หลายคนอาจได้เห็นโฆษณาตามโซเชียลเน็ตเวิร์กเกี่ยวกับโกลบอลแคมเปญ #shapeyourcity ไปบ้างแล้ว ซึ่งเป็นโครงการของผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่อย่างไฮเนเก้น ที่ได้ชักชวนเหล่า City Shapers และคนในพื้นที่มาร่วมกันเปลี่ยนมุมมองเดิมๆ ของเมืองที่เราอยู่อาศัย ซึ่งแคมเปญดังกล่าวได้เปิดตัวไปแล้วตามเมืองใหญ่ต่างๆ เช่นในสหรัฐอเมริกา อาทิ ไฟขนาดยักษ์ที่ติดตั้งบนสายเคเบิลของสะพาน Golden Gate ในซานฟรานซิสโก และทางเข้ารถไฟใต้ดินที่ร้องเพลงได้ในนิวยอร์ก
แคมเปญ #shapeyourcity นี้ก็ได้หมุนเวียนมาถึงเมืองไทยบ้านเราเช่นกัน และได้เกิดขึ้น ณ เมืองใหญ่ 3 เมือง ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยา เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งโปรเจคสร้างสรรค์ที่พยายามเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างเราๆ จะมีอะไรบ้าง ลองไปดูกันเลยดีกว่า
ในโซนของมหานครอย่างกรุงเทพฯ นักดนตรี โอ๋ ฟูตอง และป๊อก จิราธิวัฒน์ ได้ร่วมมือกับ ฮิม กิจธเนศ ขจรรัตนเดช หนุ่มนักออกแบบมือฉกาจแห่ง party / space / design ผู้อยู่เบื้องหลังพื้นที่สุดฮิปอย่าง Ted Factory และคาเฟ่สีพาสเทล Shugaa แท็คทีมกันมาแปลงโฉมตึกร้างให้เป็นบูมบอกซ์ขนาดยักษ์ เพื่อเป็นการจัดการกับปัญหาเรื่องมลภาวะทางเสียงอย่างสร้างสรรค์ โดยนำเอาสิ่งที่พบในตึกอย่างคอมพิวเตอร์เก่า เก้าอี้ หรือแม้กระทั่งท่อแอร์ มาดัดแปลงเป็นเครื่องดนตรีหน้าตาสุดล้ำ


ทางฝั่งเมืองพัทยาก็ได้ช่างภาพมือดีของ Sixty Six Visual อย่าง พจน์ พรพจน์ กาญจนหัตถกิจ กับ ป๊อก อรรถพร คบคงสันติ สถาปนิกผู้มีผลงานออกแบบตึกพักอาศัยเก๋ๆ หลายแห่งในเอเชีย แถมยังมี นี ชาลิสา วีรวรรณ กูรูด้านแฟชั่นมาร่วมจอยด้วย ทั้งสามคนต่างลงความเห็นว่าถึงแม้ว่าพัทยานั้นเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องไนท์ไลฟ์และแสงสี แต่บริเวณชายหาดกลับไร้ชีวิตจนน่าใจหายในยามค่ำคืน จึงได้ร่วมกันเนรมิตพื้นที่กลางน้ำขึ้นมา พร้อมจัดกิจกรรมและเกมสนุกๆ เพื่อนำชีวิตชีวา ผู้คน และเสียงดนตรีอันคึกคักกลับมาสู่ชายหาดที่เคยเงียบสงัดแห่งนี้อีกครั้ง


เมืองล้านนาเองก็ไม่น้อยหน้าที่อื่นๆ คนส่วนใหญ่มักจะติดภาพความเป็นฮิปสเตอร์ในตัวเมืองเชียงใหม่ เพราะมัวแต่ไปเที่ยวกันแถวนิมมานหรือท่าแพ โดยที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับบรรยากาศตามหุบเขายอดดอย ทางแคมเปญจึงได้ส่งหนุ่มไฟแรงเจ้าของแบรนด์กระเป๋าอีโค Rubber Killer อย่าง จ่อย สเริงรงค์ วงษ์สวรรค์ มาประชันฝีมือกับ กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ผู้ก่อตั้ง Dots Design Studio และ โบ๊ท อนุสรณ์ สนะพันธุ นักเขียน/ช่างภาพชีพจรลงเท้า โดยทั้งสามคนได้ช่วยกันยกเอาธรรมชาติกับวิวทิวทัศน์สวยๆ ของเมืองมาร้อยไว้ด้วยกัน ณ ม่อนอิงดาว ไฮไลท์ของงานนี้ทางไฮเนเก้นเค้าบอกว่าอยู่ที Starlight Theater ซึ่งเป็นการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาทำให้เกิดเป็นโรงหนังท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าดึงดูดไปอีกแบบ
ถึงแม้ว่ากิจกรรมสุดสร้างสรรค์เหล่านี้จะเกิดขึ้นไปแล้ว เราก็หวังว่าจะมีไอเดียเท่ๆ อย่างนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคตนะ แล้วครั้งหน้าเราจะมาแนะนำแคมเปญอะไรอีก คอยติดตามกันด้วยล่ะ!
ติดตามข่าวสารหรือกิจกรรมสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/Heineken


