เป็นเวลากว่าปีครึ่งแล้วที่ Ekkamai Macchiato ได้ชงกาแฟจำนวนแก้วนับไม่ถ้วนให้กับชาวเอกมัยและผู้สัญจรผ่านไปมาในย่านนี้ คาเฟ่แห่งนี้เป็นผลิตผลของ 4 พี่น้อง --คุณโอ-ชุติเตชินท์ โสภณหฤษนฤดม คุณแต้-ธนวิชญ์ กิตติโกสินท์ คุณท็อป-พากเพียร กิตติลดากุล และคุณเจน-นภัสราตรี ชิดนุรัตน์-- ที่ช่วยคืนชีวิตให้บ้านเก่าของครอบครัวอีกครั้ง
จากตึกเก่าสู่บ้านใหม่
"เดิมทีมันเป็นอาคารพาณิชย์สองคูหา เป็นร้านแก๊สอยู่ด้านหน้า คือธุรกิจแก๊สมันไปไม่ได้แล้ว ทุกคนก็เหนื่อย อยากจะเลิกทำ แถมตึกมันก็เอียงด้วย" คุณโอบรรยายภาพเก่าของสถานที่แห่งนี้ให้เราฟัง ซึ่งเรานึกไม่ถึงเลยว่าคาเฟ่สีขาว-น้ำตาลสบายตาแห่งนี้เคยอยู่ในจุดที่ต้องโดนทุบทิ้งมาแล้ว

Ekkamai Macchiato ที่เราเห็นตอนนี้คือบ้านสีขาวสองชั้น ด้านนอกมีมุมเก้าอี้สวนเล็กๆ รายล้อมด้วยรั้วต้นไม้สีเขียวสดชื่น ประตูไม้สีน้ำตาลเชื้อเชิญให้เปิดเข้าไปทักทาย

ตัวคาเฟ่ครอบคลุมพื้นที่ชั้นล่างทั้งหมด บาร์กระเบื้องสีขาวเป็นสิ่งแรกที่เตะตาของเรา เครื่องบดเมล็ดกาแฟ 3 ตัวเรียงกันตามส่วนสูง ห่างกันนิดเดียวมีเครื่องชงเอสเพรสโซจับจองมุมหนึ่งอยู่พร้อมแก้วเซรามิคหลากสีหลายใบวางอยู่ด้านบน

เราชอบโต๊ะเก้าอี้ง่ายๆ ที่ถูกจัดเรียงเป็นแถวเป็นแนวแบบไม่พิธีรีตอง และยิ่งอบอุ่นเข้าไปใหญ่ด้วยเสียงทักทายจากเจ้าของร้านทุกคน ส่วนพื้นที่ชั้นสองที่เคยจัดเวิร์กช็อปเป็นครั้งคราวได้ปิดรับแขก และเปลี่ยนเป็นพื้นที่พักอาศัยของสี่พี่น้องในทุกวันนี้
กาแฟทุกแก้วที่ตั้งใจชง
ด้วยคุณภาพคัดสรรมาอย่างดีของเมล็ดกาแฟ Bottomless จากนนทบุรี เราเชื่อว่าหลายคนคงเคยแวะไปลองจิบหรือเป็นขาประจำของร้านเลยก็มี ซึ่งเหตุผลที่ทางร้านเลือกเมล็ดของเจ้านี้ก็เพราะความชื่นชอบในรสชาติ แถมคุณหมู (เจ้าของ Bottomless) ยังเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของ Ekkamai Macchiato ตั้งแต่แรกเริ่มอีกด้วย

คุณท็อปรับหน้าที่เป็นบาริสต้ามือฉมัง เสิร์ฟกาแฟให้ทุกคนแบบไม่เกี่ยง เราชอบที่ทางร้านเคาะราคามาง่ายๆ เป็น 100 บาทสำหรับทุกเมนู ไม่ว่าจะเป็นเอสเพรสโซเบส มิลก์เบส ไปจนถึงชา สมูทตี้ และโซดา


ตอนนี้ทางร้านมี 2 เบลนด์หลักๆ สำหรับเอสเพรสโซ่ ได้แก่ ไทย-บราซิล-เอธิโอเปีย จะให้รสชาติฟรุตตี้เหมือนผลไม้ออกเปรี้ยวนิดหน่อย และ ไทย-โคลอมเบีย-กัวเตมาลา กับรสชาติใกล้เคียงช็อกโกแลต
เมนูอาหารธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
เหตุผลหลักที่เราดิ่งกลับมา Ekkamai Macchiato อีกครั้งเป็นเพราะว่าทางร้านเพิ่งเริ่มเสิร์ฟอาหารจริงๆ จังๆ ประมาณเดือนกว่าๆ โดยคุณแต้เล่าให้เราฟังถึงแรงบันดาลใจง่ายๆ ไม่ซับซ้อนในว่า "ผมกินอะไร ผมเสิร์ฟอันนั้น"

บรรดาวัตถุดิบต่างๆ ถูกส่งสดใหม่มาจากตลาดมหาชัย โดยมีแท็กซี่เจ้าประจำคอยไปรับมาให้ทุกเช้าตรู่ จากนั้นคุณแต้ก็จะเริ่มเตรียมตัวและพร้อมขายอาหารตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของทุกวัน บางวันถ้าคนเยอะอาจจะช้านิดช้าหน่อย แต่เราให้อภัยเพราะคุณท็อปลงมือทำคนเดียวทั้งหมด ไม่มีลูกมือใดๆ

สำหรับเมนูก็คือจานโปรดธรรมดาๆ ที่เราเติบโตมากับมันนี่แหละ เช่น ผัดกะเพราหมู ปูผัดกระเทียม แกงเขียวหวานหมู และแกงกระหรี่ เป็นต้น แต่ความไม่ธรรมดาคือมันอร่อยได้ใจแบบที่เรายอมนั่งรถไฟฟ้ายิงยาวไปเพื่อกินผัดกะเพราที่เอกมัย

ขอแนะนำไว้เลยว่าให้หนีบเพื่อนไปนั่งกินด้วยสักคน เพราะข้าวขาวร้อนๆ ถูกห่อด้วยไข่เจียว โปะด้วยกับข้าวตามที่เราเลือกมันเยอะมากจนกินคนเดียวไม่หมดแน่นอน
เจ้าของคาเฟ่กับ Cafe Hopping
"ผมว่าการมีคาเฟ่ขึ้นมาเยอะๆ มันจะดีมากถ้าแยกเป็นโซนไปเลย อย่างเอกมัย-ทองหล่อ คนอยากินกาแฟก็มาซอยเดียว ได้ตั้งหลายร้าน แล้วแต่ละร้านมันมีจุดเด่นของมัน เราไม่ซ้ำกันอยู่แล้ว ผมไม่รู้นะว่าโซนอื่นเป็นยังไง แต่โซนนี้ช่วยเหลือกัน อย่างผมเคยจัดเวิร์กช็อปก็ไปยืมพี่ร้านอื่นมาช่วย" คุณท็อปได้ชี้ถึงข้อดีของคาเฟ่ใหม่ๆ ให้เราฟัง
คุณโอยังเสริมด้วยว่า "สังเกตได้ง่ายๆ เลยว่าแถวนี้เมนูจะไม่ซ้ำกัน เพราะเราคุยกันไง การคิดเมนูมาหนึ่งเมนูไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้ามีใครทำก่อน เราก็จะไม่ทำ มันเป็นการอยู่ร่วมกัน และแนะนำกันและกันมากกว่าครับ"

Ekkamai Macchiato, 6/2 เอกมัย 12 สุขุมวิท 63 เวลาทำการ ทุกวัน 08.00-18.00 น. (อังคารปิด 16.00 น.) โทร. 083-785-9090 BTS เอกมัย