Skip to main content
AdSense

หนึ่งวันดีๆ ในย่านฮิปสเตอร์ของเมืองผู้ดีที่ Shoreditch

ลอนดอนเป็นอีกเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่คนไทยไปเยือนกันอยู่เรื่อยๆ แต่แน่นอนว่าเมื่อเป็นเมืองหลวง ต้องมีอะไรให้ทำเยอะมาก เพราะเป็นเมืองที่ใหญ่ซะขนาดนั้น และแต่ละย่านก็มีลักษณะที่แตกต่างกันไป เราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องเคยไปช้อปปิ้งที่ Oxford Street ทาน Burger & Lobster กับ Duck & Waffle และชมสถาปัตยกรรมริมแม่น้ำเทมส์กันแล้ว วันนี้เราเลยอยากพาไปทัวร์ย่านที่คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้จักกันดีในฝั่งตะวันออกของเมืองนะ 

 

หนึ่งวันดีๆ ในย่านฮิปสเตอร์ของเมืองผู้ดีที่ Shoreditch
June 7, 2016 Bangkok time

Shoreditch เป็นโซนที่ใครๆ ก็เรียกว่าเป็นแหล่งฮิปสเตอร์ จริงๆ แล้วเดินได้จากย่านธุรกิจอย่าง Liverpool Street เลย ขอบอกว่ามันง่ายมากที่จะใช้เวลาทั้งวันเดินหลงอยู่ในย่านนี้  เพราะมีอะไรเพลินๆ ให้เอ็นจอยเพียบ เราเลยถือโอกาสเลือกไฮไลท์เด็ดๆ ที่ทุกคนห้ามพลาดมาให้นะ เอาไว้เป็นคู่มือในการท่องเที่ยวสำหรับคนที่กำลังจะจัดทริป


Quirky Cafes
 
สิ่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อในย่านนี้ คือ คาเฟ่อินดี้ต่างๆ (ที่ไม่ใช่แค่ Starbucks, Costa และ Caffe Nero) ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง ถึงไม่รู้อะไรเลยแล้วไปเดินหลงเล่นๆ ก็มีร้านให้เลือกเยอะแยะไปหมดตลอดทาง ไม่ว่าจะบนเส้น Shoreditch High Street, Red Church Street จนยาวไปถึง Brick Lane คอกาแฟเราแนะนำให้ไปชิมกาแฟที่ Allpress Espresso ร้านไซส์กระทัดรัดสไตล์มินิมอลที่เชี่ยวชำนาญเรื่องกาแฟสุดๆ มีสาขาอยู่ในโตเกียว ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ด้วย ในวันที่อากาศดีแนะนำให้ลากเก้าอี้มานั่งเอาท์ดอร์ สั่ง Flat White มาซักแก้ว แล้วนั่งมองคนเดินผ่านไปมาตามท้องถนน 
 

เราเป็นคนชอบทานบรันช์มาก เลยอยากแนะนำให้ลองไปทานที่ Leila’s Shop คาเฟ่เล็กๆ สไตล์รัสติกที่แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นร้านขายผักผลไม้ และสินค้าออร์แกนิก และอีกฝั่งเป็นคาเฟ่ที่เสิร์ฟเมนูอาหารคอมฟอร์ทฟู้ดที่ทางร้านสร้างสรรค์เมนูที่ง่าย แต่ใช้วัตถุดิบสดใหม่เท่านั้น ผลลัพท์คืออาหารมื้ออร่อย รสชาติดีและราคาไม่แพงเกินไปด้วย ในแต่ละวันจะมีเมนูที่ต่างกันไปขึ้นบนกระดาน ถ้าไปช้าจะหมดได้นะ  

อีกร้านที่น่าไปคือ Albion ร้าน All-Day Breakfast ซึ่งจริงๆ แบ่งออกเป็น 2  ร้านเช่นกัน มีทั้งเมนูอาหารเช้า สลัดต่างๆ และเมนูกาแฟที่หลากหลายให้เลือก อีกโซนจะเปิดขายผลิตภัณฑ์เก๋ๆ เช่นกัน แต่ถ้าอยากไปนั่งทำงานนานๆ ก็เดินเลยไปร้าน Counter Albion ร้านสาขาย่อยซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน แต่ถ้าอยากทานแบบ grab & go เราได้ยินมาว่าร้านเบเกิลทั้งสองร้านบน Brick Lane รสเด็ดมาก ไม่ว่าจะเป็น Beigel Shop หรือ Beigel Bake (เปิดตลอด 24 ชั่วโมง) วันนั้นที่เราไปมีคิวยาวเฟื้อยออกมานอกร้านเลย 

 

A photo posted by Mitch Orr (@instakrill) on

นอกจากนี้ยังมีอีกสองร้านที่เป็นมากกว่าคาเฟ่และร้านอาหาร Barber & Parlour นั้นเป็นทั้งคาเฟ่สไตล์ลอฟท์ที่เสิร์ฟตั้งแต่กาแฟ จนถึงเมนูบรันช์ และอาหารอังกฤษ ดีไซน์ด้านในเป็นแบบเปิด ในชั้นเดียวกันเลยนั้นแบ่งเป็นโซนเสิร์ฟอาหาร มีทั้งโต๊ะส่วนตัว โซฟาและโต๊ะยาวสำหรับแชร์กับลูกค้าคนอื่น อีกโซนเป็นบาร์เบอร์ตัดผมสุภาพบุรุษ โดยที่ชั้นสองนั้นเป็นร้านทำเล็บสำหรับสาวๆ ทั้งชั้น และชั้นใต้ดินนั้นเป็นที่ตั้งของ Electric Cinema หนึ่งในโรงหนังอิสระสุดแสนจะสบายในราคาที่โอเคมากถ้าเทียบกับโรงทั่วไป (ถ้าใครเคยไปดูหนังที่อังกฤษจะรู้ว่าโรงหนังแฟนซีคุณภาพพารากอนจะมีอยู่น้อย) แต่จะฉายภาพยนตร์วันละไม่กี่รอบเท่านั้น โดยมีราคาพิเศษทุกวันอาทิตย์กับ Electric Sundays เช็กตารางได้ที่เว็บไซต์ล่วงหน้าไว้เลยถ้าไม่อยากเก้อ

ถ้าเดินเลยขึ้นมาทาง Brick Lane เล่นๆ จะเจอกับ All Star Lanes ซึ่งนอกจากจะเสิร์ฟอาหารเที่ยงอย่างที่ชื่อบอกแล้ว ยังเป็นลานโบว์ลิ่งและค็อกเทลบาร์ไปในตัวอีกด้วยนะ ให้ความรู้สึกเรโทรมาก  

อีกจุดที่เป็นที่นิยมมากในหมู่คนไทยคือ Cereal Killer Café ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่บริการเสิร์ฟแต่ซีเรียลกับนม เปิดบริการไปเมื่อปลายปี 2014 ส่วนใหญ่แล้วคนที่ไปมักจะเป็นนักท่องเที่ยวเข้าไปเดินดูบรรยากาศมากกว่า โซนใหม่ด้านในมีการออกแบบใหม่ ใช้เตียงเป็นเก้าอี้ด้วยนะ! 

ถ้าซีเรียสเรื่องการกิน เราอยากบอกว่าที่ Shoreditch เป็นที่ตั้งของคาเฟ่บอมเบย์ชื่อดังอย่าง Dishoom ซึ่งบริการเสิร์ฟอาหารอินเดียสตรีทฟู้ดตั้งแต่มื้อบรันช์จนถึงมื้อดึก ขอบอกว่าอร่อยจริงๆ ค็อกเทลที่รังสรรค์ขึ้นโดยแรงบันดาลใจจากเมืองบอมเบย์ก็สดชื่นน่าลองมาก ส่วนร้านอื่นๆ ที่กำลังมาแรงนั้นมีทั้ง Pizza East สำหรับคนรักพิซซ่าโดยเฉพาะ และ Som Saa ร้านอาหารไทยที่นำโดยเชฟ Andy Oliver ซึ่งโด่งดังมาจากรายการ Master Chef และผ่านประสบการณ์ทำงานที่ Bo.Lan เดิมทีร้านแห่งนี้เคยเป็นเพียงแค่บูธ pop-up ตามงานตลาดนัดต่างๆ ก่อนที่จะระดมทุนได้ 700,000 ปอนด์สำเร็จ จนสามารถมาเปิดร้านได้อย่างจริงจังภายในสเปซที่เดิมทีเคยเป็นโกดังผ้า แต่ตอนนี้เปิดบริการแค่อาหารเย็นเท่านั้นนะ 


Fun Street Art
 
สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าย่านนี้แตกต่างจาก Liverpool Street ใกล้ๆ ไปอย่างสิ้นเชิงคืองานสตรีทอาร์ต ทำให้นึกถึงเมลเบิร์นหน่อยๆ ซึ่งจริงๆ แล้วมีทัวร์ที่จัดขึ้นเพื่อพาชมงานศิลป์ตามซอยเล็กน้อยโดยเฉพาะ แต่ส่วนตัวแล้วเราว่าเดินเล่นเองไปเรื่อยก็เพลินแล้ว มีทั้งงานป๊อบๆ งานบนผนังที่ทำให้เรานึกถึงปีนัง ไปจนถึงกราฟิตี้สตรีทอาร์ตที่ทำให้นึกถึง Brooklyn 

 
 
 

Vintage & boutique stores
 
Shoreditch ไม่ใช่ Oxford Street ดังนั้นอย่าหวังว่าจะเจอเหล่า H&M และ Topshop นะ ย่านนี้เหมาะกับคนรักสินค้าวินเทจ และร้านบูติกโดยเฉพาะเลย ทั้ง Blitz, Nudie Jean ไปจนถึงร้านหนังสือ Brick Lane Bookstores ร้านอิสระเล็กๆ ริมทาง และร้านตัดผมบาร์เบอร์ Jack the Clipper
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนแหล่งช้อปที่เราถูกใจที่สุดคือ Vintage Market มองหาป้ายดูแล้วต้องเดินลงไปชั้นใต้ดิน ชั้นล่างจะเต็มไปด้วยเสื้อผ้า แอคเซสเซอรีมือสองที่นำมาขายในราคาย่อมเยาว์ ลักษณะเหมือน Made by Legacy ไม่ผิดเลย อีกทั้งยังมีโซนขายแผ่นเสียงเก่าที่เปิดเพลง ‘80s-90s อยู่ตลอดเวลา เราได้แผ่นราคาเริ่มต้นที่ 1 ปอนด์ แถมยังได้แถมแผ่น LP มาอีกแผ่นด้วยนะ

 
 
 
 

Vinyl-Shopping
 
สำหรับคนที่รักเสียงเพลง ในย่านนี้มีอยู่สองร้านแผ่นเสียงไวนิลหลักๆ มีทั้ง Rough Trade ซึ่งมีแผ่นเสียงใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลา รวมทั้งซีดีอีกด้วย ตอนนั้นเราเจออัลบั้ม Skin ของ Flume วันที่แผ่นเสียงออกมาเลย แต่ถ้าอยากไปร้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยแผ่นเสียงเก่าๆ ลดราคาเต็มไปหมดต้องไปที่ Flashback แค่นี้ก็ไปคุ้ยหาแผ่นเสียงเพลินๆ ไปได้หลายชั่วโมงแล้ว


Outdoor eating & drinking
 
ข้างๆ สถานี Shoreditch High Street เลยเป็นที่ตั้งของ Box Park ซึ่งเห็นครั้งแรกแล้วนึกถึง Artbox บ้านเราทันที ลักษณะเป็นคอนเทนเนอร์สองชั้น ด้านล่างจะขายสินค้าบูติกตั้งแต่หูฟัง Marshall จนไปถึงแว่นกันแดดและรองเท้าผ้าใบ
 
 
แต่ที่เราชอบเป็นพิเศษคือโซนเอาท์ดอร์ชั้นบนที่สามารถไปนั่งกินดื่มได้ชิวมากโดยเฉพาะในวันที่อากาศดี ส่วนอาหารมีทั้งเบอร์เกอร์ อาหารวีแกน ซูชิ เบียร์สด ไซเดอร์ และ Pimms’ เครื่องดื่มประจำซัมเมอร์ประเทศอังกฤษ สามารถสูบชิช่าได้ด้วยนะขอบอก
 

ตอนนั้นเราไปเดินเล่นในวันอาทิตย์ จึงเป็นวันที่ครึกครื้นมากตลอดเส้นทางเลย เพราะมีทั้ง Brick Lane Market, Sunday Up Market, Backyard Market และมาร์เก็ตอาหารทั้งสองข้างทางจนเลือกไม่ถูกเลย

ตลอดทางมีบูธขายสินค้าตั้งแต่หนังสือมือสอง เสื้อผ้า เครื่องประดับ งานศิลปะเล็กน้อย โปสการ์ด และของจุกจิกอีกเยอะ นอกจากนี้ยังมีอาคารห้องแถวโล่งๆ ที่จัดงานป๊อบอัพที่มีหลากหลายเชื้อชาติมาก ตอนนั้นเราเจอร้านอาหารเอธิโอเปียด้วยนะ เอาเป็นว่าไม่ต้องง้อ Borough Market (ซึ่งปิดทำการวันอาทิตย์)  

เราเดินเลยไปที่เวิ้ง Old Truman Brewery ซึ่งเป็นที่ตั้งของเตกิล่าบาร์ และฟู้ดทรัก Pizza Purist และ Mother Clucker ซึ่งจะคนน้อยกว่าถนนหลักหน่อยนึง

ก่อนที่จะกลับเข้าสู่ย่านธุรกิจ แวะไปที่ Old Spitalfields Market ด้วยเลยก็เป็นไอเดียที่ดีนะ โดยเฉพาะวันเสาร์ เพราะจะกลายเป็นตลาดนัด Saturday Vintage Market ล้อมรอบไปด้วยร้านสตรีทฟู้ด และร้านอาหารในลานกึ่งโอเพ่นแอร์

แค่นี้ก็สามารถเที่ยวเพลินใน Shoreditch – Brick Lane ได้ทั้งวันแล้ว และที่สำคัญคือเราสามารถเดินได้ตลอดทางโดยไม่ต้องเสียตังค่ารถเลยด้วย!


ครั้งต่อไปเราจะพาไปเที่ยวที่ไหนในมุมโลก อย่าลืมติดตามนะ : )

 
AdSense
AdSense
AdSense