และห้างสรรพสินค้าที่ไม่ธรรมดาเลย เพราะเต็มไปด้วยงานดีไซน์ ช็อปไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยไอเดียของชาวไต้หวัน อย่างเช่น Hsu & Daughter ร้านเครื่องหนังแฮนเมดที่เปิดให้ลูกค้าสามารถเข้ามาเรียนรู้วิธีการทำได้ด้วย ส่วนตัวแล้วเราคิดว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่ยังมีไม่มากในไทย และคนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร  
 
 
 
พูดถึงร้านหนังสือ Eslite แล้ว เราอยากให้จินตนาการนึกถึง Kinokuniya ที่มีหนังสือเยอะกว่าหลายเท่า มีโซนเครื่องเขียนและโปรดัคน่ารักๆ อีกเยอะในโซน Living Concept อีกทั้งยังมีโซนแผ่นเสียงให้เลือกอีกเพียบ บอกเลยไปเดินแล้วใจสั่นตลอดเวลา 

 
 
เดินเหนื่อยๆ แล้วก็แวะไปจิบชาซักแก้วในร้านบรรยากาศดีๆ ซักร้าน ดูเป็นคอมโบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย (คาเฟ่เล็กๆ ใน Kinokuniya คงจะเทียบไม่ค่อยได้ซักเท่าไหร่) 
 
 
No. 88 Yanchang Rd. Xinyi District โทร. +886-26636-5888 เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-22:00น. 


3. สิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน 
 
ถ้าติดตาม Soimilk  ก็คงจำได้ถึงถนนเส้นฮิปสเตอร์ที่ว่ากันว่าสวยที่สุดในไทเป ถูกอยู่ที่บางคนอาจจะมองว่ามันเป็นเพียงสิ่งสร้างสรรค์ที่ยังใหม่อยู่ และเป็นเพียงร้านบูติกรวมกันในซอยเดียวเท่านั้น แต่ส่วนตัวแล้วเรารู้สึกว่ามันเป็นอีกหนึ่งมุมของเมืองที่แตกต่างออกมา เหมือนเป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียงสองปีกว่าๆ เท่านั้น แต่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเพราะตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ 
 

 
ท่ามกลางความร่มรื่นของถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยร้านกาแฟ Fujin Tree 532, ร้านบูติกสาขาแรกของ BEAM, ดีไซน์ช็อป ร้านเครื่องเขียน และคาเฟ่น้ำแข็งใส แบ่งเวลาไปเดินเล่นซักนิดไม่เสียหาย ลองตามไปอ่านเต็นๆ ได้ที่บทความนี้เลย 

 
นอกเหนือจากตลาดนัดกลางคืนที่โด่งดังแล้ว เราสังเกตเห็นร้านอาหารร่วมสมัยอีกเยอะ เกิดขึ้นจากไอเดียสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ อย่างร้านในเครือ Fujin ก็มีร้านอาหารไต้หวันร่วมสมัยที่เสิร์ฟคู่กับแชมเปญ ส่วนอีกที่ๆ เรามีโอกาสได้ไปลองทานคือ Mr. Meat ซึ่งได้เพิ่มความน่าสนใจขึ้นมาตรงประเภทเนือสัตว์ที่ทางร้านมีให้เลือก เป็นการผสมผสานกันระหว่างร้านเนื้อ (Butchery) กับร้านชาบูซุปรสชาติดั้งเดิม ดังนั้นเราสามารถเลือกได้เลยว่าอยากทานเนื้อส่วนไหน และเนื้อจากประเทศไหน ไม่ว่าจะเป็นสเปน ฮังการี เดนมาร์ก หรือนิวซีแลนด์  

No. 35 Lane 81 Section 2 Dunhua S Rd. โทร. +886-2-2703-5522 
 
 
 
ถ้าพูดถึงด้านไลฟ์สไตล์ของชาวไทเปสมัยนี้ จริงๆ แล้วมันมีอะไรให้ทำเยอะแยะไม่แพ้กรุงเทพฯ เลยนะ วงการคราฟต์เบียร์ของที่นี่ก็กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน เรามีโอกาสได้แวะไปทัวร์ Taihu Brewery ในย่าน New Taipei โดยทางบาร์จะมีบริการคราฟท์เบียร์สดจากแท็บหลายสิบประเภท และมีโรงกลั่นเบียร์ที่เป็นเสมือนห้องแล็บในการทดลองรสชาติใหม่ๆ สามารถพาเราเข้าไปชมวิธีการทำได้ด้วย 

 
 
 
แต่ถ้าไม่อยากเดินทางไปไกลขนาดนั้น Taihu ยังมีอีกบาร์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลย ณ สาขาที่ Xinyi เป็นร้านกึ่งเอาท์ดอร์ที่พอตกเย็นมักจะเต็มไปด้วยลูกค้า เปิดเป็นสถานที่ให้จิบเบียร์ไป คุยแลกเปลี่ยนไอเดียใหม่ๆ กันไป ท่ามกลางพื้นหลังของย่านการค้า
 
 
 
ลืมบอกไปว่าช่วงนี้เป็น Taiwan Good Beer Week ด้วยนะ (29 ก.ค.- 7 ส.ค.) โดยบาร์คราฟท์เบียร์ทั่วเมืองได้ร่วมมือร่วมใจจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 10 วัน จาก 9 โรงกลั่นเบียร์จาก 4 ประเทศ มีทั้งโปรโมชั่นพิเศษ ปาร์ตี้บาร์บิคิว รูฟท็อปอีเวนต์ เวิร์กช็อป และดนตรีสด สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราก็ถือว่าเป็นโอกาสที่จะได้ไปลองเบียร์ใหม่ๆ ไปดูซิว่าต่างกับเบียร์บ้านเราขนาดไหน ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.taiwangoodbeerweek.com

 
 
 
จริงๆ แล้วในโซน Da'an นั้นเป็นที่รู้จักกันในฐานะย่านช้อปปิ้งชั้นเลิศ พี่ที่พาเราทัวร์บอกเราว่าเป็นสถานที่นัดเจอเพื่อนๆ ที่เป็นที่นิยมที่สุดแล้วก็ว่าได้ (คล้ายๆ สยามสแควร์อยู่เหมือนกัน) อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมเหล่าห้างสรรพสินค้าใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Sogo department store และ Breeze Center มีวัยรุ่นไปเดินเยอะอยู่เหมือนกันเพราะเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย National Taiwan University แต่บอกไว้ก่อนนะว่าสิ่งที่ฮอตตอนนี้ไม่ใช่ Din Tai Fung สาขาออริจินัล แต่เป็นร้านสมูทตี้บาร์ที่ชื่อว่า Blossoming Juice

No. 40 Lane 160 Section 1 โทร. +886-2-2711-0234 เวลาทำการ ทุกวัน 12:00-21:00น. 
 

4. หลากหลายไม่หลับใหลตลอด 24 ชั่วโมง  
 
ถ้าเป็นสายปาร์ตี้มากกว่า คงไม่มีย่านไหนที่เหมาะไปมากกว่า Xinyi เพราะนอกจากจะเดินทางสะดวกแล้ว ยังเต็มไปด้วยคลับและบาร์ที่น่าไป เช่น บาร์ที่ดีที่สุดในประเทศอย่าง Alchemy Speakeasy Bar Taipei สำหรับคนที่ชอบค็อกเทลที่สร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร อยากรู้ว่าวงการ mixology ของต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้างก็ต้องแวะไปกันหน่อย 
 
นอกจากนี้ย่าน Xinyi ยังเป็นที่ตั้งของ Woobar บาร์ประจำโรงแรม W Taipei ที่มีบรรยากาศสบายๆ ในตอนกลางวัน แต่เปลี่ยนมู้ดแอนด์โทนไปเป็นสายปาร์ตี้ในยามค่ำคืน ดูเหมือนจะเป็นที่ๆ คนมักจะแวะไปกันสำหรับดริ๊งก์สบายๆ ก่อนที่จะไปปาร์ตี้กันต่อจนถึงเช้า เพราะตั้งอยู่ห่างจากตึก ATT 4 Fun นิดเดียวเท่านั้น และเป็นบริเวณที่คลับเต็มไปหมด อาทิ Halo, Club Myst, Spark Lounge, Chess Taipei, Elektro, Room18 มาพร้อมกับแนวดนตรีที่ต่างกันไป เป็นสาย edm หรือจะเป็นสายฮิพฮอพก็สนุกได้ทั้งนั้น (แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะว่าแต่ละที่จะคิดค่าเข้าคลับราคาสูงหน่อย)
 
 
ส่วนสายอินดี้เราก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจให้เช่นกันในยามค่ำคืน เพราะเราได้มีโอกาสแวะไปเยือน Live House สองที่ Pipe ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำที่เต็มไปด้วยบาร์สไตล์อิซากายะแบบโอเพ่นแอร์ และอยู่ไม่ไกลจาก Treasure Hill Artist Village ซึ่งเรียกกันว่าเป็นย่านพักพิงของคนรักศิลปะ พาเพื่อนไปนั่งเล่นก็บรรยากาศสนุกดี

 
 
ส่วนด้านในของ Pipe นั้นเดิมทีเป็นโรงงานบำบัดน้ำ ซึ่งได้ผ่านการรีโนเวทมาเป็นสถานที่จัดแสดงดนตรีสดโดยศิลปินนอกกระแสจากทั่วเอเชีย ในคืนที่เราไปมีวงดนตรีจากฮ่องกง โตเกียวและเมืองไทยด้วยนะ! เปิดประสบการณ์ใหม่ดีสำหรับคนที่รักเสียงดนตรี เช็กตารางการแสดงได้ทางเว็บไซต์ www.pipemusic.com.tw
No. 1 Siyuan Street โทร. +886-2-2365-3524 
 
 
ส่วนอีกบาร์ที่เราอยากจะแนะนำคือ Revolver ชั้นล่างจะเปิดเป็นบาร์ที่ครึกครื้นมาก แต่งตัวได้สบายๆ แต่เมื่อขึ้นไปชั้นบนจะเจอกับเหล่าวัยรุ่นที่มาให้กำลังใจวงดนตรีอินดี้ในไทเปเองเนี่ยแหละ ทำให้นึกถึง Play Yard อยู่นิดนึงเหมือนกัน
No. 1 Section 1 Roosevelt Rd. โทร. +886-2-3393-1678 เวลาทำการ ทุกวัน 18:30-03:00น. 
 
 
แต่ถ้ายังไม่ถูกใจซักอย่าง ภายในย่านยังมีร้านสาขาออริจินัลของ Eslite Bookstore ที่ขึ้นชื่อว่าดังที่สุดในไทเป เพราะเป็นสาขาที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง! มีคนกระซิบบอกเรามาว่าถ้าอยากแอบไปส่องนักออกแบบหรือดาราก็ควรจะแวะไปเดินช่วงดึกๆ (อิอิ)

 
 
เราว่าไปนั่งอ่านหนังสือเล่นๆ ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ดี แต่โซนคาเฟ่จะเปิดบริการถึงแค่ตีหนึ่งครึ่งเท่านั้นนะ อาจจะไม่ได้มีตัวเลือกหนังสือภาษาอังกฤษให้เลือกเยอะขนาดนั้น เพราะไม่ได้มีเป็น section ของตัวเอง แต่มีกระจายออกไปทุกหมวดหมู่ของร้านหนังสือ เหมาะไปนั่งเงียบๆ หามุมคิดอยู่คนเดียวในยามค่ำคืน
No. 245 Section 1 Dunhua Street 

5. ห่างไกลความวุ่นวายตามรอยธรรมชาติ  
 
ถ้าตั้งใจเดินทางมาเที่ยวไทเปไม่กี่วัน และไม่มีเวลาจะไปสัมผัสธรรมชาติของไต้หวัน เราว่า Beitou ก็เป็นจุดท่องเที่ยวที่ไม่เลวเลย สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟใต้ดินได้ เมืองแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในฐานะเมืองแห่งน้ำพุร้อน (hot spring) ทางธรรมชาติ เหมาะจัดเป็นทริป 1 วันเพื่อไปชมบ่อน้ำพุร้อนที่ Beitou Geothermal Valley หรือเรียกอีกชื่อว่า Hell Valley 
 
นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าไปอยู่ไม่น้อย เช่น Beitou Museum เดิมทีชื่อว่า Taiwan Folks Art Museum สร้างขึ้นในปี 1921 ปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนไปเรื่อยๆ เกี่ยวกับงานศิลป์ของคนไต้หวันแท้ๆ ตอนนั้นเราได้ชมงานภาพถ่ายขาวดำ รวมไปถึงงานเซรามิกเครื่องใช้โบราณตั้งแต่สมัยราชวงค์ Qing จนมาถึงปัจจุบัน มีความเป็นญี่ปุ่นอยู่สูงเหมือนกันเนื่องจากว่าเคยเป็นที่ตั้งรกรากของชาวญี่ปุ่นในยุคล่าอาณานิคม แนะนำให้ไปลองชิมชาเสพย์บรรยากาศของที่นี่ดู แตกต่างจากตัวเมืองอย่างสิ้นเชิง
No. 32 Youya Rd. โทร. +886-2-2891-2318 เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 10:00-18:00น. 
 
 
ส่วน Hot Spring Museum นั้นเดิมทีได้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่อาบน้ำสาธารณะ คล้ายกับออนเซ็นในญี่ปุ่น มีการสร้างขึ้นเป็นอาคารสไตล์อังกฤษด้านนอก ปัจจุบันนี้ด้านในไม่ได้เปิดให้บริการแล้ว แต่เราสามารถเดินอ่านความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ได้ 

 
 
ถ้าอยากพักข้ามคืน รีสอร์ทส่วนใหญ่จะมีบริการบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัว แต่รีสอร์ทที่ดังที่สุดในบริเวณนี้คือ Grand View Resort Beitou ถึงแม้ว่าจะไม่พักที่โรงแรมก็มีห้องแช่น้ำร้อนได้เป็นรายชั่วโมงเช่นกันนะ   
 
 
ส่วนที่เราประทับใจมากที่สุดคือ Taipei Public Library - Beitou Branch ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในห้องสมุดสีเขียวที่สวยที่สุดในโลก ด้วยการติดตั้งหน้าต่างที่รับแสงธรรมชาติเข้ามาด้านใน มีการรับน้ำฝนเมื่อมาใช้แทนน้ำประปา อีกทั้งยังมีโครงสร้างด้วยไม้ ทำให้กลมกลืนไปกับสวนหย่อมรอบด้าน เราไม่แปลกใจเลยที่มีคนไปใช้บริการอยู่ตลอดเวลา  
 
 
 
No. 251 Guangming Rd. โทร. 02-2897-7682 


และนี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการผสมผสานกันระหว่างความเก่าและใหม่ของไทเปที่อยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้ก้าวออกไปเที่ยวที่ใหม่ๆ ในแถบเอเชียกันนะ :)

พักที่ไหนดี:
 
- W Taipei โรงแรม 5 ดาวย่านไนท์ไลฟ์ เดินทางสะดวกและได้วิวของ Taipei 101 
10 Zhongziao East Rd. www.facebook.com/wtaipei และ http://wtaipei.com 
- Cho Hotel โรงแรมดีไซน์เรทโทร
119 Kunming Street, Wanhua www.chohotel.com 
- Check Inn ลอฟท์สไตล์นิวยอร์ค เปิดบริการเป็น Bed & Breakfast
253 Songjjang Rd. www.checkinn.com.tw 
- I'm inn โรงแรมแนวสตรีท มีบริการห้องรวมสำหรับ backpacker
3 Alley 2, Lane 65 Sec. 2 www.iminntaipei.tw.index.php
หรือลองเช็กห้องพักทาง Airbnb ได้ที่ www.airbnb.com มีตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยสำหรับคนที่อยากเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ 
- Grand View Resort Beitou โรงแรมที่เก่าใหญ่ และวิวสวยที่สุดใน Beitou 
No. 30 Youya Road www.gvrb.com
การเดินทาง:
 
การเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน (MRT) นั้นจะสะดวกที่สุดแล้ว แนะนำให้ซื้อบัตร Easycard เพราะสามารถใช้กับทั้งใต้ดิน รถบัส และสามารถซื้อของตามร้านบางร้านได้ด้วย รถแท็กซี่นั้นราคาค่อนข้างแพง (แต่ในไทเปก็มี uber นะ) อีกทางเลือกนึงคือการปั่นจักรยานนั่นเอง! สามารถเช่ารถ Ubike ได้หลายจุดในเมืองนะ แต่ต้องลงทะเบียนก่อนออนไลน์ที่ taipei.youbike.com.tw/en/f61.php

 
สายการบิน:
Tiger Air เริ่มต้นที่ 7,484 บาท 
Nokscoot เริ่มต้นที่ 7,657 บาท 
Eva Airlines  เริ่มต้นที่ 8,465 บาท 
V Air เริ่มต้นที่ 9,724 บาท 
China Airlines เริ่มต้นที่ 9,890 บาท