Skip to main content
AdSense

Soimilk Review: ประสบการณ์รักแรกกับหูฟังไร้สาย HUAWEI FreeBuds 4 ที่ให้เสียงละเอียดคมชัดในทุกเลเยอร์

ก็น่าจะเป็นรักเดียวด้วยแหละ

Soimilk Review: ประสบการณ์รักแรกกับหูฟังไร้สาย HUAWEI FreeBuds 4 ที่ให้เสียงละเอียดคมชัดในทุกเลเยอร์
July 14, 2021 Bangkok time
ต้องสารภาพก่อนเลยว่าเราไม่เคยกล้าใช้หูฟังไร้สายมาก่อน ไม่ว่าแต่ละแบรนด์เขาจะออกมากี่รุ่นต่อกี่รุ่น เพราะเป็นคนที่มักทำโน่นหล่นทำนี่หายอยู่เรื่อย การจะเปลี่ยนมาใช้ดีไวซ์ล้ำ ๆ ขนาดกะทัดรัด แถมยังน้ำหนักเบาเนี่ย ดูจะไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตเท่าไหร่ จนได้มาออกจากคอมฟอร์ตโซน ท้าทายตัวเอง ด้วยการลองใช้ HUAWEI FreeBuds 4 เมื่อไม่นานมานี้ เลยได้พบว่าเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้เขาคิดมาเผื่อคนป้ำ ๆ เป๋อ ๆ อย่างเราไว้หมดแล้ว และการใช้งานก็ราบรื่น น่าประทับใจสุด ๆ ไปเลย เหมือนเป็นรักแรกพบยังไงไม่รู้สิ
 
 
แกะกล่องเปิดใช้ครั้งแรก ดูจะทุลักทุเลเล็กน้อย (ผิดที่เราเองเนี่ยแหละ) ด้วยความที่เขาดีไซน์มาคลีนมาก ๆ ตัวเคสกลมมินิมอลเหมาะมือ เลยไม่รู้ว่าฝาต้องเปิดไปทางไหน (อายจัง) ซึ่งพอเปิดมาได้แล้วสิ่งที่ว้าวที่สุดคือตัวเคสมันมีคุณสมบัติดูดจับหูฟังเบา ๆ ด้วยล่ะ แค่คิดจะเก็บ หูฟังมันก็ฟรึ่บลงไปอยู่ในช่องเองแล้วอะ ไม่ต้องกังวลเรื่องจะทำหล่นหายได้ประมาณนึงเลย ถูกใจคนชอบทำของตกจริง ๆ
 
 
ถึงจะเป็นคนใช้หูฟังไม่ค่อยบ่อย เพราะไม่ค่อยฟังเพลงอย่างต่อเนื่อง (หรือถ้าฟังก็คือเปิดดังเผื่อคนทั้งบ้านไปเลย) แต่พอต้องประชุมด่วนระหว่างที่ WFH - Work From Home แบบนี้ ไอ้ต้าว FreeBuds 4 สี Ceramic White ของเรา ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ทั้งที่ในใจเราแอบตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ไปแล้วว่างานสำคัญอาจต้องชะงัก เพราะตัวเองเพิ่งเริ่มใส่ Clear Aligner หรือ เครื่องมือจัดฟันแบบใส จนพูดไม่ค่อยชัด แถมด้านนอกฝนยังตกหนักจนเสียงกระหึ่มเข้ามาถึงในบ้าน แต่สรุปแล้วทางปลายสายได้ยินเราแบบชัดกิ๊ง ไม่ทักเลยด้วยซ้ำว่าเสียงแบ็กกราวนด์ฟ้าถล่มนั่นคืออะไร
 
 
อีกอย่างที่หักล้างทุกความเชื่อที่เคยมีมาตลอดคือการที่เจ้า FreeBuds 4 ไม่หลุดจากหูเราเลยไม่ว่าจะสะบัดหน้าแรงขนาดไหน (ซึ่งไม่รู้จะสะบัดทำไมด้วยนะ เหมือนอยากท้าทายเฉย ๆ) ใส่ไป เต้นไป ออกกำลังกายตามคลิปยูทูบไป คือสบายมาก ไม่ต้องห่วงว่าน้องจะปลิวเลยล่ะ โดยที่ถ้าเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน สัญญาณหูฟังจะขึ้นมาทันทีอย่างรวดเร็ว บอกชื่อบอกระดับแบตเตอรี่เสร็จสรรพตั้งแต่การใช้งานครั้งแรก ส่วนถ้าจะเชื่อมต่อกับแล็ปท็อป ต้องเพิ่มอีก 1 ขั้นตอน คือการกดปุ่มบนเคส (ที่ทีแรกหาไม่เจอ เพราะดีไซน์มันมินิมอลเกิน) ค้างไว้จนมีไฟกะพริบ เครื่องถึงจะจับสัญญาณจากหูฟังได้
 
 
แล้วที่ประทับใจที่สุด แบบเหนือความคาดหมายมาก ๆ คือตอนที่เราใช้ FreeBuds 4 ดูคลิปไลฟ์พากย์ฟุตบอลแมตช์ที่ไม่มีสัญญาณถ่ายทอดสดให้ดูในบ้านเรา ซึ่งก็เป็นแชนเนลยูทูบที่ติดตามเป็นประจำอยู่แล้วนี่ล่ะ เคยดูมาหลายครั้งทั้งแบบใส่หูฟังและไม่ใส่หูฟัง ทีนี้ ความพิเศษของการเสพคอนเทนต์ประเภทนี้อยู่ที่การที่เราต้องตั้งใจฟังมาก ๆ เพราะไม่เห็นภาพการแข่งขัน (ด้วยความที่ติดลิขสิทธิ์อะเนอะ) เห็นแค่หน้ายูทูบเบอร์และสกรีนที่เขาโชว์ไว้เท่านั้น
 
สิ่งที่เซอร์ไพรส์มาก ๆ คือครั้งนี้ ที่เราใช้หูฟัง HUAWEI FreeBuds 4 ฟังพากย์ฟุตบอล เป็นครั้งแรกที่เราได้ยินทั้งเสียงยูทูบเบอร์ เสียงผู้บรรยายในจอทีวีของคุณยูทูบเบอร์คนนี้ และเสียงผู้บรรยายในสนามที่แข่งนู่นเลย! แยกมาเป็นเลเยอร์ชัดเจน ตอนแรกก็งงนิดนึงว่าทำไมมีใครพูดอะไรแทรก ปรากฏว่าเปล่า หูฟังจับเสียงได้ชัดเกินไปนี่เอง ล้ำไปอีกกกก จุดนี้คือส่วนที่เลิฟที่สุด เอาตรง ๆ คือไม่คิดเลยว่าแค่ลองเปลี่ยนหูฟังใหม่จะเปิดโลกได้เบอร์นี้
 
 
หลังจากดูคอนเทนต์หนักหน่วงยืดยาว เราก็กลัวว่าแบตเตอรี่หูฟังจะหมด เลยเสียบชาร์จกับแล็ปท็อปไว้ข้าง ๆ ตัว แต่กลายเป็นว่าชาร์จได้ไม่เท่าไหร่ แบตฯ ก็เต็มแล้ว (เอ้า!) ค้นไปค้นมาเลยเข้าใจ ว่ารุ่นนี้เขาเป็นฟาสต์ชาร์จ แล้วจริง ๆ แบตฯ ก็ไม่ได้พร่องลงไปขนาดนั้นซะด้วยสิ เวิร์กมากเวอร์!
 
HUAWEI FreeBuds 4 มีทั้งหมด 2 สี คือ Silver Frost กับ Ceramic White น้ำหนักตัวหูฟังอยู่ที่ 4.1 กรัม ขณะที่เคสชาร์จอยู่ที่ 38 กรัม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ consumer.huawei.com/th และ fb.com/HuaweimobileTH
 
YouTube video
AdSense
AdSense
AdSense