เราตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้รู้ว่า Art Ground ตลาดนัดศิลปะขนานแท้ที่จัดแค่ปีละครั้ง กำลังจะกลับมาในวันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นปีที่ 3 แล้วที่เราจะได้พบปะบรรดาศิลปินในดวงใจ รวมถึงเพื่อนมนุษย์สายอาร์ต จริง ๆ ก็เปรียบเสมือนงานรวมญาติเด็กสายศิลป์นั่นเอง

บรรยากาศงาน Art Ground
สำหรับใครที่ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับงานนี้มาก่อน เราขอเล่าให้ฟังคร่าว ๆ ว่า ตลาดนัด Art Ground เป็นไอเดียสุดเจ๋งของทีม The Jam Factory ภายใต้การนำทีมโดยคุณด้วง-ดวงฤทธิ์ บุนนาค และคุณผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์ ที่มุ่งมั่นตั้งใจขับเคลื่อนวงการศิลปะให้มีบทบาทในเมืองไทยมากขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะมีทั้งศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงระดับประเทศและศิลปินหน้าใหม่ไฟแรงมาร่วมกันปล่อยของในงานนี้

ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร
แตกต่างจากตลาดนัดกลางแจ้งเจ้าอื่นยังไง ? บอกได้เลยว่า "ความเป็นตลาดนัดศิลปะ" นี่แหละคือเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ บูธแทบทั้งหมดจะเป็นพื้นที่แสดงผลงานของศิลปิน อย่างเมื่อปีก่อนก็มี lolay, Jirayu Koo, ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร และศิลปินคนอื่น ๆ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เรามั่นใจว่าไม่มีตลาดนัดกลางแจ้งแห่งไหนที่โฟกัสด้านศิลปะมากเท่านี้แล้ว
สำหรับงาน Art Ground 03 นี้เราจะได้พบกับ 14 ศิลปินในโซน Art Now ที่เคยฝากผลงานไว้ใน The Jam Mag ได้แก่ จี๊ป-ภาสินี คงเดชะกุล, Jirayu Koo จิรายุ คูอมรพัฒนะ, Kendra Ahimsa, lolay โลเล-ทวีศักดิ์ ศรีทองดี, นักรบ มูลมานัส, Nut.Dao นัท-ณัฐพงศ์ ดาววิจิตร, Anapat Ong Kongsakulthaworn, ปัณพัท เตชเมธากุล, Pomme Chan ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง, Sahred Toy ต๊อด-อารักษ์ อ่อนวิลัย, อั้ม Sorravis P., Suthipa Kamyam, ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร และ Sethapong Povatong
แถมยังมีศิลปินหน้าใหม่ในโซน Art Found อีกกว่า 30 ชีวิตมาให้เราเจอตัวเป็น ๆ อาทิ Benzilla, Monsty Planet, Pianissimo Press, Young Street Photography ฯลฯ และที่พิเศษมาก ๆ คือปีนี้มีศิลปิน crossover ถึง 4 สัญชาติ ได้แก่ เยอรมัน ญี่ปุ่น ฮ่องกง และอินโดนิเซีย งานอินเตอร์ก็มา !
ในโซน Art How มีเวิร์กช็อปการพิมพ์ภาพกับ The Archivist และ Le Raclet สตูดิโอจากเบอร์ลินที่หอบหิ้วภาพพิมพ์ silk screen มาจัดแสดง ส่วนโซน Art Wow ก็มีแอนิเมชันและความดุ๊กดิ๊กที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Art Sound มินิคอนเสิร์ตกระทัดรัดศิลปินไทยและญี่ปุ่น (ที่ยังไม่ประกาศไลน์อัพนะ)

Spacebar Design Studio
ความน่าสนุกอีกอย่างของปีนี้คือ Book Town ที่คล้ายกับโซน Hard Cover ในปีก่อน มีหนังสือหนังหามาให้เลือกซื้อในราคาเป็นมิตร แต่คราวนี้ได้ Spacebar Design Studio มาเปิดศุนย์ One Stop Zine Service ให้เราได้ลองทำหนังสือทำมือ (zine) ด้วยตัวเอง ใครที่ยังผลัดวันประกันพรุ่งอยู่ ก็มาเริ่ม (เสียที) ได้ที่งานนี้เลย
เราอยากให้เคลียร์คิวไว้ก่อนจริง ๆ เพราะงานนี้มีแค่ปีละครั้งเท่านั้น คอยติดตามอัพเดตได้ที่ fb.com/thejammag แล้วเจอกันนะ!
2-4 ก.พ. เวลา 16.00-22.00 น.
The Jam Factory ถ.เจริญนคร ท่าเรือคลองสาน BTS สะพานตากสิน