สำหรับชาวราชพฤกษ์คนไหนที่กำลังบ่นว่าแถวบ้านไม่มีอะไรให้ไปนอกจากเซ็นทรัลเวสท์เกต เลิกบ่นไปได้เลย เพราะในสุดก็มีคนใจกล้าริอ่านหนีออกจากเขตเมืองหลวงกระชากรหนาแน่น ออกมาเปิดบาร์ไซซ์เล็กแบบลับ ๆ อยู่ในย่านนอกเมืองถนนโล่งอย่างราชพฤกษ์ ซึ่งเราคิดว่านี่น่าจะเป็นสปีกอีซี่บาร์จริงจังแห่งแรกของย่านนี้เลยก็ว่าได้


ตัวบาร์ซ่อนอยู่บนชั้นสองของร้านอาหารญี่ปุ่นที่ชื่อ Washi ซึ่งพอเดินขึ้นไปจะเจอกับมู้ดทวิสต์ในทันทีด้วยความมืดของบาร์ตัดกับการแต่งไฟเส้นทรงโค้งอารมณ์แบบ Futuristic นิด ๆ ต่อด้วยเก้าอี้นั่งแบบยกสูงหน้าบาร์ยาวตามสไตล์สปีกอีซี่บาร์


ด้วยประสบการณ์ด้านอาหารของหุ้นส่วนทั้งสองคนของร้าน การันตีจากสถาบัน Le Cordon Bleu Dusit เราคงไม่ต้องพูดถึงเรื่องความล้ำลึกทั้งด้านรสชาติและความครีเอทีฟของอาหารในร้านนี้ แถมทั้งสองยังมาพร้อม Passion ด้านมิกซ์โซโลจิสต์ เลยกลายเป็นว่าค็อกเทลลิสต์ของร้านนี้ยิ่งน่าสนใจกว่าอาหารไปอี้ก !


โดยเชฟทั้งสองตั้งใจทวิสต์ทุกเมนูให้มาเหนือความเคยชินของคนปกติ อาทิ เมนู Half Chicken (380 บาท) ที่จับไก่ครึ่งตัวไป souvide จนเนื้อนุ่ม แล้วเอาไปทอดกรอบ ๆ เสิร์ฟพร้อมซอสสโมกกี้เลมอนที่แอบผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ลงไปด้วย เชฟบอกว่าจานนี้จิบคู่กับเบียร์ La Chouffe (260 บาท) จะได้ฟีลลิ่งแบบนั่งเล่นอยู่ในบาร์ที่ยุโรปมาก ๆ แต่ถ้าจะเอาให้ฟูลคอร์สกว่านั้น เราแนะนำให้ดื่มคู่กับ Thaiquiri (350 บาท) ค็อกเทลตัวใหม่ที่เชฟดันแปลงคลาสสิคค็อกเทลอย่าง Daiquiri ด้วยการผสมเสาวรส พริก น้ำส้มสายชู และน้ำตาลลงไป แล้วแต่งขอบแก้วด้วยข้าวคั่ว ตะไคร้ ขิง และข่า

และอีกเมนูนึงที่เราชอบคือ อาหารจานออร์เดิร์ฟอย่าง Fried Pickles (150-230 บาท) ที่เชฟจับแตงกวาญี่ปุ่นมาดองเป็น pickles ฉบับโฮมเมด แล้วเอาไปชุบแป้งทอด เสิร์ฟพร้อมทาร์ทาร์ซอสที่ทำจากชีสนมแพะ และซอสบาร์บีคิวซอส พร้อมโปะหน้าด้วยไข่ปลาคาร์เวียร์ ซึ่งในจุดนี้ เชฟแนะนำให้จับคู่กับค็อกเทลซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง Cucumbertini (300 บาท) เครื่องดื่มสำหรับคนชอบกินแตงกวา มีเบสเป็นเหล้าจิน ดรายเวอร์มุธ และใส่ส่วนผสมลับอย่างน้ำเชื่อมแตงกวาญี่ปุ่นลงไปด้วย

อีกแก้วพิเศษที่เราอยากไฮไลท์ให้สายค็อกเทลทั้งหลายในจักรวาลพุ่งตัวมาลอง คือเจ้า Otaku Whiskey (300 บาท) ที่เสิร์ฟมาในการน้ำชา หน้าตาอย่างกับอยู่ร้าน Fine Dining ซึ่งเชฟใช้ผงชาเขียว Ippudo จากเกียวโตมาละลายพร้อมน้ำเย็น ผสมรสชาติหวานอมเปี้ยวของบ๊วย และมีเบสเป็นความหอมนุ่มลึกของวิสกี้ญี่ปุ่นอย่าง Suntory อยากจะบอกว่านี่น่าจะเป็นค็อกเทลแก้วที่ดีที่สุดที่เคยชิมมาในแถบราชพฤกษ์ก็กลัวคนอ่านจะไม่เชื่อ !


ไม่หมดเท่านั้น เพราะเมนูไฮไลท์อีกอย่างที่คุ้มค่ากับการที่เรานั่งรถมาถ่ายงานไกลถึงราชพฤกษ์มาก ๆ คือเมนู Wagyu Beef Truffle Sandwiches (380 บาท) ใช้แป้งบันเบอร์เกอร์หมึกดำ มาประกบพร้อมเนื้อวากิวจากออสเตรเลียที่เอาไปทำเป็นคัตสึกรอบ ๆ จิบคู่กับค็อกเทลรสชาติเบา ๆ อย่าง Love Potion (350 บาท) ที่ใช้เหล้า Midori และ Grand Marnier มาผสมกับไซรัปตะไคร้โฮมเมดของเชฟ ท็อปด้านบนด้วยโฟมไข่ขาวรสมะนาว และเมลอนออร์แกนิกอบแห้ง ถือเป็นทวิสต์ค็อกเทลอีกหนึ่งตัวที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์ความเป็นเชฟและมิกซ์โซโลจิสต์ในการครีเอทีฟให้มีรสชาติกลมกล่อมได้ขนาดนี้


Soimilk Says: ซีเล็คชั่นของเมนูเครื่องดื่มที่นี่น่าจะอลังการและแฟนซีที่สุดแล้วในย่านนี้ เราเชื่อว่าคนไหนที่เป็นสายค็อกเทลจริงจังแล้วอยากหาบาร์ดี ๆ นั่งสบาย ๆ ไว้จิบเครื่องดื่มกับเพื่อนสองสามคนแบบไม่วุ่นวาย ก็น่าจะต้องชอบร้านนี้ แล้วอย่าลืมว่าเจ้าของร้านทั้งคู่มีดีกรีเป็นถึงเชฟ ใครที่อยากมาฝากท้องที่ร้านนี้ด้วย ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะผิดหวังเลยล่ะ
Distilt 33 ถ.ราชพฤกษ์ (ด้านบนร้านอาหารญี่ปุ่น Washi) เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 17:00-00:00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 090-424-4915 fb.com/distilt