Sep 14 2018

tech

คุยกับ Polycat, D Gerrard, วี วิโอเล็ต และเอิ๊ต ภัทรวี กับดนตรีในยุคสมัยที่สตรีมมิ่งครองเมือง

ลืมไปเลยว่าเคยมีซีดีและคาสเซ็ต
ในฐานะที่เป็นคนเจน Y ช่วงต้น ๆ (ที่อีกนิดก็ถูกนับว่าเป็นกลุ่มคนเจน X แล้ว) ถือเป็นความโชคดีของเราที่ได้อยู่ในโลก 2 ยุคสมัย ทั้งยุคแอนะล็อก จนถึงยุคดิจิทัลในปัจจุบัน จากสิ่งที่คุ้นเคยที่จับต้องได้ สู่โลกที่ทุกอย่างอยู่เพียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว จะจ่ายเงินก็ใช้ออนไลน์เพย์เมนต์ได้ จะดูหนังฟังเพลง ก็เปลี่ยนจากการพกวอล์กแมน เป็นสตรีมมิ่งง่าย ๆ อยู่ที่ไหนก็ฟังเพลงได้แล้ว 
 
ในฐานะของผู้ฟังอาจเป็นข้อดีที่จะได้ลองอะไรใหม่ ๆ จากการฟังเพลงแบบเปิดเทปเปิดแผ่น มาเป็นสตรีมมิ่งที่เลือกเพลงกว่าล้านเพลงในโลกออนไลน์ฟังได้เลย แถมยังมีช่องทางให้เลือกมากมาย อย่างเราเองที่ใช้ iPhone ก็เลือกฟังผ่าน Apple Music ที่สะดวกมาก ๆ แต่กับศิลปินหรือนักทำเพลงแล้วล่ะ การทำเพลงของพวกเขาจะเปลี่ยนไปไหม แล้วสตรีมมิ่งคือสิ่งที่ดีหรือไม่อย่างไร
 

Polycat

 
 
เรามีโอกาสได้คุยกับนะ-รัตน จันทร์ประสิทธิ์, เพียว-เพียว วาตานาเบะ และโต้ง-พลากร กันจินะ สามสมาชิกแห่งวงอินดี้ที่มีแนวดนตรีในยุค 80's ชื่อดังอย่างโพลีแคท สำหรับเราแล้วโพลีแคทถือเป็นอีกหนึ่งวงที่ทำให้วงการเพลงไทยคึกคักขึ้นมาก แต่ละเพลงที่พวกเขาปล่อยออกมานั้นเรียกว่าฮิตแล้วฮิตอีก แล้วก็ร้องตามกันได้ทั้งบ้านทั้งเมือง (อย่างน้อยก็ร้องท่อง เธอเป็นคนเดียวที่ไม่ควรเสียใจ ออไรท์ ชัดเจนกันทั้งผับ) และพวกเขาก็เกิดมาในยุคที่มิวสิกสตรีมมิ่งเป็นช่องทางหลักของการฟังเพลงพอดี ถึงอย่างนั้นเมื่อเราถามถึงความรู้สึกของพวกเขาที่มีต่อช่องทางนี้ เขาเองก็บอกว่า พวกเขาก็ใช้ Apple Music หาไอเดียใหม่ ๆ ผ่านเพลย์ลิสต์เด็ด ๆ จากผู้คนทั่วโลกเช่นกัน
 
"การที่ Apple Music ใช้คนในการคัดสรรเพลงและจัดเพลย์ลิสต์ ทำให้เวลาฟังเพลงรู้สึกเหมือนมีคนที่ชอบอะไรเหมือนเรามาเลือกเพลงที่เราชอบให้ และสำหรับคนทำเพลงที่นี่เป็นเหมือน Supermarket ทางดนตรีที่มีเพลงหลากหลายให้เราได้เลือกฟัง เลือกหยิบจับมาใช้ ช่วยเปิดมุมมองในการสร้างสรรค์เพลงได้ดีมาก ๆ"

วี-วิโอเลตต์ วอเทียร์

 
 
สาวน้อยเสียงสวย (หน้าตาก็สวย) ขวัญใจชาว Soimilk อย่างวี-วิโอเลตต์ วอเทียร์เองก็ใช้ช่องทางของมิวสิคสตรีมมิ่งในการพัฒนาตัวเอง และส่งผลงานออกไปให้ไกลกว่าแค่อยู่ในกลุ่มผู้ฟังในประเทศเช่นกัน สาวน้อยในวัย 25 ปีคนนี้เพิ่งออกจากค่ายมาเป็นศิลปินอิสระได้ไม่นานนี้ เธอบอกกับเราว่าในอายุเพิ่ง 25 ยีงมีโอกาสได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ที่ตัวเองอยากทำ และมีเวลาลองผิดลองถูกอีกเยอะ ถ้าไม่ทำอาจเสียใจมากกว่า และยังบอกอีกว่าที่จริงแล้วมิวสิคสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งหมดนี่แหละที่จะช่วยให้งานของเธอส่งออกไปถึงกลุ่มคนฟังที่กว้างขึ้นกว่าเดิมไปอีก นี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เพลงล่าสุดของเธอเป็นภาษาอังกฤษก็ได้นะ
 
"Apple Music ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การฟังเพลงของคนรุ่นใหม่ที่ชอบค้นหา และเลือกฟังเพลงที่ใช่สำหรับตัวเองได้ทุกที่ทุกเวลา และ Apple Music เปิดโอกาสให้ศิลปินเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังใหม่ ๆ ในวงที่กว้างขึ้น มีโอกาสมากขึ้นเพราะมีผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลก ไปได้ไกลกว่าตลาดเพลงในประเทศ"

เอิ๊ต-ภัทรวี ศรีสันติสุข

 
 
เราเห็นเอิ๊ต-ภัทรวี ตั้งแต่ยังเป็นสาวน้อยตัวเล็กร้องเพลงเสียงใส ๆ แต่มาวันนี้เธอเป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง นักทำเพลง และออกผลงานต่าง ๆ มามากมายให้เราได้เข้าไปกดฟังและร้องตามแล้ว ถ้าใครได้ลองเข้า Apple Music บ่อย ๆ จะเห็นเลยว่าเอิ๊ตใช้ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของช่องทางนี้ได้คุ้มมาก ทั้งล่อยเพลง ทั้งทำเพลย์ลิสต์งาม ๆ ให้เราได้ลองเข้าไปฟัง หรือเป็น Live Session ที่ชอบปล่อยเพลงแบบ Bedroom Audio หรือ MV ร้องง่ายถ่ายสดอยู่เรื่อย ๆ แล้วมันทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดและได้ฟังอะไรที่เอ็กซ์คลูซีฟมาก (เอิ๊ตบอกว่าเพลงต่อไปที่จะปล่อยหลังจากนี้จะมีทั้งเวอร์ชั่นภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยนะ) ซึ่งไม่ใช่แค่ผู้ฟังอย่างเราที่เพลิน เพราะคนทำเพลงอย่างเอิ๊ตก็บอกว่า เพลินมากกก เช่นกัน

 
"Apple Music เปิดโอกาสให้ศิลปินได้แสดงผลงานและความเป็นตัวตนในช่องทางใหม่ที่ไม่เคยทำได้มาก่อน โดยเฉพาะ Live Session ที่ทำให้รู้สึกเหมือนมีห้องส่วนตัวที่สามารถนำเสนอผลงานในแบบที่เราอยากทำให้เพื่อนๆได้ฟัง ได้เข้าถึงความเป็นตัวตนของเราจริงๆ ทำให้เรารู้สึกอบอุ่น เหมือนได้คุยกับเพื่อน"

D-Gerrard

 
 
D-Gerrard หรืออุกฤษ วิลลีญ์ บรอด ดอนกาเบรียล (ยาวกว่านี้มีอีกไหม) ลูกครึ่งโปรตุเกส ศรีลังกา ไทย ที่เคยประกวดในรายการ The X-Factor Thailand กับการเป็นศิลปินครั้งแรกในค่าย Warner Music ที่ออกเพลงแนว Rap-R&B และมีกลิ่น 80's หน่อย ๆ ด้วย มากับซิงเกิลแรกอย่าง Galaxy ก็ดังเปรี้ยงปร้างเลย แถมหนุ่มบิ๊กยังแต่งเพลงเก็บไว้ในคลังของตัวเองเยอะมาก (เห็นว่าแต่งเพลงใหม่ทุกวัน) จนเราอยากฟังเพลงต่อ ๆ ไปของเขาเลย บิ๊กเองก็ใช้มิวสิคสตรีมมิ่งในการสร้างสรรค์แรงบันดาจใจ แนวเพลงใหม่ ๆ จากศิลปินต่าวชาติที่เขาชื่นชอบเช่นกัน
 
"ผมชื่นชอบศิลปินหลายคน ไม่ใช่แค่ผลงานเพลง แต่ยังสนใจไปถึงไลฟ์สไตล์ ความคิด และเรื่องราวต่าง ๆ ที่หล่อหลอมตัวเขาในการสร้างสรรค์งานเพลง และ Apple Music เปิดโอกาสให้ผมได้ติดตาม ใกล้ชิดกับศิลปินที่ผมชื่นชอบและสนใจได้อย่างเต็มที่ เป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากเล่าเรื่องราวที่สร้างความผูกพันที่ดีระหว่างผมและผู้ฟังของผม"
 
เผลอแป๊บเดียวสตรีมมิ่งออนไลน์ก็อยู่กับเรามาหลายปีจนเรารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วนะ อย่าง Apple Music เองก็เปิดให้บริการมานานกว่า 3 ปีและเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการกว่า 50 ล้านคน แถมมีเพลงให้เลือกฟังกว่า 45 ล้านเพลง และเพลงก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากนี้ไปอีก เขาบอกว่าแนวทางของ Apple Music คือการคัดสรรเพลงโดยคนที่มีความรักในเสียงเพลงอย่างลึกซึ้ง นำเสนอเนื้อหาที่ตอบโจทย์ความสนใจของคนในแต่ละประเทศ และอยากช่วยส่งเสริมให้ศิลปินได้เผยแพร่ผลงานออกสู่นานาชาติได้ง่ายขึ้นด้วย ใครอยากลองใช้ Apple Music ดูก็คลิกเข้าไปทางนี้เลยจ้า