กระแสย้อนยุคกำลังมาแรง ตั้งแต่ชวนย้อนกลับไปแต่งชุดไทยโบราณแล้วไปเดินคลายความหนาวกันในงาน อุ่นไอรัก คลายความหนาว หรือจะเป็นละครพีเรียดที่ดังทั่วบ้านทั่วเมือง จนต้องเรียกคู่สนทนาว่า ออเจ้า ไปเสียเฉย ๆ แต่เราอยากบอกว่าในเพลานี้ เอ๊ย เวลานี้ ยังมีอีกงานที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะจะพาเราย้อนเวลากลับไปยังยุคอดีตเหมือนกัน ที่สำคัญคือพาเราข้ามน้ำข้ามทะเลไปเนเธอร์แลนด์ในช่วงปี ค.ศ. 1873 เลยนะ
เรียกว่าย้อนอดีตกันตั้งแต่สถานที่จัดงาน ที่เนรมิตพื้นที่ของไปรษณีย์กลาง บางรัก ให้เป็นโรงละครขนาดใหญ่ โดย Heineken® จะพาเราย้อนเวลากลับไปให้ทำความรู้จักกับเบียร์คุณภาพระดับโลกนี้มากขึ้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ผ่านเรื่องราวของความสำเร็จในแต่ละยุคสมัย และยังคงส่งต่อความสำเร็จนั้นไปยังอนาคตอีกด้วย

ความน่าตื่นเต้นคืองานนี้เขาเล่าผ่านรูปแบบ Immersive Theatrical Experience ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยเลยนะกับการแสดงแบบนี้ิ เพราะผู้ชมทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงได้ มีการสนทนาโต้ตอบกับนักแสดงได้อีกต่างหาก ! แค่ได้ยินก็ตื่นเต้นแล้ว อยากรู้ว่าเราจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงได้ยังไงกันนะ


ภายในงาน Heineken® Presents Star Venture The Immersive Theatrical Experience จะแบ่งการแสดงออกเป็น 4 ห้อง 4 ยุคสมัยด้วยกัน
1873 AMSTERDAM START-UP

ในห้องแรกนี้จะพาเราย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยปี ค.ศ. 1873 ไปดูจุดเริ่มต้นของไฮเนเก้น ที่ มร. เจอร์ราด อาเดรียน ไฮเนเก้น ผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้ได้ประสบความสำเร็จในการคิดค้นสูตรมาตลอดกว่า 9 ปี และให้กำเนิด "Heineken® A-Yeast" ยีสต์ชนิดพิเศษของไฮเนเก้นขึ้นเป็นครั้งแรก เราชอบที่พอเข้าไปปุ๊บก็ต้องร้องว้าวเลยกับฉากที่เหมือนเข้าไปในอัมสเตอร์ดัมสมัยอดีตจริง ๆ แถมยังมีกิมมิกเก๋ ๆ ให้เราสนุกด้วยการใช้ไฟฉายฉายลงยังจุดที่กำหนด แล้วจะมีภาพปรากฎขึ้นด้วย

แต่ความว้าวที่สุดต้องยกให้นักแสดงนี่แหละ เพราะเราก็สังเกตอยู่เหมือนกันว่านักแสดงที่มาเล่นเป็นมิสเตอร์ไฮเนเก้นดูคุ้น ๆ ตา และก็เซอร์ไพรส์สุดที่ในที่สุดก็นึกออกว่าคือแมทธิว ดีน นั่นเอง ! ไม่คิดว่าจะได้มาเจอแมทธิวในโชว์แบบนี้ ถือเป็นนักแสดงรับเชิญพิเศษที่สร้างความตื่นเต้นให้เราได้มากทีเดียว
1889 GRAND PRIX PARIS


ต่อกันด้วยห้องที่ 2 ที่เปรียบดั่งดวงดาวแห่งเกียรติยศของไฮเนเก้น เพราะห้องนี้จะพาเราไปพบกับรางวัลมากมายที่ไฮเนเก้นได้รับจากคุณภาพพรีเมียม และรสชาติดีที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย รางวัลที่ได้เยอะมาก ๆ นั้นรวมถึงรางวัลชนะเลิศอย่าง Diplomat Grand Prix Paris ในงาน World's Fair ประเทศฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1889 และนั่นก็ทำให้ไฮเนเก้นเป็นที่รู้จักมากขึ้นกว่าเดิม ห้องนี้ก็ให้บรรยากาศเหมือนหลุดไปฝรั่งเศสมาก ๆ บันเทิงสุดอะไรสุด
1950 CROSSING BORDERS


ยุคนี้แหละที่ทำให้ไฮเนเก้นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สำหรับการแสดงในห้องนี้จะเล่าถึงความนิยมของไฮเนเก้นที่บูมมากจนเริ่มขยับขยาย และส่งออกไปยังทวีปต่าง ๆ กว่า 192 ประเทศ โชว์ในห้องนี้ก็พาเราขึ้นเรือจริง ๆ นำออกทะเลด้วยกัปตันและลูกเรือหล่อบอกต่อด้วยอีก 2 นาย ตอนนั้นก็มีอุปสรรคเรื่องการขนส่งด้วยนะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความพรีเมียมและรสชาติเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
1953 ICONS OF THE MAKING

มาถึงห้องสุดท้ายที่จะดูป๊อปอาร์ตนิด ๆ เท่หน่อย ๆ กับยุคแห่งการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของดาวแดง สัญลักษณ์ของไฮเนเก้นที่เราคุ้นเคยกันดีอีกครั้ง เป็นการตอกย้ำให้กับผู้ชมอย่างเราว่า ไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ปี เบียร์ไฮเนเก้นก็คงคุณภาพในเรื่องรสชาติและเอกลักษณ์อันชัดเจนตลอดมา


โชว์ทั้งหมดของงาน Heineken® Presents Star Venture The Immersive Theatrical Experience นี้ต้องบอกว่าตื่นตาและอลังการมาก ๆ เพราะได้รับความร่วมมือจากหนึ่งในทีมงานการแสดง Sleep No More ซึ่งเป็นการแสดงที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในสหรัฐอเมริกา ฉะนั้นรับรองว่าโชว์ทั้ง 4 ห้องนี้จะต้องสนุกแน่นอน แถมสนุกกว่าก็ตรงที่เขาจะพาเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ด้วยนี่แหละ !

ส่วนถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วสงสัยว่าแล้วผู้ชมอย่างเราจะมีส่วนร่วมกับโชว์ทั้งหมดอย่างไร ทำไมไม่เห็นบอกเลย จุดนี้เราอยากจะขออุบให้ได้ไปลองพิสูจน์ด้วยตัวเองกันมากกว่า ขืนเอามาเล่าให้ฟังหมดก็อดสนุกกันพอดี แต่จุดนี้รับประกันเลยว่าการไปฟังเรื่องราวตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้ของไฮเนเก้นจะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อแน่ ๆ มันสนุกมากขอบอก
Heineken® Presents Star Venture The Immersive Theatrical Experience
29 มี.ค.-1 เม.ย. 2561 เวลา 16:00-22:00 น.
ไปรษณีย์กลาง บางรัก BTS สะพานตากสิน, ท่าเรือสี่พระยา
เข้าชมฟรี สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ https://bit.ly/2GS5yaM
#Heineken #StarVenture #OpenYourWorld

