Skip to main content
AdSense

Rei Bar เส้นแสงอาวอง-การ์ดแห่งเจริญกรุง บาร์สายทดลองน้องใหม่ที่เกิดมาเพื่อสายแฟโดยเฉพาะ

รวมพลคนแฟชั่น

Rei Bar เส้นแสงอาวอง-การ์ดแห่งเจริญกรุง บาร์สายทดลองน้องใหม่ที่เกิดมาเพื่อสายแฟโดยเฉพาะ
February 23, 2020 Bangkok time

อยู่เมืองเก่าแต่ไม่จำเป็นต้องเก่า

 
หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่เบื่อแล้วกับการย้อนยุคกลับไปสัมผัสความทรงจำของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งของเจริญกรุงเมื่อ 50-60 ปีก่อน และพอกันทีกับการหลงอยู่ในกลิ่นอายอดีตของวันวานในย่านโอลด์ทาวน์แห่งนี้ เราเชื่อว่า Rei Bar น่าจะเป็นทางเลือกน้องใหม่ที่ถูกใจชาว 4G ที่กำลังมองหาแหล่งแฮงก์เอาต์ชวนตื่นตาที่จะพาเราทะลุมิติไปสัมผัสกับเจริญกรุงในเวอร์ชันเหนือชั้นแบบไม่อิงกับกิมมิกความวินเทจดูบ้าง
 
 
 
ถึงแม้จะเลือกใช้โลเคชันเป็นห้องแถวเก่าอายุกว่า 60 ปี ในทำเลใกล้วัดไตรมิตรแห่งย่านหัวลำโพงเป็นที่ลงหลักปักฐาน รวมถึงการเลือกใช้วัสดุประจำย่านอย่างโครงสร้างเหล็กจากร้านเหล็กดัดบ้านใกล้เรือนเคียงมาใช้ แต่ Rei Bar นั้นห่างไกลจากคำว่า 'ย้อนยุค' อยู่มากหากนำไปเทียบกับบรรดาคาเฟ่และบาร์ที่ผุดขึ้นมาเล่นกับกิมมิกความวินเทจในย่านนี้ และถึงแม้จะมีกลิ่นอายหลงเหลือจากรูปแบบห้องแถวโบราณหน้ากว้างแคบ ๆ แต่ด้วยการใช้หลักอินทีเรียดีไซน์แบบใหม่ที่เล่นไปที่ฟังก์ชันและการทิ้งดับเบิลสเปซโล่ง ๆ รวมกับการเติมแสงสีเลเซอร์ ไฟนีออนที่จะเปลี่ยนสีและมู้ดร้านไปในทุก ๆ นาที และงานวิชวลสามมิติที่รอต้อนรับเราอยู่หลังประตูเหล็กดัด คำว่า 'ย้อนยุค' เลยไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของบาร์ลับแห่งใหม่นี้ แต่น่าจะเรียกว่าเป็นบาร์ที่ 'หลงยุค' มาจากโลกอนาคตซะมากกว่า

แรงบันดาลใจจากแบรนด์แฟชัน สู่บาร์ลับที่เปิดรับทุกไอเดีย

 
จริง ๆ แค่เห็นการตกแต่งสุดแสนจะท้าทายจินตนาการขนาดนี้แล้ว ถึงไม่บอกก็คงพอจะดูออกว่าบาร์แห่งนี้สร้างมาภายใต้ไอเดียออกแบบในแนวคิดก้าวกระโดดโดยมีแกนนำคือ คุณแชมป์-วิณ โชคคติวัฒน์ ดีไซเนอร์มือฉมังจากแบรนด์ Vinnpatararin ที่มาพร้อมดีกรีแฟชันดีไซน์จากฝรั่งเศส เลยไม่น่าแปลกใจที่กลิ่นอายล้ำยุคแบบอาวอง-การ์ด (Avant-garde) และเส้นสายแบบเลเซอร์คัต (Laser-cut) ตามแพตเทิร์นเสื้อผ้าของแบรนด์นี้จะถูกหยิบยกมาใช้เป็นคีย์หลักในการออกแบบบาร์ลับแห่งแรกของแบรนด์
 
 
อินสไปร์ทั้งหมดทั้งมวลจากคาแรกเตอร์เสื้อผ้าของทางแบรนด์ถูกหยิบมาตัดทอนจนกลายเป็นลำแสงเลเซอร์ เฟอร์นิเจอร์สเตนเลส และการเล่นสีสันที่สาดใส่มาไม่ยั้งบนพื้นผนังปูนเปลือยเพลน ๆ ของห้องแถวหน้ากว้างแค่ไม่กี่เมตรริมถนนข้าวหลามย่านหัวลำโพง-เจริญกรุง ใครไม่รู้อิโหน่อิเหน่ขับรถผ่านมาก็คงมีช็อกกันบ้างกับการปรากฎกายด้วยสีสันฉูดฉาดของบาร์แห่งนี้ที่เหมือนจู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงใด ๆ มาก่อน
 
พอได้นั่งคุยกับพี่แชมป์ไปเรื่อย ๆ เลยได้รู้ว่านี่ยังเป็นแค่ช่วงเริ่มแรกเท่านั้น ในอนาคตคือนอกจากพื้นที่ชั้น 2 และชั้น 3 ที่กำลังจะเปิดทำการในเร็ววันเป็นส่วนค็อกเทลบาร์จริงจังและพื้นที่สำหรับงานอาร์ตและงานดีไซน์แล้ว โมชันกราฟิก 3D ที่ผนังก็จะเปลี่ยนรูปแบบไปด้วยในทุก ๆ ควอเตอร์ เพราะฉะนั้นถ้าไปร้านนี้แล้วเห็นแว่น 3D วางอยู่บนโต๊ะก็ไม่ต้องตกใจ สามารถแกล้ง ๆ หยิบมาใส่ถ่ายรูปเล่น หรือจะใส่ไปจิบค็อกเทลไป แล้วนั่งดูโมชันกราฟิกบนผนังไปด้วยให้มึนหัวเล่นทั้งคืนเลยก็ได้ ไม่มีใครว่า!

สตรีตฟู้ดแบบเอเชียนทวิสต์กับคลาสสิกค็อกเทลในช่วงซอฟต์โอเพนนิง

 
 
เรารู้จักบาร์ลับแห่งนี้พร้อมกันกับหลาย ๆ คนเป็นครั้งแรกเมื่อตอน Bangkok Design Week 2020 ที่เริ่มเปิดทำการช่วง Super Soft Opening วันแรกพร้อมงานดีไซน์วีกพอดิบพอดี เมนูอาหารที่รังสรรค์ขึ้นมาจากการแท็กทีมทำโปรเจกต์ร่วมกันของแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง Vinnpatararin และเชฟแอนดี้ หยาง ตั้งแต่สมัยงาน Bangkok Design Week เมื่อช่วงกุมภาพันธ์ เลยถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นซิกเนเจอร์ประจำร้านที่ใครมา Rei Bar แล้วไม่สั่งจะถือว่ามาไม่ถึง เริ่มจาก Chef Andy Salmon (265 บาท) ยำแซลมอนดิบสูตรเชฟแอนดี้ มาพร้อมน้ำยำรสจัดจ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของเชฟมิชลินสตาร์คนนี้ ชอบที่ด้านบนยำแซลมอนมีการท็อปกระเทียมเจียวมาด้วยรัว ๆ
 
 
อีกเมนูไฮไลต์ที่ทำร่วมกับเชฟแอนดี้คือ Nagoya Hamachi Grill (315 บาท) ข้าวหน้าแก้มปลาฮามาจิย่างเกลือ ความพิเศษเริ่มมาตั้งแต่การใช้แก้มปลาฮามาจิจากนาโกย่า หมักซีอิ๊วสูตรพิเศษรสชาติออกหวานและติดกลิ่นเผ็ดซ่าหอม ๆ ของพริกไทย ย่างถ่านจนหนังกรอบฉ่า โปะลงบนข้าวสวยร้อน ๆ ที่เลือกใช้ข้าวกล้องหอมมะลิเวสสันตะระ ข้าวไทยสายพันธุ์ใหม่ที่ปลูกโดยชาวนาในแถบภาคอีสาน เสริมทัพด้วยเครื่องเคียงอย่างทับทิมสด หอมแดง หอมใหญ่ แคร์รอตดอง และพริกดอง เป็นเมนูที่ตีความมาจากโจทย์การผสมผสานอาหารทานง่ายสไตล์สตรีตฟู้ดให้เข้ากับวัตถุดิบทางฝั่งเอเชีย กลายเป็นเมนูเอเชียนทวิสต์ที่ให้ทั้งความเก๋และประสบการณ์การกินแบบใหม่ แต่ยังคงคาแรกเตอร์อาหารการกินในย่านเจริญกรุงนี้ได้อยู่แบบไม่หลุดธีม
 
 
 
อีก 2 เมนู ที่ถึงแม้จะไม่ได้รังสรรค์ร่วมกับเชฟแอนดี้แต่เราชอบมาก ๆ คือ Bangkok Spicy Salad (185 บาท) หมูสามชั้นทอดกรอบหั่นมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้ทานคู่กับยำมะม่วงรสเปรี้ยวเข็ดฟัน และอีกเมนูพิเศษหาทานยากอย่าง Mah Hoa (125 บาท) ของว่างตำรับชาววังที่สามารถสืบเรื่องสืบราวไปได้ถึงรัชกาลที่ 5 โน่น เพราะนี่ถือเป็นสูตรขนมเชื่อมสัมพันธ์ไทยจีน ใช้หมูสับผัดคู่กับน้ำผึ้ง ถั่วลิสงและเครื่องเทศ ทานคู่กับส้มสายน้ำผึ้งและข้าวตัง ซึ่งถึงแม้ว่าจะนี่อาจไม่ใช่ม้าฮ่อตามตำราชาววังแบบดั้งเดิมเป๊ะ ๆ แต่ก็เป็นรสชาติที่ลงตัวกับรสปากเรามาก ๆ กินเพลิน ๆ คู่ค็อกเทลสักแก้วคือดีงามเวอร์
 
 
ไหน ๆ ก็พูดถึงค็อกเทลแล้ว เลยขอชวนแวะมาลองจิบค็อกเทลของที่นี่กันก่อนกลับบ้านซะหน่อย ซึ่งถึงแม้ว่าในช่วงนี้จะยังเป็นค็อกเทลเมนูบ้าน ๆ สไตล์เบสิกล้วน ๆ อาทิ Mojito (280 บาท) Dry Martini (280 บาท) และ Margarita (280 บาท) แต่เชื่อว่าด้วยแสงสีสุดมึนเมาและเมนูค็อกเทลเก๋ ๆ ฉบับเต็มที่กำลังจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ จะทำให้ Rei Bar กลายเป็นแหล่งแฮงก์เอาต์ที่บรรดาสายแฟทั้งหลายจะต้องมากระจุกรวมตัวกันอยู่ที่นี่ทุกคืนอย่างแน่นอนเด้อ
 
Soimilk Says: ใครกำลังมองหามู้ดใหม่ ๆ ของย่านเมืองเก่า เราว่าการได้มานั่งท่ามกลางแสงสีฉูดฉาด ฟังเพลงบีตส์ตึ้บ ๆ จากดีเจเลือดใหม่และเพลย์ลิสต์นอกกระแสที่บางทีก็เปิดเพลงภาษาฝรั่งเศสรัว ๆ มาพร้อม ๆ กับการเสิร์ฟเมนูอาหารอร่อย ๆ แนวสตรีตฟู้ดที่คิดมาอย่างใส่ใจ และตบท้ายด้วยจิบเครื่องดื่มดีกรีแรง ๆ บาดคอ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งการเสพงานอาร์ตแบบมิติใหม่ที่ถึงจะไม่ใช่สายแฟชั่นจ๋า ๆ ก็สามารถเอ็นจอยและอินไปกับบรรยากาศคูล ๆ แบบนี้ได้สบาย ๆ เลยแหละ
 
Rei Bar ถ.ข้าวหลาม (ใกล้วัดไตรมิตร) เวลาทำการ ทุกวัน 18:00-00:00 น. MRT หัวลำโพง (แล้วเดินประมาณ 10 นาที) fb.com/REI.BANGKOK
AdSense
AdSense
AdSense