หลายครั้งที่ไปทานอาหารร้านหรู ๆ คอร์สละหลายพัน แต่พอกลับบ้านมาก็ต้องมานั่งเถียงกับตัวเองว่า ไอ้เจ้าอาหารที่เรากินเข้าไปมันสะอาดและปลอดสารเคมีมากแค่ไหน? เพราะอาหารราคาแพงไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าอาหารนั้นจะดีต่อสุขภาพจริง ๆ แต่ที่ Haoma (ฮาโอม่า) ร้านอาหาร Fine Dining เล็ก ๆ ในย่านสุขุมวิทแห่งนี้ กลับนำเสนอปรัชญาแห่งมื้ออาหารที่ยั่งยืน ดีต่อสุขภาพ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นคอร์สอาหารที่เรามั่นใจได้ว่าจะคุ้มค่าสมกับราคาแบบที่กินแล้วไม่ต้องไปนั่งเสียใจทีหลังแน่นอน!


ใครที่ไม่เคยมาทานอาหารที่ Haoma มาก่อนน่าจะต้องตะลึงตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปในร้าน เพราะห้องกระจกเล็ก ๆ นี้ถูกรายล้อมไปด้วยสวนผักทั้งแนวตั้งแนวนอนที่แผ่กระจายแล้วเขียวขจีไปทั่วร้านตามชื่อของร้านอย่าง Haoma ที่หมายถึงต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิตตามวัฒนธรรมความเชื่อของชาวฮินดู และจะอึ้งไปกว่านั้นถ้ารู้ว่าพืชผักกว่าสิบชนิดที่ปลูกที่ร้านนี้เกิดจากปุ๋ยที่ได้มาจากบ่อปลาด้านหลัง และถูกเก็บเกี่ยวมาปรุงเป็นอาหารจานพิเศษทุกจานของร้านนี้นั่นเอง

โดยในปลายปีนี้ เชฟทีปังเคอร์ โคสลา (หรือจะเรียกว่าเชฟดีเคก็ได้) เฮดเชฟเจ้าของแนวคิดอาหารแห่งความยั่งยืนนี้ก็มาเซอร์ไพร์สเราด้วยเซ็ตเมนูอาหารใหม่ถึง 13 คอร์สในสนนราคาที่ 2,590 บาท และคอร์สเล็ก 9 เมนูในราคา 1,990 บาท ที่แต่ละจานก็อัดแน่นไปด้วยกิมมิกการทำอาหารแบบยั่งยืนจากวัตถุดิบที่ร้านนี้ปลูก เลี้ยง และเก็บเกี่ยวเอง

อย่างเมนู Galuati Cornets หนึ่งในเมนูจาก 9 คอร์สพิเศษของเชฟดีเค ก็เป็นจานที่ผสมผสานเอารากเหง้าของอาหารแถบอินเดียที่เชฟดีเคถนัดมาใช้ได้เป็นอย่างดี โดยใช้ส่วนผสมหลักเป็นเห็ดป่าที่เชฟเพาะเอง บวกกับเครื่องเทศนานาชนิดที่ให้กลิ่นและรสชาติแรงเพื่อเปิดต่อมรับรสของเราให้ทำงานได้ดีขึ้นก่อนจะเข้าสู่เมนูต่อ ๆ ไป


อีกสองเมนูที่เรารักมากอย่าง Cured Wheel ใช้เนื้อปลาดิบจากบ่อหลังร้านและผักสดต้นเล็ก ๆ ส่งกลิ่นหอมจากฟาร์มที่อยู่ติดบ่อปลามาทำเป็นเมนูยั่วน้ำลายคนรักปลาดิบอย่างเรา กับ Tomato Droplet มะเขือเทศสดจากฟาร์มของร้านที่เชียงใหม่ ทำออกมาเลียนแบบเจลลี่ กินคู่กับซุปในถ้วยที่มีรสชาติและกลิ่นหอมของส้มยูซึ บลูเบอร์รี่ และต้นหอม

ส่วนอีกจานที่พรีเซนเทชั่นได้ใจเราไปเต็ม ๆ ขอยกให้กับ Oyster & Corn Tartar ที่เป็นการ Deconstrcution หรือปรับเปลี่ยนรูปทรงของน้ำนมข้าวโพดให้มาอยู่ในบับเบิ้ลเล็ก ๆ เรียงตัวเหมือนเป็นฝักข้าวโพดจริง ๆ ด้านล่างเป็นทาร์ทาร์หอยนางรมรสออกเค็ม พอกัดพร้อมกับน้ำนมข้าวโพดจะให้รสชาตินัว ๆ แบบลงตัวสุด ๆ
Soimilk Says: นอกจากความครีเอทีฟสุด ๆ ของเชฟแล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการทำอาหารที่ยั่งยืน ปลอดสาร ในระบบนิเวศน์หมุนเวียนที่นอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แขกที่มาทานแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ทำได้จริง ซึ่งเราเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร Fine Dining หรือร้านอาหารเล็ก ๆ ที่ต่างจังหวัด ก็สามารถใช้หลักการเดียวกันนี้รังสรรอาหารที่ดีต่อสุขภาพออกมาขายได้เช่นกัน ใครที่อยากไปลอง Fine Dining แบบทำเองทุกขั้นตอนตั้งแต่ปลูก เก็บเกี่ยว ยันเอาออกมาเสิร์ฟ ก็ไปลองได้ที่ร้านนี้ร้านเดียว (มีแค่ที่เดียวในกรุงเทพฯ) แต่อย่าลืมจองล่วงหน้าล่ะ!
Haoma 231/3 ซ.สุขุมวิท 31 เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 18:00-23:00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 02-258-4744 BTS อโศก https://www.facebook.com/HaomaBKK/