
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ (2,500 บาท)

ม้าโยกไม้ (15,000 บาท)

โมเดลรถ (700 บาท)

นาฬิกาแขวนผนัง (1,300 บาท)

ลูกโลก (ราคา N/A)

รถเข็นเก่า (12,000บาท)

ชุดปักเย็บวินเทจ (3,500 บาท)

เครืองพิมพ์ดีด (8,500บาท)

ตุ๊กตาวินเทจ (2,500บาท)

172 โปสการ์ดวินเทจจากประเทศอังกฤษ (1,500บาท)

โปสเตอร์หนังเก่า (100บาท)

กล่องไม้ขีดไฟ (50 บาท)

โปรเจคเตอร์ฉายหนังกลางแปลง (14,000 บาท)

วิทยุรุ่นเก่า (7,000บาท)

กล้องส่องทางไกล (2,500 บาท)

โคมไฟวินเทจ (5,500 บาท)

เครื่องจักร (55,000 บาท)

เครื่องเล่นแผ่นเสียง (3,500 บาท)

กล้องส่องทางไกล (2,500 บาท)

แก้วชงกาแฟโบราณ (250 บาท)
คำแนะนำในการไปเที่ยวตลาดนัดรถไฟ
1. เลือกโซนช้อปปิ้งให้ดี

ด้านข้างของลานจอดรถจะเป็นโซนพลาซ่า มีขายสินค้ามือหนึ่งที่มีดีไซน์วินเทจ มีทั้งโปสเตอร์ไปจนถึงอะไหล่รถจักรยาน เดินลึกเข้าไปอีกหน่อยแล้วจะเจอสินค้าราคาถูกแบกะดินเต็มไปหมด ตั้งแต่เครื่องประดับยันเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าแฟชั่น ทั้งหมดนี้จะอยู่ในโซนตลาดนัด
2. สินค้าเจ๋งๆ (อย่างที่เห็นด้านบน) อยู่ด้านในลึกสุดเลย

โซนด้านหลังของตลาดนัดจะเป็นห้องโรงงานเก่าๆ แต่ละร้านขายสินค้ามือสองเก่าจริงอะไรจริง มีทั้งเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านมือสอง
3. ร้านอาหารดังๆ มีคิวนะจะบอกให้

ดังสุดคงหนีไม่พ้น บะหมี่จอมพลัง และโจ๊กจอมพลัง พาแกงค์เพื่อนไปนั่งช่วยกันหม่ำให้หมดชามก็สนุกดี แต่ต้องทนต่อคิวหน่อยนะ
4. อยากดริงค์แบบไม่ซีเรียสก็ได้ หาของกินทั่วไปก็ดี

มีบาร์เล็กๆ เรียงรายกันอยู่ด้านหน้าตั้งแต่บริเวณถนนทางเข้าตลาดนัด แต่ละร้านไม่ต่างกันขนาดนั้น แต่มีเล่นดนตรีสดตอนดึกๆ โอเคเลยนะถ้าไม่รำคาญเสียงเพลงตัฟเวอร์ ลานด้านข้างตลาดนัดก็มีการแสดงอยู่เรื่อยๆ เหมือนกัน ส่วนของกินจุกจิกก็มีเยอะแยะทั่วตลาดนัดเลย เหมาะสำหรับคนที่อยากช้อปไปกินไป
5. วางแผนการเดินทางดีๆ

credit: ตลาดนัดรถไฟ
สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุดคือ อ่อนนุช (ต่อรถบัสจาก Big C ไปซีค่อนแสควร์) หรือ Airport Link สถานีหัวหมาก เราแนะนำให้นั่งแท็กซี่ไป แต่ถ้าอยากขับรถส่วนตัวไปเองควรรีบไปก่อน 6 โมงเย็น ไม่งั้นที่จอดรถจะเต็ม แถมรถติดด้วยเพราะทางเข้า-ออกมีถนนอยู่เส้นเดียว
ซอยศรีนครินทร์ 51 (ด้านหลังห้าง Paradise Park) เวลาทำการ พฤหัส-อาทิตย์ 18:00-01:00น.