Skip to main content
AdSense

จิบเครื่องดื่มตระกูลเหล้าหวานกันหลังเลิกงานที่ Otsu Bar บาร์ไซซ์เล็กแต่เท่จนต้องร้องว่าโอ๊ทส์!

 เลิกงานแล้ว จะดื่มกี่แก้วก็ได้ เจ้านายไม่ว่า! (แต่พรุ่งนี้ต้องห้ามมาสาย)

จิบเครื่องดื่มตระกูลเหล้าหวานกันหลังเลิกงานที่ Otsu Bar บาร์ไซซ์เล็กแต่เท่จนต้องร้องว่าโอ๊ทส์!
March 3, 2020 Bangkok time
'Otsu' ที่มาจากประโยคยอดฮิตของเหล่าซาลารี่แมนญี่ปุ่นที่ว่า otsukaresama (お疲れ様) มักนิยมใช้ชื่นชมเพื่อนร่วมงานว่าทำงานหนัก หรือทำงานเก่งมากเลย แต่ถ้าได้ยินประโยคนี้ตอนเลิกงานเมื่อไหร่ นั่นหมายถึงเลิกงานแล้ว ไปดื่มกันเถอะพวกเรา!
 
 
ด้วยความที่โลเคชันอยู่ท่ามกลางดงตึกออฟฟิศในย่านจตุจักรที่หาแหล่งแฮงก์เอาต์ประจำถิ่นยากซะเหลือเกิน (ไม่นับเพิงเหล้าขาวที่มีอยู่เพียบ) Otsu Bar เลยกลายเป็นพิกัดปักหมุดยอดฮิตหลังเลิกงานของเหล่าซาลารี่แมนในย่านนี้ไปโดยปริยาย และถึงแม้จะเป็นบาร์ไซซ์เล็กจิ๋วที่นั่งเบียดกันได้แค่ไม่กี่โต๊ะ แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคให้เหล่านักแฮงก์เอาต์ยามราตรีเอาใจออกห่างจากร้านนี้ไปได้เลย เพราะถ้าได้มาลองมาชิมเครื่องดื่มและอาหารจากร้านนี้แล้ว เราการันตีเลยว่าติดใจชัวร์
 
 
 
อินทีเรียและการเลือกใช้โทนสีร้านที่ดูโมเดิร์นและฮิปสเตอร์ ตัดกันกับโทนสีของร้านเนื้อเพื่อนบ้าน แต่ดันคอนทราสต์สุด ๆ กับห้องแถวรอบข้าง ทำให้หน้าร้านของทั้ง Otsu Bar และ Wild Beef (อ่านต่อ: Wild Beef บุชเชอร์ชอปที่เสิร์ฟเมนูเนื้อแมน ๆ เหมือนเวลาไปออกทริปตั้งแคมป์กับชาวแก๊ง) โดดเด้งเกินหน้าเกินตาชาวบ้าน จนเราต้องขอแวะเข้าไปสำรวจความเตะตานี้ที่ด้านในกันสักหน่อย
 
บาร์ยาวทางฝั่งขวาของร้านเรียงรายต้อนรับเราด้วยซีเลกชันเหล้าหวาน (Liquer) จากญี่ปุ่นจำนวนมาก จนคิดว่าถ้ามองนาน ๆ อาจทำให้ตาลายได้ เราเลยขอตัดปัญหาด้วยการเริ่มจากสั่ง Umeshu Testing Set (280 บาท) มาลองก่อนเป็นการเปิดหัว เพราะนี่คือเซตเริ่มต้นสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรดี เป็นเหล้าบ๊วยแนะนำ 3 ช็อตจากทางร้าน ทั้ง Ooiri Nigori Umeshu Daku-Daku, Tsukigase no Umegenshu และ Choya Uji Green Tea Umeshu ให้เราได้ตัดสินใจว่าอยากลองเหล้าบ๊วยตัวไหนเป็นตัวต่อไป
 
 
ส่วนใครที่ไม่ได้อินกับเหล้าบ๊วยมาก ที่นี่ก็ยังมี Yuzu Testing Set (280 บาท) ไว้ให้สั่งมาลองเพื่อให้เหล่านักดื่มได้ค้นหาเหล้ายูซุในสไตล์ที่ใช่อีกด้วย
 
 
 
แต่สำหรับนักดื่มคอแข็งที่อยากสเตปความดีกรีแรงขึ้นมาอีกขั้น จุด ๆ นี้พี่ ๆ ที่ร้านเขาเลยแนะนำค็อกเทลตัวพิเศษมาให้ลองอีกเพียบ อาทิ Kyoho San (320 บาท) ค็อกเทลเบสเหล้าจินญี่ปุ่น ผสมลิเคียวองุ่นเคียวโฮ และ Evening Tea (280 บาท) สร้างกลิ่นหอมไม่เหมือนใครด้วยลิเคียวชาเอิร์ลเกรย์ สาเก และน้ำแอปเปิล แต่งด้านบนด้วยมะนาวอบแห้งกับใบมะกรูด จิบอึกแรก ๆ เหมือนจิบชายามบ่ายใส ๆ แต่อึกถัดมาเริ่มคิดว่าไม่บ่ายแล้ว ตัดภาพไปตอนเที่ยงคืนได้เล้ย
 
 
สำหรับแก้วที่เราชอบมาก ๆ ขอยกให้ Ko-hiss (340 บาท) กาแฟเมล็ดเอธิโอเปียที่ถูกดริปด้วยเหล้าวอดก้า เติมความหวานอมเปรี้ยวด้วยลิเคียวส้มคัมควอต ท็อปด้านบนด้วยโซดา เป็นคอฟฟี่ค็อกเทลอีกแก้วที่กลายมาเป็นขวัญใจในลิสต์ของเราไปแล้วตอนนี้
 
 
ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มเบสลิเคียวหวานอมเปรี้ยวดื่มง่ายคล่องคอเท่านั้น แต่อาหารสไตล์ลูกครึ่งญี่ปุ่นของร้านนี้ก็มีความกินเพลินแบบสั่งมาได้รัว ๆ ตั้งแต่พาร์ตของทานเล่น อาทิ Sweet Potato Fries (120 บาท) ที่ใช้มันหวานมาทอดจนกรอบคล้ายเฟรนช์ฟรายส์ และ Fried Octopus Tentacles (150 บาท) หนวดหมึกยักษ์ชุบแป้งทอด เคี้ยวเพลินจนลืมไปเลยว่ากินข้าวเย็นมาแล้ว
 
 
 
แต่ถ้าใครเลิกงานแล้วพุ่งตัวตรงมาที่นี่แบบที่ยังไม่ได้กินข้าวเย็น เราอยากแนะนำเมนูหนักท้องที่เราลองแล้วว่าเวิร์กมาก ๆ คือ Vegetable Curry Rice (130 บาท) ข้าวหน้าแกงกะหรี่รสชาติเบา ๆ ที่เราสามารถเลือกเพิ่มท็อปปิงได้เอง ตั้งแต่ ไส้กรอกอาราบากิ เกี๊ยวซ่า กุ้งเทมปุระ ไก่คาราเกะ ยันหนวดหมึกชุบแป้งทอด (50-60 บาท) และเมนูที่คนรักอาหารญี่ปุ่นจะต้องร้องโอ๊ทส์ออกมาดัง ๆ อย่าง Unagi Don (330 บาท) ข้าวหน้าปลาไหลสไตล์คันโตที่แก๊งเจ้าของร้านนี้เขาไปได้ไอเดียมาจากเกาะชิมันโตะที่ญี่ปุ่น ย่างมาแบบนุ่ม ๆ ชุ่มซอส ใครชอบกินปลาไหลจะต้องฟินกับจานนี้มากแน่นอน
 
Soimilk Says: เห็นร้านเล็ก ๆ แบบนี้ แต่บอกเลยว่าทุกอย่างไม่ได้เล็กตามไซซ์เลยเด้อ เริ่มมาตั้งแต่อาหาร ของทานเล่น เหล้าหวาน ยันค็อกเทลที่ดาหน้าเรียงรายมาเต็มแผ่นเมนูจนสั่งกันไม่หวาดไม่ไหว รับรองว่าไปรอบเดียวคือลองไม่ครบทั้งร้านแน่ ๆ ยังไงก็ต้องนัดชาวแก๊งที่ออฟฟิศไปซ้ำรอบสองรอบสาม (อาจมีสี่ ห้า หก!) จนกลายเป็นลูกค้าประจำไปเลยก็เป็นได้!
 
Otsu Bar ซ.พหลโยธิน 18/2 เวลาทำการ อังคาร-เสาร์ 17:30-00:00 น. (ปิดวันอาทิตย์-จันทร์) โทร. 065-539-2654 BTS หมอชิต fb.com/otsubar.bkk
AdSense
AdSense
AdSense