สปีกอีซี่แบบ Thai-Roccoco
ถึงแม้ว่าในช่วง 2 ปีหลังมานี้ ซีนค็อกเทลในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคักจะดูเงียบเหงาลงไปบ้าง (แน่สิ! เพราะโควิดมาทีก็สั่งปิดบาร์ค็อกเทลที) เราเลยไม่ค่อยจะได้เห็นค็อกเทลบาร์เจ๋ง ๆ เกิดขึ้นใหม่สักเท่าไหร่ แต่ในที่สุดก็มีข่าวดีให้วงการนักดื่มได้ชุ่มชื่นหัวใจอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวแบบโบ้ม ๆ ของ มหานิยม ค็อกเทลบาร์ที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้ เพราะแค่เห็นชื่อหุ้นส่วนที่อยู่เบื้องหลังก็แทบจะพ่นไฟออกมาจากปากได้เลย!

แกนนำหลักของมหานิยมบาร์ เริ่มต้นที่ พี่หนึ่ง รณภร คณิวิชาภรณ์ แชมป์โลกชาวไทยจากรายการ Bacardi Legacy ในปี 2019 และอดีตแชมป์ตัวแทนประเทศไทย 2 สมัยจากการแข่งขัน Diageo World Class Bartender of the Year และแน่นอนว่าถ้ามีพี่หนึ่งก็ต้องมี พี่แจน เจนญ์ณรงค์ ภูมิจิตร จาก Majestic Bar Management and Consultant ซึ่งอยู่เบื้องหลังบาร์ระดับโลกมากมาย อาทิ Backstage Cocktail Bar ที่เคยได้รับรางวัล Asia’s 50 Best Bars ติดต่อกันถึง 5 ปี รวมทั้ง #FindTheLockkerRoom และ #FindThePhotoBooth 2 สปีกอีซี่บาร์ที่ยังคงความพิถีพิถันและเป็นตำนานถึงปัจจุบัน
ไม่ใช่แค่ 2 มิกโซโลจิสต์ชื่อดังระดับเวิลด์คลาสเท่านั้นนะ แต่ความพิเศษของค็อกเทลบาร์น้องใหม่แห่งนี้ยังรวมถึงพาร์ตเนอร์ฝั่งสายอาหารอย่าง เชฟชาลี กาเดอร์ และ เชฟแรนดี้ ชัยชัช นพประภา จาก 100 Mahaseth และ Fillets รวมถึงได้ตัว พี่อิ๊บ ณิชาภา มุ่งเพียร แห่ง Wine Bridge มาช่วยอัปสเกลความปังปุริเย่ให้บาร์แห่งนี้จนแมกซ์เต็มหลอด


เอาเป็นว่าแค่เห็นชื่อทีมพาร์ตเนอร์หลักของร้านก็แทบจะไม่ต้องสงสัยอะไรอีกแล้วในความจริงจังของบาร์น้องใหม่ (แต่คนทำไม่ใหม่) แห่งนี้ ซึ่งที่เราประทับใจมาก ๆ เป็นอย่างแรกตั้งแต่เปิดประตูเข้าไปบนพื้นที่บาร์ที่ซ่อนอยู่บนชั้น 2 ของร้าน 100 Mahaseth คือการตกแต่งที่ฉีกแนวออกมาจากสปีกอีซี่บาร์ปกติที่พี่หนึ่งและพี่แจนเคยทำ โดยครั้งนี้เลือกมาในธีมไทย-โมเดิร์นที่ทางร้านเรียกสไตล์การตกแต่งนี้ว่า 'Thai-Roccoco' (มาจาก Thai-Rocco-Disco) โดยตั้งใจให้ลิงก์กับร้านอาหารไทย-อีสานของเชฟชาลีที่อยู่ด้านล่าง เราชอบความพร็อพแต่งร้านต่าง ๆ ที่หยิบเอาไอเทมไทยบ้านมาอัปเกรดให้ดูแพงได้แบบมีเทสต์ อาทิ การใช้หมอนลายขิดหรือหมอนหนุนทรงสามเหลี่ยมมาวางบนเก้าอี้ไม้ทรงแคร่ รวมถึงการใช้เสือที่ตีความจากความเชื่อแบบไทย ๆ มาเป็นโลโก้ และหลังคาสังกะสีที่เพิ่มกลิ่นอายแบบโลคอลเข้ามาตัดเลี่ยนให้บาร์แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี
เครื่องดื่มที่ทำจากลำต้น ผล ใบ และทุกส่วนของวัตถุดิบ
'Resourceful Cocktail' คือคอนเซปต์หลักของบาร์แห่งนี้ที่บาร์เทนเดอร์ระดับโลกอย่างพี่หนึ่งต้องการจะจุดประกายความ zero waste ให้มากกว่าที่ใครเคยทำ โดยเริ่มต้นจากไอเดียเรื่องการใช้ทุกองค์ประกอบของวัตถุดิบ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมองข้าม (จริง ๆ คือคนทั่วไปเขาไม่ทำกัน!) ซึ่งพี่หนึ่งมีความเชื่อว่าทุกส่วนของวัตถุดิบมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นดอก ใบ ผล เนื้อ น้ำ ราก ไปจนถึงลำต้น เลยเป็นที่มาให้ซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่นี่ล้ำกว่าเพื่อนในรุ่นนั่นเอง!

อย่างแก้วที่เราได้ลองในวันนี้แล้วชอบมากคือ Pomelo (390 บาท) ที่พี่หนึ่งเอาใบส้มโอไปอบแห้งทำเป็นชา เอาเปลือกสีขาวไปผสมกับพริกแห้งเพื่อทำเป็นออยล์ และนำเนื้อไปคั้นเป็นน้ำส้มโอสด เชกพร้อมเหล้าเวอร์มุทและไวต์รัม เมื่อดื่มในจิบแรกจะได้ความเปรี้ยวหวานสดชื่น ตามมาด้วยความขมที่เป็นเอกลักษณ์ของผลไม้ชนิดนี้ในจิบต่อ ๆ มา และความเผ็ดปากเบิร์นปิดท้ายจากออยล์พริกแห้ง แถมความฟินเป็นโบนัสด้วยบิสกิตเมล็ดแตงโมผสมเกลือและงาที่แปะมาบนแก้วเก๋ ๆ


ส่วนอีก 2 แก้วที่มาแล้วควรลองคือ Coffee (390 บาท) ซึ่งถึงแม้ชื่อจะฟังดูง่าย ๆ เหมือนแค่เอากาแฟไปทำค็อกเทล แต่จริง ๆ แล้วเกิดขึ้นจากการใช้ทุกส่วนแม้กระทั่งเปลือกกาแฟ (คาสคาร่า) ดอกกาแฟ และโฟมเมล็ดกาแฟมาเป็นส่วนประกอบหลัก และ Cow (390 บาท) แก้วไฮไลต์ที่ใครมาก็อยากให้ลองสั่ง เพราะแค่เตรียมวัตถุดิบก็ปาไปเกือบ 3 วันแล้ว เนื่องจากมีการใช้น้ำมันจากเนื้อวัวสายพันธุ์จัสมินวากิวและบราวน์บัตเตอร์ที่เป็นวัตถุดิบอาหารคาวมาใช้ในค็อกเทล โดยมีเบสเหล้าเป็นบรั่นดีและไวน์แดง ใครที่อยากเปิดโลกและเข้าวงการเครื่องดื่มเวิลด์คลาสแบบจริงจัง ก็ไม่ควรพลาดแก้วนี้ด้วยประการทั้งปวง
อาหารไทยทาปาสจากเชฟชาลี


สำหรับใครที่กลัวจิบค็อกเทลเยอะ ๆ แล้วจะมึน ที่นี่เขาก็มีเสิร์ฟจานเด็ดที่ได้อินสไปร์มาจากร้านด้านล่างของเชฟชาลี ซึ่งนำเอาเมนูลูกรักที่แฟนคลับเชฟชาลีหลาย ๆ คนน่าจะคุ้นปากอย่าง ข้าวเหนียวหมูปิ้ง (200 บาท) และ ไขกระดูกงาขี้ม่อน (200 บาท) มาเสิร์ฟด้านบนค็อกเทลบาร์แห่งนี้ในไซซ์เล็กพอดีคำ สำหรับแก้ท้องว่างด้วย

ที่เราชอบมากคือเมนูของทอดอย่าง ข่างปอง (160 บาท) ที่เชฟชาลีใช้มะละกอฝานแผ่นหนา ๆ ไปชุบแป้งทอดกรอบรสปลาร้า และเสิร์ฟคู่กับน้ำพริกญวนรสเผ็ด รวมถึงจิ้นตุ๊บ (290 บาท) เนื้อไทยวากิวส่วน Frank ที่ถูกหมักด้วยหัวปลาก่อนนำไปตาก และย่างถ่านช้า ๆ เพื่อกลิ่นสโมกเบา ๆ เสิร์ฟมาพร้อมน้ำพริกข่าให้จิ้มกินเพลิน ๆ สลับกับค็อกเทล
Soimilk Says: เราเชื่อว่านี่คือการปฏิวัติวงการค็อกเทลเมืองไทย ที่นอกจากจะมัดรวมเอาศาสตร์ Mixology กับ Gastronomy ให้เกิดเป็นเมนูอันเลอค่าหาที่ไหนไม่ได้แล้ว เรายังชอบคอนเซปต์การใช้ทุกส่วนของวัตถุดิบเพื่อทำให้การดื่มค็อกเทลของคนยุคใหม่อย่างเราไม่ทำให้เกิดของเหลืออีกด้วย
มหานิยม (Mahaniyom Cocktail Bar) ชั้น 2 ของร้าน 100 Mahaseth ถ.มหาเศรษฐ์ เวลาทำการ อังคาร - อาทิตย์ 17:00 - 23:00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 061-664-6588 fb.com/Mahaniyom-Cocktail-Bar