Skip to main content
AdSense

หนีไปนอนภูเก็ตหนึ่งคืนที่ My Beach Resort แล้วตื่นมากินน้ำพริกกุ้งเสียบที่ร้านย่านโอลด์ทาวน์

ภูเก็ตกับหน้าร้อนนี่มันของคู่กัน

หนีไปนอนภูเก็ตหนึ่งคืนที่ My Beach Resort แล้วตื่นมากินน้ำพริกกุ้งเสียบที่ร้านย่านโอลด์ทาวน์
March 13, 2020 Bangkok time
เรื่องราวดี ๆ ในเช้าวันเสาร์ที่แสนเงียบเหงาเช่นนี้ คือการเปิดตัวคอลัมน์น้องใหม่ของทีม Soimilk กับการพาไป One Night Stay (ได้ยินชื่อแล้วอย่าคิดลึกเชียวล่ะ!) เที่ยวตามประสาคนมีเวลาน้อยแบบชาวเรา แต่รับรองว่าได้พักผ่อนชาร์จแบตให้ชีวิตจนเต็มแมกซ์แน่ ๆ เพราะในแต่ละพิกัดที่เราเลือกมานั้น ไม่ใช่แค่ดีไซน์สวย บริการประทับใจเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมสตอรี่เท่ ๆ ให้ได้ตามไปค้นหาและทำความรู้จักกับชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียงกันก่อนกลับมาสู้งานต่อที่กรุงเทพฯ กันด้วยนะเออ!
 
 
 
ทันทีที่เรารับกระเป๋าออกจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต รถตู้วีไอพีคันใหญ่ที่ดูนั่งสบายสุด ๆ ส่งตรงมาจาก My Beach Resort Phuket ก็จอดเทียบท่ารอรับเราเรียบร้อยที่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร เพื่อพาเราพุ่งตัวตรงเข้าสู่ My Beach Resort Phuket พิกัดที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นานเลียบแหลมพันวา โลเคชันที่ถือเป็นหนึ่งในจุดเอ็กซคลูซีฟที่สุดของภูเก็ต ซึ่งถ้านับจากสนามบิน เราต้องใช้ระยะเวลาประมาณชั่วโมงนิด ๆ ในการเดินทางไปรีสอร์ตแห่งนี้ ระหว่างทางก็หลับยาว ๆ กันก่อนได้เลย
 
 
My Beach Resort Phuket ต้อนรับเราด้วยล็อบบี้โอเพ่นแอร์โปร่ง ๆ ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบเต็มสายตา ถือเป็นหนึ่งจุดเช็กอินยอดฮิตที่กลายเป็นมุมมหาชนไปโดยปริยาย ก่อนเข้าห้องพักก็อย่าลืมแวะมาถ่ายรูปกันตรงนี้กันได้ ส่วนถ้าใครอยากแต่งตัวให้เข้ากับธีมสีเอิร์ธโทนของที่นี่ล่ะก็ เราบอกเลยว่ามุมริมสระว่ายน้ำแบบ Infinity Pool ที่ด้านล่าง ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กพอยนต์ที่ควรค่าแก่การใส่บิกินี่สีเอิร์ธโทนลงไปนอนอาบแดดสุด ๆ
 
 
ห้องพักทั้ง 82 ห้องของที่นี่ถูกแบ่งออกเป็น 8 แบบ ความน่ารักคือเขาวางโครงสร้างรีสอร์ตมาแบบลดระดับไล่หลั่นกันไปตามความลาดชันของแนวเขาริมหาด ซึ่งห้องที่เราเลือกพักรอบนี้เป็น Premier Sea View ห้องพักไซซ์ 50 ตร.ม. ที่มาพร้อมระเบียงใหญ่ยักษ์พร้อมโซฟาทรงกลมที่เราสามารถออกไปยืนสูดอากาศตอนเช้า แล้วนอนทอดกายชมวิวทะเลได้จากระเบียงตรงนั้นได้เลยแบบไม่มีอะไรมาบัง 
 
 
ด้วยข้อได้เปรียบของการดีไซน์โครงสร้างอาคารให้ไล่เรียงสูงต่ำกันไปเรื่อย ๆ แบบนี้ มุมชมพระอาทิตย์ตกและท้องทะเลของที่พักแห่งนี้เลยมีให้เลือกหลายมุมแบบไม่ต้องแย่งกัน ทั้งโซนนั่งเล่นตรงล็อบบี้ ไปจนถึงเลานจ์เครื่องดื่มชั้นบนสุดอย่าง My Lounge Sky Bar และดาดฟ้าของตึกโซน Deluxe Sea View ที่ปูสนามหญ้าสีเขียวไว้ให้เราเดินทอดน่อง หรือเดินเลียบหาดเอาเท้าลงไปจุ่มน้ำทะเลแล้วชมวิวพระอาทิตย์ตกดิบนแบบเอ็กซคลูชีฟในช่วงตอนเย็นเลยก็ได้
 
 
 
สำหรับเรา มุมโปรดสุด ๆ ขอยกให้โซนห้องอาหารด้านล่าง ที่ไม่ใช่แค่ใกล้ชิดติดริมทะเลแบบเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้วเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบาร์ค็อกเทลริมสระว่ายน้ำและเมนูอาหารจานโปรดที่เราสามารถรีเควสต์เชฟทำเป็นเซตบาร์บีคิวมายืนปิ้งกันริมสระได้เลย! จุด ๆ นี้บอกได้คำเดียวว่ารสชาติอาหารที่นี่เขาทำออกมาถูกปากแขกคนไทยอย่างเราสุด ๆ เพราะจัดจ้านถึงเครื่องตามตำรับภูเก็ต โดยเชฟที่อยู่ในวงการอาหารมานานหลายสิบปี 
 
ทั้งหมดทั้งมวลของความเก๋นี้ เราเลยไม่แปลกใจว่าทำไมรีสอรืตแห่งนี้ถึงได้รับคัดเลือกให้ไปอยู่ใน Michelin Guide Thailand 2019 ใครอยากไปสัมผัสความดีงามนี้ด้วยตัวเอง สามารถพุ่งตัวไปจองได้เลยที่ www.mybeachphuket.com/
 
 
 
หลังจากชาร์จแบตร่างกายจนเต็มอิ่มไปกับเตียงนุ่ม ๆ วิวทะเลและพระอาทิตย์ตกดินสวย ๆ กันแบบ One Night Stay แล้ว ใครที่มีเวลาเหลือตอนช่วงเช้าก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ เราอยากชวนไปเติมพลังให้กระเพาะอาหารของเราด้วยเมนูพื้นบ้านจากร้าน วันจันทร์ หนึ่งในทีเด็ดแห่งย่านโอลด์ทาวน์ที่ชาวภูเก็ตทุกคนเทใจให้ ซึ่งคนกรุงเทพฯ อย่างเราก็ขอปาหัวใจใส่รัว ๆ เหมือนกัน โดยเฉพาะเมนูเด็ดอย่าง น้ำพริกกุ้งเสียบ (165 บาท)  แกงเนื้อปูใบชะพลู (370 บาท) และใบเหลียงผัดไข่กุ้งเสียบ (165 บาท) ก่อนจะตบท้ายด้วยของขวานที่มาภูเก็ตแล้วไม่ชิมไม่ได้อย่าง โอเอ๋ว (40 บาท) 
 
ส่วนใครที่อิ่มท้องจากร้านวันจันทร์แล้วก็สามารถแวะเดินถ่ายรูปเล่นกับงานสตรีตอาร์ตฮิป ๆ ในย่านโอลด์ทาวน์ที่อยู่ไม่ไกลจากร้านได้ เรียกได้ว่าเป็นการปิดจ็อบการมา One Night Stay ที่ภูเก็ตแบบฟินาเล่ เติมพลังให้ร่างกายอันแสนอ่อนล้าในช่วงนี้ได้แบบเต็มเปี่ยม ส่วนรอบหน้า Soimilk จะพาแว้บออกไปเที่ยวแบบเร็ว ๆ อย่างนี้อีกที่ไหน รอติดตามกันนะ!
 
AdSense
AdSense
AdSense