Dec 05 2018

restaurants & bars

Charna ร้านน้องใหม่กลางสยามที่จะบอกกับเราว่า อาหารเพื่อสุขภาพก็อร่อยนัวได้

อ่านว่า ฌานา นะ
ปี 2018 เรายกให้เป็นเทรนด์ของคนรักสุขภาพจริง ๆ เพราะเดี๋ยวนี้เวลาไลน์ถามเพื่อนว่าอยู่ไหน ครึ่งหนึ่งจะต้องบอกว่าอยู่ฟิตเนสบ้าง หรืออยู่สวนลุมฯ กำลังวิ่งอยู่บ้าง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็อาจกำลังดินเนอร์อยู่ ซึ่งเราก็หวังว่าพวกเขากำลังซัดปิ้งย่างกันโครม ๆ หรือเนื้อโคขุนเน้น ๆ สักตัวสองตัว แต่ตัดภาพมากลายเป็นสลัดผัก หรืออกไก่ผัดคินัวแทน ซึ่งคลีนจริง เฮลท์ตี้จริง แต่สำหรับเราแล้ว อยากได้อาหารที่อร่อยด้วย เฮลท์ตี้ด้วยน่ะ ไม่ได้บอกว่าอาหารพวกนั้นไม่อร่อยนะ แต่อร่อยของคนไทยต้องนัว ต้องแซ่บ ต้องครบรสสิ 
 
 
 
จนได้มาเจอกับร้านอาหารที่เข้าใจในคอนเซปต์ของเราอย่าง Charna ที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่กี่สัปดาห์ที่ชั้น 3 สยามเซนเตอร์ บริเวณเดิมของร้าน ZEN จุดนี้ขอบอกเลยว่า อาหารดีแบบแซ่บนัวครบเครื่องครบรสก็มีนะ ! 
 
Charna อ่านว่า ฌา-นา ชื่อร้านทำให้เราสงสัยมากว่ามีความหมายว่าอะไร ทำไมถึงใช้ชื่อนี้ พอได้คุยกับสมาชิกบ้าน Charna แล้วจึงได้รู้ว่า ความตั้งใจของพวกเขาคืออยากให้ที่นี่สัมผัสได้ มีตัวตน เลยคิดว่าชื่อจะต้องคล้ายกับชื่อคนด้วย ในขณะเดียวกัน คำนี้ก็มาจากภาษาฮิบรู หมายถึงความเจริญงอกงาม แถมยังพ้องกับเสียงไทยในคำว่า "ชานบ้าน" ให้ดูเป็นมิตร เป็นกันเองมากขึ้นไปอีก 
 
 
 
ไม่ใช่แค่ชื่อร้านคล้ายกับคำว่าชานบ้านเพียงอย่างเดียว แต่การตกแต่งของ Charna ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าบ้านเพื่อน (หรือบ้านตัวเองก็ได้) ที่ดูผ่อนคลายหน่อย ๆ การเลือกใช้วัสดุไม้สีอ่อนเป็นหลักในการตกแต่งร้านทำให้ดูสบายตามากขึ้นเลย ซึ่งจริง ๆ การใช้ไม้สีนี้สุ่มเสี่ยงว่าจะออกไปในทางญี่ปุ่นเหมืนกันนะ แต่พอที่นี่หยิบเอากิมมิกบ้านไทยมาผสมรวมอย่างบานเกล็ดหน้าต่างที่มีแค่บ้านคนไทยนี่แหละใช้กันเยอะ หรือไม้ตีเป็นซี่เป็นช่องเหมือนรั้วระเบียง รั้วบ้าน รัวบันได ก็ยกความรู้สึกเหมือนมานั่งกินข้าวหน้าชานบ้านได้อยู่ เออเนี่ยเขาก็คิดต่อยอดกันมาแบบองค์รวมเหมือนกันนะ

 
อีกอย่างที่ชอบของที่นี่คือเรื่องไอเดียตั้งต้นของทางร้านว่าเดี๋ยวนี้ Healthy Trend มาแรงจริง ๆ แต่หลาย ๆ คนก็ยังมองเห็นภาพอาหารเฮลท์ตี้ว่าต้องเป็นอาหารที่ไม่อร่อย จืดชืด น่าเบื่อ มีอยู่รสเดียว จนกลายเป็นภาพจำของอาหารกลุ่มนี้ไปแล้ว Charna จึงจับแระเด็นนี้มาเล่น และต้องการฉีกกฎใหม่ในรสชาติของอาหารเฮลท์ตี้ไปเลย ซึ่งก็สอดคล้องกับสโลแกนของ Food Passion บริษัทใหญ่ของร้าน Charna เองที่ว่าเราจะสร้างความสุขผ่านมื้ออาหาร พอดีด้วย จึงเกิดเป็นร้านอาหารที่ดีต่อเราอย่างนี้ขึ้นมา
 
 
 
ซึ่งหลายคนก็สงสัยอีกใช่ไหมว่า (หลายสงสัยเหลือเกิ้นนน) แล้วมันจะเฮลท์ตี้ยังไง เพราะเห็นในเมนูก็จัดเต็มทั้งเนื้อ หมู อาหารทะเล เสือร้องไห้ติดมัน หรือหมูสามชั้นเด้ง ๆ ขนาดนั้น ซึ่งจุดนี้ต้องขอบอกก่อนว่าอย่าเพิ่งติดกับดักของคำว่าเฮลท์ตี้ไปว่าจะต้องเป็นอาหารจืด ๆ ผักเท่านั้น ไม่แป้ง ไม่มัน ตามภาพจำกันไป เพราะที่จริงแล้วอาหารที่เฮลท์ตี้ คืออาหารที่มีสารอาหารให้กับร่างกายครบ กินแล้วได้ประโยชน์กับตัวเรา และปรุงจากวัตถุดิบที่ปลอดภัยต่างหาก ซึ่ง Charna เองก็จับจุดนี้แหละมานำเสนออาหารเฮลท์ตี้ของเขา โดยวัตถุดิบทั้งหมดนั้น Charna เขาคัดแล้วคัดอีกยิ่งกว่าช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ โดยยกตัวเองเป็น Hub of Farmer เป็นที่ที่พบกันระหว่างเกษตรกร สหกรณ์ ที่มีคุณภาพ และผู้รับประทานอาหาร ซึ่งจุดนี้ก็มองว่ากลุ่ม Urban Jobber ที่อยู่ในเมือง ชอบหาของดีมีคุณภาพกิน แต่โอกาสหาเจอนั้นไม่ง่ายนี่แหละคือกลุ่มเป้าหมายที่ทางร้านต้องการ จึงไม่แปลกที่ร้านจะมาตั้งอยู่ที่ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างสยามเซ็นเตอร์นี่เอง

 
 
แต่ถ้าจะให้เล่าแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวจะยังงงและคิดภาพตามไม่ออกว่าที่นี่เขาใส่ใจในวัตถุดิบขนาดไหน เราจึงลองสั่งแต่ละเมนูมาลองให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย ซึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมา Charna ก็น่าจะเป็นเซ็ตหม้อต้มนี่แหละ ก่อนอื่นต้องเลือกน้ำซุปสูตรลับฉลับ Charna เสียก่อน โดยมีทั้งแบบซุปไก่สมุนไพรที่ได้จากการเคี่ยวไก่และผักหลายชนิดข้ามคืน หรือจะเป็นซุปแซ่บคล้ายจิ้มจุ่ม แต่เต็มไปด้วยสมุนไพรไทยในหม้อก็ได้ แล้วจึงลงมือสั่งชุเอาหารที่มีให้เลือกตั้งแต่ชุดหมูสามเกลออารมณ์ดี (355 บาท) ที่ประกอบไปด้วยหมูสันนอก สันคอ และหมูสามชั้น ซึ่งเนื้อหมูที่นี่เป็นหมูกรีนพอร์ก จากฟาร์มคุณชายละเอียด จังหวัดราชบุรี ด้วยวิธีการเลี้ยงที่ทำให้หมูของเขาอารมณ์ดีที่สุด ตั้งแต่การปล่อยให้หมูวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า เปิดเพลงให้ฟัง แถมยังไม่มีการใช้สารเคมีกับหมู แต่เลือกใช้โพรไบโอติค จุลินทรีย์จากธรรมชาติในการเสิรมสร้างความแข็งแรง และป้องกันโรคให้กับหมูทุกตัวแทน นี่แหละคือการเลือกวัตถุดิบที่ดี ปลอดภัย และมีประโยชน์ให้กับพวกเราได้กินกัน ซึ่งหมูก็นุ่มอร่อยจริงจังไปเลยยย
 
 
 
ส่วนสายเนื้อขอให้ลองชุดสามสหายโคขุนร่าเริง (485 บาท) ที่ประกอบไปด้วยเนื้อใบพาย สันคอ และเสื้อร้องไห้ ที่ตัวเนื้อลายสวยเวอร์ แต่ไม่ได้สวยอย่างเดียวนะ เพราะเนื้อในจานนั้นได้มาจากเครือข่ายสหกรณ์โคเนื้อ จังหวัดระยอง ที่มีการแบ่งการเลี้ยงวัวของเขาออกเป็น 3 ระยะ เริ่มจากน้องวัวเด็กวัยกำลังซน ก็ปล่อยให้สนุกของเขาไป พอเข้าสู่วัยรุ่น ก็เปลี่ยนการเลี้ยงดูใหม่ ด้วยการให้กินอาหารสร้างกล้ามเนื้อ พอเป็นวัวโตเต็มวัยก็ให้อาหารพลังงาน และโปรตีนที่มีคุณภาพกับพวกเขากิน ไม่ได้เร่งรัดขุนวัวให้เอาแต่กิน ๆๆ ตั้งแต่เกิดจนต้องเครียด เนื้อวัวที่ได้เลยมีมันแทรกสวยงาม ปลอดภัย แถมบอกเลยว่าไม่เหนียวเลย ส่วนเสือร้องไห้ที่มันเยอะหน่อยก็ไม่เลี่ยนเลย อีกความดีงามคือเนื้อชิ้นใหญ่ดี รู้สึกคุ้มค่าดีจ้า

 
 
 
สุดท้ายสำหรับสายซีฟู้ดก็ลองเป็นชุดแก๊งประมงรักโลก (585 บาท) ที่ในเซ็ตมีปลากะพงหิน ปลาน้ำดอกไม้ ปลาอินทรี กุ้งแชบ๊วย และหมึกศอก โดยส่งมาถึงร้านวันต่ิวันจากเครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล ที่มีเครือข่ายประมงอยู่หลายที่ โดยทุกที่ในการควบคุมนั้นล้วนเป็นนักอนุรักษ์ด้วย จะทำประมงโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จับสัตว์น้ำตามฤดูกาล ไม่จับช่วงฤดูวางไข่ ไม่จับสัตว์น้ำวัยอ่อน แล้วใช้วิธีการขนส่งแบบอัดน้ำแข็งมาแน่น ๆ เท่านั้น ไม่พึ่งพาสารเคมีเพื่อรักษาสภาพวัตถุดิบ ดังนั้นมั่นใจเลยว่าไม่ได้หมักฟอร์มาลีนมาแน่ ๆ ซึ่งตรงนี้เราติดใจหมึกศอกมาก เพราะมาชิ้นหนามากแบบมาก เคี้ยวตุ้ยแล้วเต็ม ๆ คำจริงอะไรจริง
 
 
 
 
สำหรับใครที่สั่งหม้อต้ม ก็สามารถไปหยิบจับผักสดเอามาลงหม้อได้ไม่อันที่ Farm Station อีกด้วยนะ ซึ่งตรงนี้ก็มีผักให้เลือกเยอะมาก ทั้งผักยืนพื้นว่าเอามาใส่หม้อต้อมต้องอร่อยแน่ ๆ ผักพื้นบ้านที่หากินไม่ได้ง่าย ๆ ไปจนถึงผักตามฤดูกาลที่น่าสนใจ ซึ่งผักเหล่านี้ได้มาจากพี่ตุ้ย จอนนอนไร่ ที่เลี้ยงผักทั้งหมดแบบไม่เคยโดนสารเคมีเลย อย่างวันที่เราไปนั้นก็มีจิงจูฉ่ายออร์แกนิกมาตั้งแบบทั้งต้น ให้เราได้เด็ดใบสด ๆ ไปกินเลยด้วย นอกจากนี้ยังมีโซนน้ำจิ้มให้เติมแบบแน่นจริง เพราะมีน้ำจิ้มให้เลือกถึง 5 แบบ ตั้งแต่น้ำจิ้มแจ่วฌานาสำหรับคนชอบอะไรแซ่บ ๆ ไทย ๆ น้ำจิ้มพอนซึและน้ำจิ้มงาสำหรับคนชอบสไตล์ญี่ปุ่น หรือจะเป็นน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว และน้ำจิ้มซีฟู้ดสำหรับคนสั่งพวกอาหารทะเลมากินก็ดีงามไม่แพ้กัน

 
 
 
 
นอกจากพวกหม้อต้มแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูจานเดี่ยวให้เราได้สั่งอีกเยอะแยะเต็มไปหมด เราลองสั่งเมนูย่างอย่าง ซี่โครงหมูอารมณ์ดีย่างสมุนไพรตะไคร้กรอบ (395 บาท) ที่มาจากฟาร์มคุณชายละเอียดเช่นเดิม ซี่โครงหมูย่างมาแบบแร็กใหญ่ ๆ แบ่งกันกินได้สองสามคน เสิร์ฟพร้อมผักสดกองโต และผักกรอบ Freeze Dry เพิ่มมิติของอาหาร และผักย่างแบบบาร์บีคิว จานนี้ยกความดีงามให้ซี่โครงที่นุ่มจริงและเนื้อร่อนออกมาจากกระดูกง่ายดี อีกจานเป็นของกินเล่นแต่ก็จริงจังอย่าง ยำสาลี่กะปิชาวดอย (135 บาท) สาลี่กรอบ ๆ หั่นเต๋า นำมายำแบบใส่กะปิหอม ๆ หั่นพริก หอมแดง ถั่วลิสงคั่ว รสไม่จัดมาก ก็ดินเพลิน ๆ แป๊บเดียวหมดเช่นกัน ส่วนจานข้าวเราลองสั่ง ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ผัดน้ำพริกหนุ่ม สเต๊กปลาแซลมอน (295 บาท) มาลองชิม จานนี้เราขอมอบมงให้ไข่อนเซ็น ที่เรียกว่าเป็นไข่ขบถ เพราะฟาร์มที่เลี้ยงไก่ไข่นั้นเลี้ยงไม่เหมือนที่อื่น ได่มีพื้นที่กว้าง แถมยังกินน้ำรางจืด ซึ่งเป็นน้ำสมุนไพรอีกด้วยนะ

 
 
 
เครื่องดื่มก็ไม่หวือหวาอะไรมาก แต่ก็ถือว่าเข้ากับจานอาหารได้เป็นอย่างดี ทั้งทรอปิคานาโซดา (85 บาท) หวาน ๆ ซ่า ๆ จากโซดาและเสาวรส กับชาทับทิม (85 บาท) ก็ชื่นใจดี แต่เราอยากแนะนำให้ไปลองน้ำผลไม้สกัดเย็นสูตรของ Charna ที่ Garden Station (95-135 บาท) ที่มีให้เลือกถึง 10 สูตรตามคุณประโยชน์ที่แต่ละคนสนใจ กินที่ร้านก็ได้ ซื้อกลับบ้านก็มี เพราะใส่ขวดพร้อมถือกลับบ้านได้เลย แต่ระวังฝาปิดนิดนึงนะ เพราะสกัดกันสด ๆ ปิดฝากันตรงนั้น ไม่ได้มีซีลพลาสติกหุ้มฝาอีกรอบ ถือแกว่งไปมาอาจฝาเปิดเองได้ (เราโดนมาแล้วไม่ใช่อะไร ฮือ)

 
 
ปิดท้ายด้วยของหวานชื่นใจอย่างกล้วยไข่ไอศกรีม (145 บาท) กล้วยไข่เชื่อมไม่หวานมาก เสิร์ฟกับไอศกรีมมะพร้าวแบบเจลาโต้ ที่รองด้วยข้าวพองกรุบกรอบ กับเฉาก๊วยน้ำตาลทรายแดง (55 บาท) เมนูง่าย ๆ แต่ก็ชื่นใจดีทีเดียว
 
 
Soimilk Says: ถึงแม้ว่าวัตถุดิบทั้งหมดของ Charna จะไม่ได้เป็นออร์แกนิกทั้งหมด แต่ก็มั่นใจได้ว่าเป็นวัตถุดิบปลอดสารพิษแน่ ๆ ซึ่งความใส่ใจในการเลือกวัตถุดิบถึงกับตระเวนหาฟาร์ม เกษตรกร ผู้เลี้ยง และสหกรณ์ไปทั่วประเทศเลยนั้นเราต้องขอนับถือเลย และของแบบนี้พอเราได้มาพิสูจน์ด้วยตัวเองก็รู้เลยว่าความตั้งใจของพวกเขาที่เลี้ยงสัตว์ปลูกผักมานั้นมันส่งต่อผ่านจานอาหารได้จริง ๆ แหละ อีกอย่างคือเชฟที่นี่ก็ครีเอทเมนูมาแบบพอรู้อยู่ว่าวัตถุดิบที่มีต้องเอาไปทำอาหารแบบไหนถึงไม่เสียคุณค่าไป คนรักสุขภาพก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง แต่อาหารเฮลท์ตี้ ไม่ใช่อาหารไดเอทนะ ดังนั้นใครคิดว่ามากินแล้วจะไม่อ้วน ก็ไม่น่าใช่ /me หยิบหมูสามชั้นลงหม้อ

 
Charna เปิดทุกวัน เวลาทำการ 10:00-22:00 น. ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ โทร. 061-415-8252 BTS สยาม www.fb.com/charnabangkok