Nov 15 2018

round-up

ไคจู ซอมบี้ และผีไทย เตรียมยกขบวนมาเปิดซีรีส์ใหม่ตลอดปี 2019 ใน Netflix

ปีหน้าคือนั่งดูหนังหน้าจอได้ทั้งปี
ถ้าจะถามใครหลาย ๆ คนว่าปี 2018 ใช้เวลาไปกับอะไรมากที่สุด เชื่อว่าหนึ่งในคำตอบจะต้องเป็น "นั่งดู Netflix อยู่ที่บ้าน" แน่ ๆ เพราะเราเองก็รู้ตัวเลยว่าใช้เวลาไปกับสตรีมมิงชื่อดังระดับโลกเจ้านี้ไปมากโขอยู่เหมือนกัน และก็คงพูดได้ว่า Netflix น่าจะเป็นปรากฎการณ์หลาย ๆ เรื่องของปีนี้เลย ทั้งซีรีส์ที่คนติดกันทั้งบ้านทั้งเมืองหลาย ๆ เรื่อง ก็ล้วนรับชมได้เฉพาะใน Netflix รวมไปถึงจำนวนคนที่หันมาดู Netflix แค่เฉพาะในบ้านเราก็น่าจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยทีเดียว และเราเองก็เป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อยากรู้แหละว่าปีหน้าที่กไลังเดินทางมาถึงเนี่ย Netflix จะสรรหาอะไรมาขโมยเวลาชีวิต (โดยเฉพาะเวลานอน) ของพวกเราไปอีก ! ซึ่งของแบบนี้ทาง Netflix ก็ไม่ปล่อยให้เราสงสัยนาน เพราะเขาได้ปล่อยไฮไลต์เด็ด ๆ ออกมาให้เรารู้กันผ่านงาน See What's Next Asia 2019 ที่ประเทศสิงคโปร์กันไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา และแน่นอนว่า Soimilk เองก็เป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ด้วย
 
 
 
เราแอบได้ยินมาก่อนหน้าที่จะไปร่วมงานว่า ที่จริงแล้วปรากฎการณ์ของ Netflix กับเอเชียนั้นเกิดขึ้น 2 อย่างใหญ่ ๆ ด้วยกัน นั่นคือหลาย ๆ ซีรีส์ชื่อดังและภาพยนตร์แบบ Netflix Original จากฝั่งตะวันตกนั้นกลับมียอดสตรีมมิงที่แถบทวีปเอเชียสูงมาก กับซีรีส์ รวมไปถึงภาพยนตร์สัญชาติเอเชียหลาย ๆ เรื่องที่ฉายอยู่ใน Netflix นั้น มียอดผู้ชมที่เป็นชาวตะวันตกสูงมาก นั่นจับใจความได้ว่า Netflix กำลังเป็นที่นิยมและก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวเอเชียมากขึ้นเรื่อย ๆ และชาวตะวันตกสนใจในสื่อจากฝั่งเอเชียมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงไม่แปลกที่ทาง Netflix จะใส่ใจและมีแผนงานสร้าง Netflix Original จากทางเอเชียเพิ่มขึ้นในปี 2019 นี้
 
 
คุณรีด เฮสติงส์ (Reed Hastings) CEO ของ Netflix มาพร้อมกับคุณเท็ด ซาแรนดอส (Ted Sarandos) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายคอนเทนต์ เพื่อแง้ม ๆ ให้เรารู้ว่าในปี 2019 จะมีภาพยนตร์และซีรีส์จากฝั่งเอเชียเรื่องใหม่ ๆ รวมไปถึงเรื่องเดิมในซีซั่นใหม่อีกกว่า 100 เรื่อง ส่วนในงานนี้จะเปิดตัวผลงานใหม่ล่าสุดจากฝั่งเอเชียทั้งหมด 17 เรื่องให้เราได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนใคร ซึ่งเป็นคอนเทนต์จากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน อินเดีย เกาหลีใต้ และที่กรี๊ดที่สุดสำหรับเราคือ ในปีหน้าจะมีคอนเทนต์ที่เป็น Netflix Original จากประเทศไทยเราด้วย ! 

 
 
เราคิดว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นความสำเร็จที่มาจากการที่ Netflix นำซีรีส์และภาพยนตร์ไทยหลาย ๆ เรื่องที่ฉายในบ้านเรามาลงไว้ให้คนกว่า 190 ประเทศทั่วโลกได้ดูกันด้วย ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงคอนเทนต์จากบ้านเราได้มากขึ้น และทำให้รู้ว่าที่จริงแล้วผู้ชมจากหลาย ๆ ประเทศก็ชื่นชอบและเลือกชมคอนเทนต์จากบ้านเราเหมือนกัน ทำให้ทาง Netflix สนใจในคอนเทนต์ประเทศไทยมากขึ้น และเราก็กำลังจะมี Netflix Original Series จากประเทศไทยถึง 2 เรื่อง (ในเวลานี้) ให้เราได้ชมในปีหน้าด้วยกัน
 
เรื่องแรกกับ The Stranded หรือชื่อไทยว่า เคว้ง ที่ได้ผู้กำกับฯ ที่เรารู้จักกันดีอย่าง โสภณ ศักดาพิศิษฎ์ ได้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GMM Grammy) และ H2L Media Group มาเป็นผู้ผลิตให้ เรื่องนี้นับเป็นผลงานซีรีส์เรื่องแรกของ Netflix ที่ผลิตร่วมกับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ หลังจากจับมือทำสัญญาผลิตผลงานร่วมกัน เรื่องราวของ “คราม” ชายหนุ่มวัย 18 ปีผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติสึนามิในหมู่เกาะแห่งทะเลอันดามันพร้อมด้วยเพื่อนนักเรียนจากโรงเรียนเอกชนชื่อดังอีก 36 คน หลังเกิดเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวบนเกาะและความช่วยเหลือยังมาไม่ถึง ครามต้องลุกขึ้นเป็นผู้นำเพื่อช่วยเหลือตัวเองและเพื่อนให้รอดจากสถานการณ์ครั้งนี้ นอกจากเนื้อเรื่องจะน่าดูและลึกลับแล้ว ทีมงานเบื้องหลังที่มีชาวต่างชาติมาร่วมด้วยก็น่าคิดว่าโปรดักชั่นจะต้องออกมาอินเตอร์แน่ ๆ
 
อีกเรื่องคือ Shimmers หรือ อุบัติกาฬ ที่ได้วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง และสิทธิศิริ มงคลศิริ มาร่วมกันกำกับ (แค่ชื่อผู้กำกับฯ ก็ทำให้เราอยากดูแม้ยังไม่รู้เรื่องย่อแล้ว เพราะเราก็ชอบฟ้าทะลายโจร, เปนชู้กับผี, หมานคร มากจริงอะไรจริง) แต่เรามีเรื่องย่อมาบอกด้วย เรื่องนี้จะเป็นซีรีส์ดราม่าเกี่ยวกับวัยรุ่น 5 คนในโรงเรียนห่างไกลแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศไทย กลุ่มวัยรุ่นถูกผีจากอดีตของตัวเองหลอกหลอนในช่วงปิดเทอม และยังพบว่ามีสิ่งลี้ลับชวนสยองขวัญที่น่ากลัวกว่านั้นคอยคุกคาม เอ...ทำไมรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นซีรีส์สยองขวัญมากกว่าดรามานะ
 
 
นอกจากฝั่งไทยแล้ว ฝั่งญี่ปุ้นก็ทำให้เรากรี๊ดแตกได้ไม่แพ้กัน เพราะงานนี้ทางคุณไตโตะ โอกิอุระ (Taito Okiura) ก็แอบขนโปรเจกต์ Anime ของญี่ปุ่นหลายเรื่องที่จะลงใน Netflix ให้เราได้ดูกันในปีหน้าแน่ ๆ เริ่มที่ Pacific Rim ที่คราวนี้จะได้ดูการต่อสู้ระหว่างเยเกอร์กับไคจูกันแบบมันหยดติ๋งแน่ ๆ เรื่องราวจะถูกขยายมาจากตัวภาพยนตร์ทั้ง 2 ภาค เป็นการติดตามการต่อสู้ของ 2 พี่น้องที่ขี้เยเกอร์ตามหาพ่อแม่ งานนี้บทน่าจะเข้มข้นอยู่ไม่น้อยเพราะได้เคร้ก ไคล์ (Craig Kyle) ผู้เขียนบท Thor: Ragnarok และเกร็ก จอห์นสัน (Greg Johnson) ผู้เขียนบท X-Men: Evolution มาเขียนบทร่วม แถมยังได้ Legendary Entertainment ซึ่งเป็นผู้สร้าง Pacific Rim เวอร์ชันภาพยนตร์มาอำนวยการสร้างด้วยนี่แหละ
 
ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำของ Netflix อย่าง Altered Carbon ที่กำลังถ่ายทำซีซั่นที่ 2 อยู่นั้นก็ถูกสร้างมิติใหม่ให้กับตำนานในเรื่อง โดยขยายออกมาเป็นภาคแอนิเมชันเหมือนกัน เป็นผลงานประพันธ์ของดาอิ ซาโตะ (Dai Sato) ผู้แต่ง Cowboy Bebop, Samurai Champloo และ Tsukasa Kondo สร้างโดย Anima อนิเมชั่นสตูดิโอ
 
นอกจากนี้ยังมี Cagaster of an Insect Cage ดัดแปลงมาจากมังงะญี่ปุ่น นำเสนอเรื่องราวหลังวันโลกาวินาศซึ่งมีโรคประหลาดชื่อ “Cagaster” เกิดขึ้นบนโลก และทำให้คนกลายเป็นแมลงยักษ์ที่ร้ายกาจ, Yasuke เรื่องราวของซามูไรนักรบในสมัยสงครามผู้กล้าแกร่ง ชนชั้นศักดินาญี่ปุ่นที่ยึดถือศักดิ์ศรีเหนือยิ่งชีวิต เมื่อซามูไรสูงวัยต้องชักดาบของเขาอีกครั้งเพื่อปกป้องเด็กคนหนึ่งที่กองกำลังลับต้องการกำจัด และ Trese แอนิเมชั่นซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายภาพของฟิลิปปินส์ในชื่อเดียวกัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองมะนิลาซึ่งมีสัตว์ในตำนานของชาวฟิลิปปินส์อาศัยอยู่ปะปนกับมนุษย์ โดย Alexandra Trese ต้องต่อสู้กับอาชญากรร้ายซึ่งมีพลังร้ายกาจเหนือมนุษย์
 
 
ฝั่งอินเดียเองก็มีทั้งซีรีส์และภาพยนตร์อินเดียรอจ่อคิวให้เราได้ดูเยอะแยะไปหมด (ซึ่งเยอะมากจนเราจำแทบไม่ไหว) ถึงอย่างนั้นในปีหน้า ผลางนจากอินเดียก็ถือว่ามีความหมากหลายมาก เพราะมาครบแทบทุกแนวตั้งแต่ Action, Drama, Coming of Ages และ Futuristic ซึ่งมีซีรีส์อยู่สองเรื่อง และภาพยนตร์อีก 1 เรื่องที่เราตั้งหน้าตั้งตารอเลยหลังจากที่รู้ว่าทางอินเดียกำลังสร้างกันอยู่ในตอนนี้ เรื่องแรกคือ Bahubali (บาฮูบาลี) ภาพยนตร์อีพิคแอ๊กชั่นที่มันหยดติ๋งทั้ง 2 ภาค และมีสเกลงานสร้างที่ใหญ่มาก ทำเอาเราแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าจะถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์ด้วย ซีรีส์อีกเรื่องคือ Laila (ไลลา) ซีรีส์แนวไซไฟล้ำอนาคต ที่จะพาเราไปรู้จักความเป็นมนุษย์มากขึ้น อันนี้อยากเห็นเลยว่าภาพโลกอนาคตของอินดียจะเป็นอย่างไร สุดท้ายกับภาพยนตร์ดรามาอย่าง Selection Day ที่สร้างมาจากหนังสือขายดีชื่อเดียวกัน ภสพยนตร์ถูกถ่ายทำในบอมเบย์ทั้งเรื่อง และเราจะได้ชมพร้อมกันแบบไม่ต้องรอนาน 28 ธ.ค. นี้แน่นอน

 
 
 
ส่วนฝั่งเกาหลีก็มีทีเด็ดอยู่ทึ่ซีรีส์สุดยิ่งใหญ่อย่าง Kingdom ที่ถ่ายทำและโพสต์โปรดักชันกันมาทั้งปี ได้ 3 นักแสดงชื่อดังของเกาหลีมาร่วมงาน ทั้งจูจีฮุนรยูซึงรยงและ แบดูนา เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคโซชอน องค์รัชทายาทที่สืบสวนเกี่ยวกับโรคระบาดที่ไม่ทราบชื่อ จากความสงสัยว่าบิดาของตัวเองที่จริงแล้วสวรรคตไปแล้วหรือไม่ใช่ และค้นพบความจริงอันน่ากลัวซึ่งทำให้คนทั้งชาติตกอยู่ในอันตราย ซึ่งเราได้มีโอกาสชม Kingdom ไป 2 ตอนแรกก่อนใครแล้วด้วย และต้องบอกว่าถ้าใครชอบหนังพีเรียด แถมยังมีซอมบี้อีกด้วยเนี่ย รับรองว่าเรื่องนี้โดนแน่ ๆ รออีกไม่นาน 25 ม.ค. ปีหน้าได้ดูแน่ ๆ (แอบกระซิบว่าซีซั่น 2 ก็พร้อมถ่ายทำในปีหน้าแล้วด้วยเช่นกันนะ
 
นอกจากนี้ยังมี BUSTED! ซีซั่น 2 มาแน่ปีหน้า ซึ่งในซีซั่นใหม่นี้จะมีอีซึงกิ จาก A Korean Odyssey เข้าร่วมในรายการด้วย โดยมาแทนอีกวางซูที่จะไม่ได้เข้าร่วมในซีซั่นนี้ นอกจากนี้ยังมีซีรีส์โรแมนติกสไตล์เกาหลีอย่าง Love Alarm ที่สร้างมาจากการ์ตูนใน Webtoon และ My First First Love เรื่องราวของเด็กอายุ 20 สามคนอีกด้วย
 
 
 
ไม่ใช่แค่ซีรีส์และภาพยนตร์จากฝั่งเอเชียเท่านั้นที่ประกาศในงาน See What's Next Asia 2019 แต่ยังมีซีรีส์เรื่องใหม่ ๆ และซีรีส์เดิมในซีซั่นใหม่ประกาศในงานนี้เช่นกัน โดยไฮไลต์จะไปกองอยู่ที่ภาพยนตร์เรื่องใหม่ ๆ ที่บอกเลยว่าน่าดูทุกเรื่อง ตั้งแต่ Always It's be Maybe และ The Last Summer ภาพยนตร์แนว Romantic Comedy จากอเมริกา, Bird Box ภาพยนตร์สยองขวัญที่สร้างมาจากหนังสือชื่อเดียวกัน อยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติม ลองอ่านดูจากคอนเทนต์ที่เราเคยเขียนไว้ที่นี่, The Christmas Chonicles ภาพยนตร์ซานต้าต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง เรื่องนี้ไม่ต้องรอนานเพราะได้ดูแน่ 22 พ.ย. นี้แล้ว, Roma ภาพยนตร์ขาว-ดำที่นำเสนอเหตุการณ์ในเม็กซิโกช่วงยุค 70s' ที่น่าดูมาก ๆ, Mowgli (เมาคลี) ภพยนตร์เวอร์ชันใหม่ที่จะทำให้เราลืม The Jungle Book ไปเลย เพราะเนื้อหาดิบขึ้น กว้างขึ้น มีเรื่องราวที่แตกออกไปจากเวอร์ชันหนังสือที่เราคุ้นเคยไปอีก ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรก็รอดูพร้อมกัน 7 ธ.ค. นี้ได้เลย และสุดท้ายกับภาพยนตร์จากเจ้าพ่อระเบิดภูเขาเผากระท่อมอย่างไมเคิล เบย์ ที่มีไรอัน เรย์โนลด์ แสดงนำ กับ 6 Underground เชื่อว่าจะต้องเป็นหนังแอ๊กชั่นโคตรมันใน Netflix แห่งปี 2019 แน่ ๆ

 
ส่วนซีรีส์เองก็มีไฮไลต์อย่าง Narcos : Mexico ที่กำลังฉายอยู่ใน Netflix ตอนนี้เลย เรื่องราวโหดดิบของแก๊งค้ายาในเม็กซิโก ที่สร้างมาจากเค้าโครงจริงด้วย ขอบอกว่าทั้งดิเอโก ลูนา และไมเคิล พีนา แสดงเรื่องนี้กันแบบดุเด็ดมาก จนลืมไปเลยว่าพี่ไมเคิลของเราเคยตลกแค่ไหนใน Ant-Man มาก่อน อีกเรื่องคือ The Umbrella Academy เรื่องราวของ 6 เด็กที่มีพลังพิเศษ ที่เกิดมาอย่างพิเศษ ๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งหมดต้องมาสืบกันว่าการตายของพ่อเลี้ยงของพวกเขานั้นมีอะไรผิดปกติหรือไม่ พร้อม ๆ ไปกับการกอบกู้โลกด้วย และ The House of Cards ซีซั่นสุดท้ายที่จะเป็นบทสรุปเรื่องราวการเมืองสุดร้อนแรงเสียที
 
 
คุณเท็ด ซาแรนดอส บอกไว้ที่สิงคโปร์ว่า “ความได้เปรียบของ Netflix คือเราสามารถนำเรื่องราวจากเกาหลีใต้ ไทย ญี่ปุ่น อินเดีย ไต้หวัน หรือจากที่อื่นๆ ที่ไม่เคยนำเสนอที่ไหนมาก่อนมาให้ผู้ชมทั้งในเอเชียและทั่วโลกได้รับชม โดยในปีนี้ ยอดชมภาพยนตร์ซีรีส์จากเอเชียกว่าครึ่งมาจากผู้ชมที่อยู่นอกภูมิภาคเอเชีย ดังนั้นเรามั่นใจว่าภาพยนตร์และซีรีส์จากเอเชียชุดใหม่นี้จะได้รับความนิยมทั้งในประเทศแถบเอเชียและทั่วโลก” ซึ่งเราได้แต่พยักหน้าตาม เพราะที่จริงแล้วเราได้เปิดโลกซีรีส์และภาพยนตร์มาจากทั่วโลกจริง ๆ ก็ที่ Netflix นี่แหละ และทำให้เรารู้ว่าหลาย ๆ ประเทศในโลกผลิตคอนเทนต์ดี ๆ เก่ง ๆ เยอะมาก ๆ และก็มั่นใจเหลือเกินว่า ปี 2019 จะต้องใช้เวลาไปกับหน้าจอและคอนเทนต์ของ Netflix เยอะเหมือนปีนี้แน่ ๆ ไหน ใครเล็งเรื่องไหนไว้บ้าง อย่าลืมบอกให้เราได้รู้กันหน่อยนะ