เราเชื่อว่าสายดื่มทั้งหลาย หากพูดถึงซอยคอนแวนต์ ย่านสีลมแล้ว คงจะต้องรู้จักร้านแฟนซีค็อกเทลที่หลายคนชอบไปเผาหัวกันก่อนออกเที่ยวตอนดึก ๆ อย่าง Vesper แน่ ๆ (แหนะ อย่ามาหลบตา รู้นะว่าทำจริง) หรือบางคนก็ยกให้เวสเปอร์เป็นหมุดหมายของค่ำคืนที่อยากจะหาอะไรดื่มสักแก้วสองแก้วในบรรยากาศที่สบาย ๆ ก่อนกลับบ้าน แต่วันนี้เราอยากจะมาเปิดโพยพิกัดร้านใหม่ ที่เหมาะสำหรับสายอิตาเลียนโดยเฉพาะ แถมยังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เพราะร้านตั้งอยู่ติดกับ Vesper เลยแหละ


1919 Italian Bar & Restaurant ร้านอาหารและบาร์อิตาเลียนที่เพิ่งเปิดใหม่สด ๆ ร้อน ๆ ได้ไม่ถึงเดือนแห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณเดิมของ Via Maris ร้านอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนนั่นเอง ด้วยความสงสัยถึงที่มาที่ไป และทำไมถึงเปลี่ยนจากเมดิเตอร์เรเนียนมาเป็นอิตาเลียนได้ เราเลยแอบเดินไปนั่งที่บาร์ สั่งค็อกเทลสักแก้ว แล้วถือวิสาสะชวน คุณปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ Bar Manager ของที่นี่พูดคุยเสียเลย
คุณปาล์มครีเอตค็อกเทลไป เล่าให้เราฟังไปว่าเดิมทีทางนี้มีแพลนที่จะเปลี่ยนร้านอยู่แล้ว ซึ่งในขณะนั้นก็อยากเปิดร้านสไตล์อิตาเลียนขึ้นมา ซึ่งที่จริงร้านอิตาเลียนก็มีมากมายพอสมควรในบ้านเรา แต่เวลาเราไปร้านอาหารอิตาเลียน ส่วนใหญ่ก็จะเจอแต่ร้านแนว Proper Dining เป็นส่วนใหญ่ และร้านอาหารอิตาเลียนนั้นเหล่าเครื่องดื่มก็ไม่ค่อยที่จะ Outstanding มากนัก แต่กับที่ 1919 ต้องบอกว่าครบทุกอย่าง ตั้งแต่บาร์เครื่องดื่ม ที่มีให้เลือกแบบเต็มที่ ทั้งค็อกเทล ไวน์ และสปิริตต่าง ๆ รวมไปถึงบรรยากาศของร้านก็ลดทอนลงมาให้ชิลล์ขึ้น สบาย ๆ ขึ้น สามารถเข้าถึงได้ทุกคน โดยเฉพาะตัวอาหารนั้นที่นี่จะออกแนวอิตาดลียนคลาสสิค ที่แอบเพิ่มกิมมิกอะไรใหม่ ๆ เข้าไปเพิ่มให้สนุกขึ้นด้วย



แล้วชื่อ 1919 นี่ท่านได้แต่ใดมา? คุณปาล์มบอกกับเราว่าตัวเลขนี้มาจากชื่อปีที่ Count Camillo Negroni ได้ไปบาร์ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี แล้วถามถึงอเมริกาโนค็อกเทล (ประกอบไปด้วย คัมพารี, เวอร์มุธหวาน และโซดา) ที่ทวิสต์ใหม่ ๆ บ้าง เลยบอกให้บาร์เทนเดอร์ใส่เหล้าจินลงไปแทนโซดา กลายเป้นค็อดเทลรสชาติใหม่ที่เข้ากันของทั้งจิน, คัมพารี และเวอร์มุธหวาน จนกลายเป็นค็อกเทลแก้วฮิตที่เราดื่มกันอยู่ทุกวันนี้ (จนแก้วนี้ได้ชื่อว่า เนโกรนี ตามชื่อของชายผู้เข้ามาเปลี่ยนค็อกเทลสูตรนี้นั่นแหละ) ชื่อ 1919 จึงเป็นการระลึกถึงปีที่เกิดค็อกเทลเนโกรนีขึ้นมานั่นเอง และเพราะด้วย 1919 ก็เป็นบาร์คัมพารีด้วย การมีค็อกเทลเนโกรนีจึงถือเป็นความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
และด้วยความเป็นบาร์อิตาเลียน สิ่งที่เราเห็นอย่างเตะตาเป็นอย่างแรกคือเคาน์เตอร์บาร์ในร้านนี่แหละ แม้ขนาดของบาร์จะเล็กกว่า Vesper แต่ร้านกลับใช้ลูกเล่นของเส้นสายและส่วนเว้าโค้งที่ให้หน้าบาร์เลื้อยมาตั้งแต่กำแพงหน้าร้าน จึงให้ดูกว้างขึ้น หน้าร้านเลือกใช้สีน้ำเงินดูเคร่งขรึม แต่ภายในร้านกลับใช้โทนสีขาว-เขียว-ดำ เป็นหลัก คุณปาล์มบอกว่าโทนสีนี้เป็นที่นนิยมในฟลอเรนซ์ และเป็นภาพแทนของความเป็นอิตาลีได้ดี


แน่นอนว่าเดินทางมาถึงบาร์คัมพารีขนาดนี้ จะไม่ลองแก้วซิกเนเจอร์อย่าง Negroni (300 บาท) ได้อย่างไร คุณปาล์มจัดแจงมิกซ์คัมพารี, บลูด็อก จิน และซินซาโน 1757 รอสโซ เข้าด้วยกัน ออกมาเป็นแก้วคลาสสิคที่ต้องบอกว่าหนักเอาเรื่อง เมื่อยกแก้วขึ้นดื่ม เราจะได้กลิ่นซิตรัสของเปลือกส้มเตะจมูกก่อนอย่างแรก ก่อนจะรับรสชาติหวานขมของเนโกรนีเข้าไปเต็ม ๆ ขอบอกว่าแก้วนี้แก้วเดียวก็อยู่แล้ว ยิ่งได้ดื่มในปีที่ครบ 100 ของค็อกเทลชนิดนี้แล้วด้วย ก็ยิ่งรู้สึกขลังอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ
เปลี่ยนอารมณ์มาเป็นค็อกเทลสีหวานอย่าง Garibaldi Sour (340 บาท) ดูบ้าง แก้วนี้ก็ยังมีเบสของคัมพารีอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมด้วยเลมอนเชลโล น้ำมะนาว น้ำส้มคั้นสด และไข่ขาว ท็อปด้วยผิวมะนาวและผิวส้ม สาว ๆ ที่ชอบเครื่องดื่มรสเปรี้ยวน่าจะถูกใจแก้วนี้ได้ไม่ยาก และแอลกอฮอล์ในแก้วนี้ก็ยังไม่เยอะมากอีกด้วย


BEL PA-E-SE (340 บาท) ชื่อค็อกเทลที่มีความหมายว่า "ประเทศที่สวยงาม" แก้วนี้สวยงามตามรสชาติ กับค็อกคี อเมริกาโน, โปรเซสโก, น้ำผึ้ง โทนิค วิเตอร์ และใบมิ้นต์ ใครชอบอะไรรีเฟรชชิ่ง ดื่มแล้วสดชื่น น่าจะหลงรักแก้วนี้ได้ไม่ยาก ส่วนอีกแก้วเราขอลองเป็นทวิสต์ค็อกเทลชื่อเท่อย่าง Make Him An Offer He Can't Refuse (440 บาท) ที่เป็นประโยคเด็ดจากภาพยนตร์เรื่อง The Godfather แก้วนี้เปิดมิติใหม่ ๆ ของนักดื่มได้ดี เพราะภายใต้เบสจินของค็อกเทลแก้วนี้แล้ว มิกซ์โซโลจิสต์ยังผสม บลูชีส Gorgonzola เข้าไปในแก้วนี้ด้วย เราจะได้รสและกลิ่นของบลูชีสจาง ๆ ที่มาในขนาดกำลังดี คนยี้บลูชีสอย่างเรายังรับได้อยู่ ถือว่าเป็นแก้วที่แปลกใหม่ในรสชาติเลยทีเดียว


ในส่วนของอาหารเองก็ไม่น้อยหน้า ด้วยความที่ได้เชฟฟรานเซสโก เดอาน่า มาครีเอตเมนูอิตาเลียนคลาสสิคให้เราได้ลองชิมกัน เชฟเริ่มตั้งแต่จานเล็ก ๆ อย่างสตริปลอยด์ออสเตรเลียนวากิวย่าง (420 บาท) เสิร์ฟมา 5 ชิ้นหนา ๆ ให้เรียกน้ำย่อยกันสบาย ๆ เนื้อนุ่ม กริลล์มาแบบมีเดียม ไม่สุกเกินไป ดิปกับเกลือที่เพิ่มรสเนื้อได้มากขึ้น แต่ถ้าใครคิดว่าเนื้อแค่นี้ไม่อยู่ท้อง อยากจักหนักกว่านี้ ทางร้านก็มีเนื้อวากิวทั้งชิ้นให้สั่งเช่นกันนะ (แต่ต้องสั่งชิ้น 1 กก. ขึ้นไป)
อาหารอิตาเลียนต้องมีพิซซ่า ที่นี่เองก็มีเมนูพิซซ่าให้เลือกมากมาย เราลองเป็นพิซซ่าหมึกดำ (290 บาท) ที่อัดหน้าปลาหมึกและหอยตัวใหญ่ ๆ มาเต็มถาด พิซซ่าแป้งบางกรอบสไตล์อิตาเลียนกับมอสซาเรลล่าชีสสดที่ใส่มาแบบกำลังดีไม่มากไม่น้อยไป ก็เป็นอีกหนึ่งจานที่กินเพลิน ๆ แบ่งกินกันสองคนยังได้


เราสั่งจานหลักเป็น Spanish Octopus ย่าง (740 บาท) หนวดออกโทพุสสเปนทั้งเส้น กริลล์กับผงปาปริกา pimenton de la vera ของขึ้นชื่อจากจังหวัดกาเซเรส ทางฝั่งตะวันตกของประเทศสเปน เราชอบความเผ็ดละมุนแบบพอดี ๆ เจือรสเค็มนิด ๆ ที่สำคัญคือนุ่มมาก ไม่เหนียวเลย ใช้มีดตัดลงไปเบา ๆ สบายบรื๋อ เสริ์ฟพร้อมกับถั่วลูกไก่และลูกเกด ที่จริงเมนูนี้เคยมีเมื่อครั้งยังเป็น Via Maris เช่นกัน แต่คราวนี้มาแบบชิ้นใหญ่เต็มอิ่มสุด ๆ ใครคิดถึงเมนูนี้ก็ยังมาหากันได้ที่ 1919 นะ
สุดท้ายกับริซอตโต้หนึ่งเดียวของร้าน (ในตอนนี้) อย่างริซอตโต้กับไส้กรอกลูกาเนก้า (420 บาท) ทีเด็ดอยู่ที่ใส่แบล็กทรัฟเฟิลลงไปในริซอตโต้ด้วย แถมยังฝานทรัฟเฟิลมาให้เราฟิน ๆ กันอีก 2 กรัม ซึ่งถ้าหากใครอยากได้ทรัฟเฟิลแบบจุก ๆ ก็สามารถแอดออนได้ไม่อั้นที่กรัมละ 190 บาทเช่นกันนะ

ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง Profiteroles (240 บาท) ที่ถึงกับต้องกันไปถามเพื่อนที่มาด้วยกันว่าช่วยกินด้วยได้ไหม เพราะมาจานใหญ่เวอร์ พัฟครีมที่ทำจากแป้งชูส์ผ่าครึ่ง พิเศษที่ไส้ข้างในไม่ใช่วิปปิงครีมหรือคัสตาร์ด แต่เป็นอิตาเลียนเจลาโต้ลูกโตที่มาถึง 3 รส ทั้งรสช็อกโกแลต-ส้ม, รสวานิลลา และรสมัตฉะ ถือเป็นการปิดท้ายมื้ออิตาเลียนนี้ได้ชื่นใจดีทีเดียว
Soimilk Says: เราไว้ใจในเรื่องของอาหารและค็อกเทลตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะที่ 1919 Italian Bar & Restaurant นี้ก็คือในในแบรนด์ร้านอาหารของคุณ Choti และ Debby ที่มีร้านดังอย่าง Vesper, Il Fumo, 80/20 และ La Dotta มาก่อน และก็ไม่ผิดหวังเลยกับความอิตาเลียนแบบที่เราเข้าถึงได้ง่าย ทั้งบรรยากาศและราคาที่เอื้อมไหว อย่างพาสต้าที่นี่ก็ใช้เส้นจาก La Dotta นั่นแหละ เลยรับรองว่าเยี่ยมแน่ อีกสิ่งหนึ่งที่ดีงามเสมอคือทางร้านไม่มีเซอร์วิสชาร์จด้วยนะ
1919 Italian Bar & Restaurant เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 11:00-24:00 น. เสาร์-อาทิตย์ 17:30-24:00 น. ซ.คอนแวนต์ สีลม โทร. 02-236-5558 BTS ศาลาแดง www.fb.com/1919bkk