Jan 07 2019

restaurants

ครั้งแรกในไทย! Unatoto ยกร้านปลาไหลย่างถ่านในตำนานจากโตเกียวมาไว้กลางพร้อมพงษ์

เธอเห็นเนื้อฉ่ำ ๆ ชุ่มซอสของปลาไหลนั่นไหม
คือต้องบอกก่อนเลยว่า เราเป็นคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นโดยเฉพาะที่เมืองโตเกียวบ่อยมาก ๆ ซึ่งช่วงหลัง ๆ มานี้ ถ้าไปโตเกียวแล้วนึกอยากกินข้าวหน้าปลาไหลขึ้นมา หนึ่งในร้านขวัญใจที่เราแวะไปเกือบทุกครั้งก็หนีไม่พ้นร้าน Unatoto นี่แหละ นอกจากจะเป็นร้านข้าวหน้าปลาไหลชื่อดังที่คนญี่ปุ่นเองยังการันตีเรื่องรสชาติ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวตัวน้อย ๆ (และงบน้อย) อย่างเรา ร้านนี้ถือเป็นสวรรค์ของคนรักปลาไหลย่างถ่านกับสนนราคาเริ่มต้นที่ 500 เยนเท่านั้น
 
และแล้วความฝันของเราก็เป็นจริง เพราะต่อจากนี้เราไม่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปกินปลาไหลในตำนานร้านนี้ถึงญี่ปุ่นอีกแล้ว เพราะนี่คือการมาเยือนไทยเป็นครั้งแรกของร้านนี้ในนาม Unatoto Thailand ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติแบบต้นตำรับเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมราคาที่แทบจะใกล้เคียงกับร้านออริจินอลแบบต้องยอมใจคนเอาร้านนี้เข้ามาไทยจริง ๆ นะคุณผู้ชมมม !!
 
 
 
แค่กลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากร้าน กับบรรยากาศด้านในที่ตกแต่งให้เหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นโบราณที่ทำจากไม้สีเข้ม มีหลังคามุงกระเบื้องสไตล์ยุ่นยื่นออกมา พร้อมซุ้มไม้เคาน์เตอร์ที่ให้ความรู็สึกเหมือนหลุดไปอยู่โตเกียวจริง ๆ จนแทบจะลืมว่าตอนนี้อยู่ในซอยสุขุมวิท 33 ต่างหาก! ที่ชอบสุด ๆ คือห้องครัวกระจกที่เราสามารถมองเข้าไปเห็นเชฟกำลังนำปลาไหลน้ำจืด (Unagi) ที่ถูกแช่แข็งนำเข้ามาจากญี่ปุ่นมาย่างบนเตาถ่านกันสด ๆ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วร้าน
 
 
ถ้าใครเคยไปกินสาขาต้นตำรับที่โตเกียวมา เมนูของร้านนี้ก็คือเหมือนกันแทบทุกกระเบียดนิ้วนั่นแหละ สตาร์ทกันที่ Unadon Double (350 บาท) ข้าวหน้าปลาไหลไซซ์ในถ้วยทรงกลม มาพร้อมปลาไหลส่วนท้องแบบดับเบิ้ลสองชิ้น เรียกได้ว่าเมนูนี้เป็นเมนูยอดฮิตตลอดกาลของร้าน Unatoto ทุกสาขาเลยทีเดียว

 
 
 
แต่ถ้าใครอยากจัดใหญ่จัดเต็มกว่านั้นไปอีก เราขอท้าให้ลองสั่งเจ้า Bikkuriju (700 บาท) มาโดนได้เลย แต่อยากตกใจจนช็อคซะก่อน เพราะนางจัดปลาไหลไซซ์ใหญ่คัดพิเศษที่น้ำหนักมากกว่า 300 กรัม (ตัวยาวเท่าแขน!) มาแบบทั้งตัวแบบไม่มีกั๊ก วางแผ่ยาวเป็นสง่าราศีบนข้าวสวยญี่ปุ่นพันธุ์ Akitakomachi หุงร้อน ๆ ที่เป็นสายพันธุ์อิ่มน้ำ สามารถดูดซับซอสได้ดี ซึ่งจุด ๆ นี้ใครยังกลัวไม่อิ่มอีก ก็สามารถสั่งเครื่องเคียงอย่าง ไข่ออนเซ็น (35 บาท) สลัดผัก (50 บาท) และกระเจี๊ยบญี่ปุ่น (Okura) (35 บาท) มาด้วยก็ได้นะ แต่ที่ฟินสุดในบรรดาเครื่องเคียงก็เห็นจะเป็น Aka Dashi (35 บาท) ซุปมิโสะแดงที่จะมีกลิ่นที่แปลกและเป็นเอกลักษณ์ ตัดเลี่ยนความหวานของปลาไหลได้ดี
 
 
 
เราขอปิดท้ายมื้อนี้ด้วย Hitsumabushi (280/310/340 บาท) ที่มีให้เลือก 3 ไซซ์ แน่นอนว่าคนหิว 2019 อย่างเราต้องสั่งไซซ์ใหญ่สุดมาลองไม่ให้เสียเที่ยวอยู่แล้ว ซึ่งนางก็เสิร์ฟมาในชามกระเบื้องทรง 8 เหลี่ยมแบบไม่ให้เราผิดหวังในความญี่ปุ่น ด้านในเป็นปลาไหลย่างที่ถูกสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ คลุกเคล้ากับข้าวญี่ปุ่น สาหร่าย และซอสราดที่มีเอกลักษณ์คือรสชาติที่หวานน้อย ค่อนไปทางเค็ม และไม่ข้นเหนียวจนเกินไป แต่ไฮไลต์จริง ๆ ของข้าวหน้าปลาไหลชุดใหญ่นี้คือนางจะเสิร์ฟมาพร้อมน้ำซุปสไตล์นาโกย่า วิธีคือให้กินแบบออริจินัลก่อนครึ่งชาม อีกครึ่งชามให้กินสไตล์ข้าวต้ม คือให้ตักแบ่งออกมาใส่ถ้วยแล้วเติมน้ำซุปลงไปนั่นเอง

 
 
Soimilk says: ด้วยความที่รักข้าวหน้าปลาไหลมาก ๆ เป็นทุนเดิม บวกกับราคาที่แทบจะไม่แตกต่างกับญี่ปุ่นเลย (เขาได้กำไรจากไหนกันนะ) เราเลยขอเทใจให้ Unatoto แบบเต็ม ๆ แต่สำหรับบางคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับข้าวหน้าปลาไหลรสออริจินัลญี่ปุ่นที่หวานน้อย ซอสราดคือไม่ได้หวานเหมือนในร้านอาหารญี่ปุ่นเมืองไทย บวกกับปลาไหลตัวใหญ่ที่ต้องใช้ความระมัดระวังเรื่องก้างกันซักนิด ใครที่อยากลองเปิดประสบการณ์ข้าวหน้าปลาไหลคำโต ๆ แบบโตเกียวสไตล์ที่แท้ทรู เราขอเชิญให้มาลองที่นี่แบบไม่ต้องเสียงตังค์บินไปไกลแต่อย่างใด (แนะนำให้มาวันธรรมดา คนจะน้อยกว่าเสาร์-อาทิตย์นะ)
 
Unatoto ระหว่างซ.สุขุมวิท 33 และ ซ.สุขุมวิท 33/1 เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 11:00-22:00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 02-087-9788 BTS พร้อมพงษ์ www.fb.com/unatotothailand