การท่องเที่ยวจัดเป็นกิจกรรมที่เราชอบสุด ๆ เพราะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการออกไปหาไอเดียและสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ทั้งจากสถานที่สวย ๆ และคนท้องถิ่นที่มีวิถีชีวิตที่มีเสน่ห์ ซึ่งเราขอบอกว่า ประเทศที่เราชอบไปเที่ยวที่สุดก็คือประเทศไทยนี่แหละ! เพราะเมืองไทยน่ะเต็มไปด้วยพิกัดท่องเที่ยวสำหรับคนที่มีความชอบในสไตล์ต่าง ๆ กัน เหมือนอย่างสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคน 8 สไตล์นี้ที่เราคัดมาให้แล้วว่าเด็ดแน่นอน จะได้ออกไปทำอะไรที่ใช่ ในสไตล์ที่ชอบด้วยกัน
สไตล์คราฟต์

ถ้าใครเป็นพวกที่เวลาไปเที่ยวแล้วต้องได้สัมผัสความละเมียดละไมของงานทำมือ ชอบไปลองทำงานฝีมือ หรือทำกิจวัตรแบบที่คนท้องถิ่นเค้าทำกันแล้วล่ะก็ ต้องแวะไปที่ปฐมออร์แกนิกคาเฟ่ที่จ.นครปฐม เพราะนอกจากจะมีกาแฟ ชา และขนมต่าง ๆ ที่ทำจากเมล็ดกาแฟและพืชพันธุ์ที่ปลูกโดยเกษตรกรท้องถิ่นในจังหวัดต่าง ๆ แล้ว ที่คาเฟ่ยังมีทั้งเวิร์กชอปการทำขนมครก และเวิร์กชอปการทำนาที่ให้เราเรียนรู้กระบวนการทั้งหมดกว่าจะออกมาเป็นข้าวสวยที่เรากินกันทุกวัน หรือถ้าอยากจะขึ้นเหนือ ก็ลองไปที่ร้านเดลี คราฟต์ จ.เชียงใหม่ ซึ่งที่นี่มีงานหัตถกรรมและงานคราฟต์สวย ๆ จากศิลปินท้องถิ่นให้เราขนกลับบ้านเพียบเลย
สไตล์ชมธรรมชาติริมน้ำ

คนที่ชอบดื่มด่ำกับธรรมชาติริมน้ำ ชอบมองดูแสงสะท้อนสวย ๆ จากแสงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ในยามค่ำคืน เราก็ขอแนะนำให้ไปนั่งแพชมหิ่งห้อยจากสองฝั่งคลองที่ จ. ชุมพร หรือไปล่องเรือดูพระอาทิตย์ลับลำน้ำโขง ที่จ. เชียงราย เพราะนอกจากจะไปสัมผัสธรรมชาติอันเงียบสงบที่มีแต่สายน้ำกับสองเราแล้ว วิถีชีวิตของคนในชุมชนริมน้ำก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลย
สไตล์ถ่ายรูป

แต่ถ้าชมธรรมชาติริมน้ำแล้วยังฟินไม่พอ อยากได้รูปสวย ๆ ที่ไม่ต้องแต่งแสงให้เมื่อยเพิ่ม ต้องนั่งเรือข้ามฟากไปเกาะช้าง ที่นอกจากจะมีทะเลสีฟ้าใสแล้ว ยังมีทุ่งโปรงทอง ป่าชายเลนที่เป็นพื้นที่สีเขียวกว้างใหญ่ของเกาะที่เมื่อพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าแล้ว จะทอแสงสีทองที่ทำให้ทั้งทุ่งกลายเป็นสีเหลืองอร่าม สวยจนแทบลืมหายใจเลยล่ะ
สไตล์แอดแวนเจอร์

สำหรับมนุษย์สายแอ็กทีฟ ไปเที่ยวทั้งทีต้องได้ลุยป่า เราขอบอกให้เก็บกระเป๋าแล้วพุ่งตัวไปพิกัดสุดโปรดของเรา นั่นคือน้ำตกพรหมโลก จ.นครศรีธรรมราช ที่นอกจากจะมีธรรมชาติสวย ๆ ของน้ำตกแล้ว เรายังสามารถเดินป่า และขึ้นเขาเพื่อไปชมน้ำตกยังชั้นสูงสุดได้ ซึ่งบอกเลยว่าวิวของน้ำตกชั้นแรกกับชั้นบนสุดน่ะต่างกันลิบลับ แถมเงียบสงบชนิดที่เข้าใจผิดคิดว่าอยู่ในแดนสนธยาได้ง่าย ๆ เลย
สไตล์ปีนเขา

คนชอบเที่ยวสไตล์นี้ต้องไปจ. เลยเท่านั้น เพราะมีทั้งภูกระดึงและภูหลวงที่ทัศนียภาพสวยอย่าบอกใคร จะไปปีนเขาตั้งแคมป์ หรือไปเที่ยวชมดอกไม้สวย ๆ ก็ไม่ผิดทั้งนั้น ยิ่งถ้าไปในช่วงต้นปี ก็จะได้พบกับดอกไม้สีสันสดใสแปลกตาที่แข่งกันชูช่อให้เราถ่ายรูป และต้นไม้ครึ้มที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ตัดขาดจากโลกภายนอกสุดวุ่นวาย
สไตล์สัมผัสวิถีชุมชน

ไหนใครคิดว่าจะเที่ยวทั้งที จะต้องได้ไปสัมผัสวิถีชีวิตแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อนบ้าง? ถ้าเป็นคนเที่ยวสไตล์นี้ วันหยุดงวดหน้าลองพุ่งตัวไปที่ชุมชนบ้านนกเขา จ. อุทัยธานี ที่นอกจากจะใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ ไม่กี่ชั่วโมงแล้ว ชุมชนบ้านนกเขายังมีพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมของเก่า และของกินอร่อย ๆ เต็มสองข้างทางไปหมด
สไตล์ติดเกาะ

หน้าร้อนทั้งทีก็ต้องไปติดเกาะ แต่ถ้าไปเกาะธรรมดา ๆ ก็จะดูไม่แปลกใหม่ ลองเปลี่ยนใจไปโผล่ที่เกาะเหลาเหลียง จ.ตรัง ดูดีกว่า เพราะสงบและสะอาดมาก ๆ แถมมีกิจกรรมให้ทำทั้งวัน เรียกว่าพอขึ้นเกาะแล้ว จะไปดูเขาหินปูน หรือดำน้ำก็ได้ทั้งนั้น
สไตล์รักสุขภาพ

เที่ยวทั้งทีนอกจากจะต้องได้ผ่อนคลายแล้ว ถ้าได้เที่ยวเชิงสุขภาพแบบที่ทำให้ร่างกายเราแข็งแรงขึ้นก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ซึ่งตอนนี้ในเมืองไทยมีสถานที่เที่ยวเชิงสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางปั่นจักรยานที่บางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ จะไปดำน้ำแบบสน็อกเกิล ที่เกาะแสมสาร จ.ชลบุรี หรือจะไปเล่นเซิร์ฟบอร์ดโต้คลื่นที่เขาหลัก จ.พังงา ก็ได้ทั้งสุขภาพ แถมได้ชมธรรมชาติที่ดีต่อใจกันไปอีก
อ่านมาขนาดนี้เชื่อว่าทุกคนคงอยากจะรีบจัดกระเป๋าออกเที่ยวกันตอนนี้เลยใช่ไหมล่ะ ฉะนั้นใครชอบเที่ยวสไตล์ไหนก็วางแผนเที่ยวกันให้ตรงกับความชอบ แล้วแพ็กกระเป๋าออกไปทำอะไรสนุก ๆ กัน หรือจะลองดูคำแนะนำจากพี่เวียร์-ศุกลวัฒน์ คนชอบเที่ยวตัวจริงเสียงจริงจากในคลิปนี้กันก่อนก็ได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/amazingthaitay
#amazingไทยเท่ #เมืองไทยสวยทุกที่เท่ทุกสไตล์ #ออกไปทำอะไรที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบ
คอนเทนต์โฆษณานี้สร้างสรรค์โดย Asia City Studio ให้เราช่วยบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณและส่งต่อไปยังผู้อ่านอย่างตรงจุด ติดต่อเราได้ที่ studio.asia-city.com
