ถึงจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน แต่เพราะโลเคชันสุดฮิประดับท็อปฟอร์มใน Josh Hotel รวมถึงกิตติศัพท์เรื่องอาหารรสชาติ "จืดแต่อร่อย" ของร้านนี้ ทำให้ Ari Recipe เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เราตั้งตารอจะไปชิมมากที่สุดในเดือนนี้เลยทีเดียว

อาคารชั้นเดียวหลังเล็ก ๆ ด้านซ้ายมือของ Josh Hotel ถูกดีไซน์ให้มีความ Cozy เหมือนอยู่บ้านคนญี่ปุ่นจริง ๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เลยขอเรียกแนวนี้ว่า Japanese Retro ก็แล้วกัน ผนังสีเหลืองตุ่น ๆ ให้ฟีลลิ่งแบบ Warm Welcome มาก ๆ แถมยังเข้ากันดีกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์ยุ่น ๆ ปิดท้ายด้วยบาร์ยาวที่ผนังด้านหนึ่งของร้าน ซึ่งถูกตกแต่งด้านหลังด้วยกระดาษป๊อบอัพ กับลวดลายที่สื่อถึงจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่น


เราขอสารภาพว่าก่อนได้ลองชิมอาหารของที่นี่ ก็แอบกลัวว่าจะเฟลอยู่นิดหน่อย เพราะร้านนี้ออกตัวค่อนข้างแรงมาก ว่าเน้นอาหารออร์แกนิกส์ ไม่ใส่ผงชูรส ซึ่งจินตการไว้เลยว่ามันต้องจืดแน่ ๆ
แต่พอได้ลองชิมเมนูสองอย่างแรกคือ Dashimaki Tamako (180 บาท) ทำใหม่สด ๆ ทุกจาน ที่เลือกใช้ไข่ไก่ออร์แกนิกส์เท่านั้น รวมถึงเมนูที่เราเคยกลัวมาก ๆ อย่าง Ari Zuke Chazuke (320 บาท) ข้าวต้มชาเขียวอันโด่งดังจากการใช้ปลาดิบเกรดซาชิมิพรีเมียมไปคลุกกับซอสถั่วเหลือง พร้อมท็อปปิ้งด้วย Arare แป้งข้าวเหนียวเคี้ยวกรุบ เราถึงกับเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับอาหารสายคลีนสไตล์ญี่ปุ่นไปเลย เพราะนอกจากจะไม่ได้จืดอย่างที่คิด แต่เป็นรสชาติสบายปากที่กินไปแล้วรู้สึกถึงความมีมิติของรสชาติจากวัตถุดิบสดใหม่และความใส่ใจในการทำ


เมนูหลักอีกอย่างที่เราลองแล้วติดใจมาก ขอยกให้ Ari Nabe Seafood (680 บาท) นาเบะหม้อยักษ์ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาซุปปลาดาชิ ซุปโชยุพริกไทย หรือซุปมิโซะ ซึ่งจะเสิร์ฟมาพร้อมอุด้งเส้นอ้วน ๆ และซีฟู้ดสด ๆ ที่มั่นใจได้ในคุณภาพ
และเมนูน่าลองอย่าง Tebasaki Combo (240 บาท) เลือกใช้ไก่บ้านไทยที่เลี้ยงแบบ Free Range ตามธรรมชาติ มาหมักกับซอสสองสูตรคือซอสหวานสไตล์นาโกย่าและซอสเผ็ดที่ผสมโคชูจังเข้าไปด้วย


นอกจากนี้ยังมีเมนูหลักประจำวันอย่าง Gozen Set (420 บาท) ซึ่งจะเริ่มขายไปจนถึงห้าโมงเย็น โดยครั้งนี้เราเลือกชิมเซ็ต Ham-Bar-Gu ที่ใช้เนื้อหมูและเนื้อวัวบดมาทำเป็นสเต็กแฮมเบิร์ก เสิร์ฟพร้อมข้าวคลุกสาหร่าย ซุปประจำวัน เครื่องเคียง และขนมหวานประจำวัน อย่างวันที่เราไปก็มีพานาคอตต้าเต้าหู้ถั่วเหลืองราดซอสยูซุและน้ำตาลทรายแดง ซึ่งจริง ๆ แล้วเซ็ตนี้ก็จะมีน้ำชาเสิร์ฟมาให้อยู่แล้ว แต่เราแอบแนะนำให้สั่งเครื่องดื่มหอม ๆ อย่างชาอู่หลงผสมดอกโบตั๋นร้อน ๆ (150 บาท) มาจิบคู่กันจะฟินมากเว่อร์


ไม่ใช่แค่อาหารจานหลักเท่านั้น แต่ร้านนี้ยังมีเมนูขนมหวานทานเล่นที่ฟินเว่อร์ไม่แพ้กันคือ Warabi Mochi (130 บาท) โมจิสไตล์หวานน้อย เพิ่มความอร่อยด้วยความหวานจากธรรมชาติของถั่วแดงบด ส่วนถ้าใครอยากเป็นสายดริ้งก์ ซีเล็คชั่นแอลกอฮอล์ของที่นี่ก็มีให้เลือกแบบละลานตาไปหมด ทั้งสาเกร้อน-เย็น เหล้าบ๊วย เหล้าจินจากญี่ปุ่น รวมไปถึงเบียร์อย่าง Hitachino, Asahi และ Daidai คราฟต์เบียร์สุดฮิปจากญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน
Soimilk Says: ส่วนตัวเราก็ว่าทุกอย่างจืดจริง ๆ นั่นแหละ แต่จืดในที่นี้คือการตัดรสชาติของเครื่องปรุงและผงชูรสออกไป แล้วชูรสชาติเด่นของวัตถุดิบแต่ละตัวออกมาได้อย่างมีมิติสมคำร่ำลือ อาจจะไม่คุ้นปากคนไทยที่ชอบกินอาหารรสจัด แต่กินไปซักพักเดี๋ยวก็ชิน ที่สำคัญคือลิสต์อาหารที่เยอะจัด ๆ มาสิบครั้งก็ยังไม่เบื่อ เพราะสั่งอะไรใหม่ ๆ มาลองได้เรื่อย ๆ เพิ่มคะแนนให้ความเรโทรของตัวร้านที่เหมือนพาเราไปนั่งกินข้าวอยู่ในบ้านคนญี่ปุ่นแบบจริงจัง
Ari Recipe ซ.พหลโยธิน 7 (อารีย์ 4 ฝั่งเหนือ) ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ อาทิตย์-พฤหัสบดี 11:00-23:00 น. และ ศุกร์-เสาร์ 11:00-00:00 น. โทร.065-385-5565 BTS อารีย์ www.fb.com/arirecipe.th