Skip to main content
AdSense

Happening Library ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างพื้นที่ของคนรักอาร์ตติสต์กับกาแฟดี ๆ

ใครว่าลาซาลไม่ชิค

Happening Library ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างพื้นที่ของคนรักอาร์ตติสต์กับกาแฟดี ๆ
August 13, 2019 Bangkok time
จากที่เราเคยแวะเวียนไปโครงการหน้าตาดีอย่าง ดาดฟ้า ย่านลาซาลมาแล้ว (ใครจำไม่ได้ว่าเราเคยแอบแวะมาชิมปลาจุ่มที่ร้าน มิตรปลาจุ่ม ที่ตั้งอยู่ในโครงการนี้เหมือนกันมาแล้วไม่ออก ลองจิ้มเบา ๆ ที่นี่ เพื่อเข้าไปอ่านได้นะ) ก็ต้องบอกเลยว่าที่นี่คือหมุดหมายแหล่งนัดพบใหม่ของชาวลาซาลเลยแหละ เพราะไม่ใช่แค่ดีไซน์ของตัวโครงการที่โก้เก๋เท่านั้น แต่ที่นี่ยังมีร้านค้าดี ๆ ให้เราได้ไปใช้เวลาร่วมกันอยู่ในโครงการนี้ด้วย อย่างพื้นที่ล่าสุดที่เราค้นพบในวันนี้คือสถานที่ที่ผนวกระหว่างไอเทมอาร์ต ๆ กับคาเฟ่สุดฮิตอย่าง Happening Library นั่นเอง
 
 
 
หากใครไปโครงการดาดฟ้าตอนนี้ คงจะได้เห็นคาเฟ่ที่ดูโปร่งสบายตาทั้งอยูในโครงการ เห็นเด่นชัดทันทีที่เดินเข้าไป ที่นี่แหละเป็นที่ตั้งของ Happening Library ที่ประกอบไปด้วย 2 ร้านอย่าง Happening Shop ทางฝั่งขวา และ li-bra-ry Art Bar ทางฝั่งซ้ายนั่นเอง แอบสืบทราบมาว่า เจ้าของร้านทั้ง 2 อย่าง คุณวิภว์-วิภว์ บูรพาเดชะ จาก Happening และ คุณเป็ม-พลวิทย์ เภตรา จาก li-bra-ry นั้นรู้จักกันมานานนมแล้ว ตั้งแต่สมัยยังเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร แต่มาเริ่มสนิทกันจริง ๆ ก็เมื่อตอนเป็นนิสิตอยู่ที่คณะสภาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยกัน จนพี่วิภว์เปิด Happening จึงมีโอกาสชักชวนคุณเป็มมาถ่ายภาพให้ เนื่องจากคุณเป็มเป็นช่างภาพอยู่แล้วด้วยนอกเหนือจากการเปิดคาเฟ่ชื่อดังอย่าง li-bra-ry (แอบบอกว่าถ้าใครเคยอ่านโฟโต้บุ๊กอย่าง Eyes on Narita ที่พาสาวอาย-กมลเนตร ไปถ่ายรูปน่ารัก ๆ กันที่นาริตะ ประเทศญี่ปุ่น นั่นก็เป็นฝีมือการถ่ายภาพของคุณเป็ม และเล่มนั้นก็ทำโดย Happening นะ) และด้วยความที่คุยกันถูกคอมาตลอด โปรเจกต์การนำทั้ง 2 ร้านมารวมกันจึงเกิดขึ้น
 
 
ทั้งพี่วิภว์และคุณเป็มบอกกับเราว่า ที่จริงแล้วโปรเจกต์ Happening Library นั้นคิดไว้ว่าจะเกิดขึ้นมาตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสเหมาะเจาะเสียที พอดีที่ได้มารู้จักกับโครงการดาดฟ้า ซึ่งก็นับว่าเป็นพิกัดที่ดี อย่างพี่วิภว์เองก็มองว่าแม้ลาซาลจะเป็นชานเมือง แต่ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ลาซาลเกิดการขยายตัวเร็วมาก เริ่มมีอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้น เริ่มมีสังคมใหม่ มีคาเฟ่เก๋ ๆ มาเปิด มีความเป็นไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองเกิดขึ้นในย่านนี้ อีกอย่างคือเขามองว่าที่นี่ยังมีร้านหนังสือ และร้านกาแฟดี ๆ อยู่น้อย ส่วนคุณเป็มเองก็ตั้งใจที่จะขยับขยาย li-bra-ry ไปอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่พื้นที่แข่งขันสูงอยู่แล้ว เหมือนตอนที่เกิด li-bra-ry สาขาพระราม 9 ขึ้นมา ตอนนั้นบริเวณนั้นแทบยังไม่มีอะไรเลย แต่ในที่สุด วันนี้ย่านพระราม 9 ก็กลับมาคึกคักได้ เขาหวังว่าลาซาลก็จะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน 
 
พี่เป็มเป็นผู้ดีไซน์ตัวร้านทั้งหมด โดยหยิบเอาไอเดียที่พี่วิภว์เสนอมาออกแบบร่วมด้วย โดยร้าน Happening ทั้งหมดพี่เป็มเองก็เป็นคนออกแบบอยู่แล้ว จึงไม่ต้องจูนอะไรกันมาก ที่นี่เน้นดีไซน์แบบลอฟต์ที่เน้น Functional สเปซที่นี่ต้องดูน่านั่ง มีจุดเด่นที่คนจำได้คือโคมไฟกลมแบบเดียวกับที่ใช้ในร้าน Happening สาขาอื่น เก๋ด้วยการเลือกใช้กระจกบานใหญ่รอบร้าน ช่วยให้ร้านดูไม่อึดอัด แถมยังควบคุมแสงได้ดี อีกอยางที่เราชอบคือไอเดียการจัดโต๊ะของที่นี่ที่เรียงกันเป็นแถวยาวแทนที่จะเป็นโต๊ะแยกเป็นตัว ๆ ไป พี่เป็มบอกว่าการจัดวางโต๊ะแบบนี้นอกจากจะช่วยประหยัดสเปซได้แล้ว ยังให้อารมณ์แบบโรงอาหารสมัยยังเป็นนักเรียน หรือห้องสมุดแบบที่เราเข้าอยู่บ่อย ๆ ทำให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ง่ายขึ้นด้วย
 
 
 
ทาง Happening Shop นั่นแน่นอนว่าก็จะมีสินค้าจากศิลปินและอาร์ตติสต์ต่าง ๆ ที่ทาง Happening Shop อยากช่วยเหลือและเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการกระจายผลงานของศิลปิน และดีไซเนอร์ไทยให้ไปสู่ผู้คนได้อย่างสะดวกทางด้วย ซึ่งปกติแล้วสินค้าของเหล่าอาร์ตติสต์นี้ พี่หยก ภรรยาของพี่วิภว์ จะเป็นผู้เลือก ส่วนสินค้าประเภทหนังสือและซีดีเพลง ทางพี่วิภว์จะเป็นคนเลือกมาลงในร้าน ซึ่งสินค้าทั้งหมดในร้าน ล้วนต้องผ่านมือและผ่านตาของพี่วิภว์กับพี่หยกมาก่อนหมดแล้ว พี่หยกบอกกับเราว่าการคัดเลือกสินค้าเข้าร้านส่วนใหญ่ก็ใช่เทสต์เป็นตัวตัดสินนี่แหละ และต้องได้เห็นของจริงก่อนเท่านั้นถึงจะตัดสินใจได้ ถ้าแค่เห็นรูปอย่างเดียวจะไม่ถูกเลือกเข้ามาขายในร้าน เพราะนอกจากเทสต์แล้ว ต้องดูด้วยว่าผลิตภัณฑ์จริงนั้นมีคุณภาพหรือไม่
 
 
 
 
ความพิเศษของที่นี่ที่แตกต่างกับ Happening Shop อื่น ๆ คือทางร้านจะมีสินค้าเกี่ยวกับครอบครัวเข้ามามากขึ้น รวมไปถึงสินค้ากลุ่มเครื่องแต่งกายก็มีเฉพาะที่สาขานี้เช่นกัน ต้องบอกว่าที่นี่มีกระเป๋าให้เลือกหลากหลายแบบ และเยอะกว่าสาขา BACC อีก และอาจมีกลุ่มสินค้าแนวอินดี้น้อยลงมานิดหนึ่ง ด้วยพื้นที่ย่านลาซาลที่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มครอบครัวมาใช้บริการนั่นเอง แบรนด์สินค้าก็เลือกของเก๋ ๆ มาโดยเฉพาะ อาทิ Something Simple, Catsoup, Japfac หรือกระทั่งผลงานของศิลปินอย่าง Juli Baker & Summer ก็มีนะ
 
 
ส่วนเมื่อหันมาอีกด้านก็จะพบกับ li-bra-ry Art Bar ที่ตั้งใจมากกว่าการเสิร์ฟกาแฟทั่วไป (หรือวาฟเฟิลเขียวยอดนิยม) นั่นเพราะคุณเป็มอยากให้ li-bra-ry ที่นี่มีเรื่องราวมากขึ้น มีการใส่คอนเทนต์ลงไปในเครื่องดื่มบ้าง หรือมีการสร้างกิจกรรมร่วมกันในพื้นที่อยู่เรื่อย ๆ เช่นกิจกรรม Coffee Talk หรือการนำงานศิลปะมาจัดแสดงภายในร้าน ทำให้ li-bra-ry มีนามสกุลห้อยท้ายว่า Art Bar ด้วยนั่นเอง
 
 
กาแฟของที่นี่มีทั้งแบบคลาสสิกคอฟฟี่ ไปจนถึงสโลว์คอฟฟี่ และกาแฟสูตรพิเศษจากบาริสต้าของร้าน ที่จะชอบรังสรรค์กาแฟแก้วใหม่ ๆ จากโจทย์ที่ได้รับอยู่เสมอ ทางร้านใช้กาแฟไทยตอนใต้ คั่วเองที่โรงคั่วที่ Warehouse 30 แน่นอนว่าเมล็ดกาแฟที่นำมาคั่วนั้นจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แต่จะเป็นเมล็ดไทยทั้งหมด ส่วนใครที่ชอบกาแฟนอก ทางร้านก็มีเป็นแบบฟิลเตอร์ให้ได้ลองแทน อย่างเมล็ดกาแฟไทยที่นำมาคั่ววันนี้จะออกฟรุตตี้แบบพลัมผสมส้มนิด ๆ แล้วยังมีกลิ่นบราวน์ชูการ์อีกด้วย ถือว่ามีมิติที่น่าสนใจเลยแหละ
 
อย่างแก้วนี้ที่เราลองกับ Cello Series ที่มีให้เลือกทั้ง Black, White และ Brown (ทุกแก้ว 150 บาท) คือซีรีส์กาแฟส้ม (บอกแล้วว่ากาแฟส้มกำลังมาแรงจริงในตอนนี้) ที่มีส่วนผสมของ Espresso Shot และน้ำส้ม สม ครีม ท็อปด้วยครีมเลมอน เปรี้ยวหวานชื่นใจ แก้วนี้เรียกว่าได้ทั้งรสซิตรัสหอมเปรี้ยว ทั้งรสเข้มของเอสเพรสโซ
 
 
 
ส่วนสาย Non-Coffee เองก็มีเครื่องดื่มหลายตัวให้ลองเช่นกัน เราลอง Salted Lemonade (120 บาท) ที่นำน้ำเลมอนที่ทางร้าน Infuse เอง มาผสมกับน้ำมะนาวไทย และโซดา ปาดด้วยเหลือรอบขอบแก้ว แถมมีเกลือยกมาให้หากต้องการรสเค็มมากขึ้น กับอีกแก้วเป็น Refreshing Plum (120 บาท) แก้วนี้ผสมกันระหว่างโฮมเมดรีเฟรชชิงไซรัป บ๊วย และโซดา เสิร์ฟมาคู่กับน้ำจิ้มพริกเกลือที่เราอยากให้ลองเทลงแก้วแล้วคน ๆ ให้ละลายดู ขอบอกว่าอร่อยและสดชื่นขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะเลย
 
 
อย่างที่บอกว่าที่นี่พยายามที่จะมีกิจกรรมใหม่ ๆ ทุกเดือน และบางกิจกรรมก็จะมีเครื่องใหม่ ๆ ที่รังสรรค์มาจากธีมหลักของกิจกรรมด้วย อย่างกิจกรรมที่ผ่านมากับ Coffee Talk ครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 ส.ค. นั้นเองก็ได้น้องเพลง ต้องตา จิตดี จาก Plastic Plastic ที่มานั่งพูดคุยกับทุกคนอย่างใกล้ชิด และมีกาแฟแก้วพิเศษจากเพลงของเธออย่าง Summer Hibernation ออกมาด้วย (150 บาท) แก้วนี้ผสมด้วยเอสเพรสโซช็อต เพิ่มด้วยนมสด น้ำเสาวรส และครีมกาแฟมะม่วง ที่สดชื่นสมชื่อจริง ๆ แน่นอนว่าทุกกิจกรรม Coffee Talk ก็จะมีเมนูพิเศษแบบนี้ออกมาให้เราได้ลองเรื่อย ๆ ยังไงก็ลองติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ทั้งเพจ Happening Shop และ li-bra-ry แล้วกันนะ
 
Soimilk Says: เรียกว่าถ้าอยู่แถวลาซาล แบริ่ง พระโขนง นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งร้านที่เรามาใช้ชีวิตอยู่ได้นาน ๆ อย่างสบายอกสบายใจดี เราชอบความเป็นกันเองของทางร้านที่ดูไม่ประดิษฐ์จนเกินไป ส่วนคนเมืองที่จะลองแวะเวียนมาที่นี่สักครั้งก็ไม่น่าจะผิดหวัง แอบบอกว่าอนาคตทางร้านอาจมี Art Market เล็ก ๆ ในทุกสุดสัปดาห์ที่สองของเดือนให้ได้ไปจับจ่ายงานอาร์ตกันด้วยนะ เตรียมตัวกันเลยดีกว่า
 
Happening Library เวลาทำการ เปิดทุกวัน10:00-21:00 น. (บาร์ปิด 20:00 น.) ชั้น 1 โครงการดาดฟ้า BTS แบริ่ง แล้วต่อพี่วินหรือแท็กซี่ www.fb.com/happening และ www.fb.com/library 
 
AdSense
AdSense
AdSense