เวลาจะลาหยุดก็เหลือน้อยเต็มที อยากเที่ยวก็อยากเที่ยว แต่งานที่ถืออยู่ก็รั้งไว้ไม่ให้กล้าก้าวไปไหนเลย แต่ก็ยังดื้อขอให้ได้ไปเที่ยวพักผ่อนสักวันเดียวก็ยังดี จะไปต่างจังหวัดก็คงไม่สาแก่ใจ ลองมาเที่ยวกับ GrabXi ดูไหม นี่คือโครงการที่ Grab จับมือร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ประหยัดทั้งเวลาไม่ต้องลางานเพราะพาเที่ยวได้ใน 1 วัน แถมประหยัดเงินไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน เพราะมีบริการส่วนลดจาก Grab เพียงใส่ Promo code AMAZING ลดทันที 150 บาทต่อการเรียกรถหนึ่งครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้งด้วยนะ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็น GrabTaxi นะอย่าลืม เท่านี้ก็เสมือนไปฟรีแล้ว มาดูโปรแกรมทริปสั้น ๆ แต่น่าไปนี้กันได้เลย
ชุมชนกุฏีจีน
เวลา 09:00 น.


ประเดิมยังสถานที่แรกกับ ชุมชนกุฏีจีน แหล่งรวมวัฒนธรรมเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ฝั่งธนบุรีติดบริเวณริมน้ำบางกอกใหญ่ ความหลากหลายทางศาสนาและเชื้อชาติของที่นี้นั้นยังคงทำให้เราได้เห็นถึงวัฒนธรรมในช่วงยุคสมัยเก่าก่อนที่ผ่านมา จุดสังเกตุง่าย ๆ ของชุมชนแห่งนี้นั้นจะมีโบสถ์ซางตาครูซสูงตระหง่านตั้งเป็นศูนย์กลางนั่นเอง เชื่อว่าความเก่าแก่ของชุมชนที่มีเรื่องราวตั้งแต่ กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 คงทำให้ใครหลายคนหลงรักมนต์เสน่ห์ วิถีชีวิต ตลอดจนสถาปัตยกรรมอันสวยงาม เดินถ่ายรูปสวย ๆ เรียนรู้ประวัติศาสตร์เรื่องเล่าเรื่องราวอีกมากมาย


ทั้งที่นี้ยังมีขนมขึ้นชื่ออย่าง ขนมฝรั่งกุฎีจีน ซึ่งเป็นขนมโบราณที่มีต้นตำรับจากชาวโปรตุเกสแท้ ๆ ที่มาตั้งถิ่นฐานในชุมชนแห่งนี้ด้วยนะวิธีเดินทางก็ง่าย ๆ เรียก GrabTaxi แล้วพิมพ์ TAT x Grab พร้อมเลือกสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนที่คุณอยากไปพร้อมใส่ Promo code AMAZING ก็จะได้ส่วนลด 150 บาทต่อการเดินที่ไม่จำกัดจำนวนครั้งด้วยนะ แค่นี้ Grab ก็พาคุณไปส่งถึงที่เลย
ตลาดน้อย
เวลา 11:00 น.


เมื่อเต็มอิ่มกับการเดินถ่ายรูป เดินชมประวัติศาสตร์ที่ชุมชนกุฏีจีนแล้ว เริ่มรู้สึกท้องหิวกันขึ้นมาบ้างแล้ว เราก็เเดินทางต่อไปแวะหาของกินที่ ตลาดน้อยแถวเจริญกรุงย่านเก่าให้ท้องหายหิว เดิมทีตลาดน้อยนั้นเป็นย่านการค้าเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่เกิดจากการขยายตัวผู้คนในสำเพ็งช่วงตอนต้นของกรุงรัตนโกสินทร์


จึงทำให้ที่นี้ผสมผสานวัฒนธรรมไทย-จีนเข้าไว้ด้วยกันหลากหลายตระกูล ยังคงไว้ด้วยความเก่าแก่ของบ้านเรือนของคนจีนแบบดั้งเดิม แวะไปธนาคารไทยพาณิชย์แห่งแรกที่สวยที่สุดในประเทศไทยเยี่ยมชมถ่ายรูปกัน จะซื้อของไหว้ไปขอพรที่ศาลเจ้าโรงเกือกก็ยังได้ ตามตรอกซอกซอยนั้นมีกำแพงที่มีรูปวาดสวย ๆ ให้เดินเล่น เดินชิว หรือจะแวะหาเครื่องดื่มรสชาติดี ชอปสินค้าหลากหลายประเภทหรือนั่งพักผ่อนหย่อนใจ เพิ่มความสุนทรีย์แวะไปเลยที่ Warehouse 30 ก็ตอบโจทย์ให้ทุกอย่างกับเราได้(โปรแกรมแน่นสุด ๆ ไปเลยจ้า)
ชุมชนบ้านบาตร
เวลา 12.30 น.


จากตลาดน้อยเรามาต่อกันที่ ชุมชนบ้านบาตร ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกเมรุปูนไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไหร่จากวัดสระเกศ ที่นี่เองก็เป็นชุมชนเก่าแก่อีกหนึ่งย่านที่ยังคงยึดการประกอบอาชีพทำบาตรโดยวิธีการขึ้นรูปด้วยมืองานคราฟท์สุด ๆ ไปเลย


ชุมชนแห่งนี้ยังคงสะท้อนวิถีชีวิตแบบภูมิปัญญาวิถีช่างจากคนโบราณตกทอดมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานอย่างเรา งานหัตถศิลป์ที่นี่ยังคงเอกลักษณ์จากช่างทำบาตรที่มีความรู้ดั้งเดิม เสียงค้อนทุบโลหะที่ดังอยู่ตลอดทั้งวันคงเป็นเสน่ห์เมื่อต้องนึกถึงสถานที่แห่งนี้ ไปถึงแล้วก็อย่าลืมขอลองหยิบค้อนมาฝึกงานฝีมือกับพวกพี่ช่างทำบาตรเขาด้วยนะ น่าสนุก ทุบ ๆ ตี ๆ
ชุมชนบ้านบุ
เวลา 14:30 น.


เมื่อมีบ้านบาตรแล้วก็ขาดไปไม่ได้ที่เราจะเดินทางไปยังอีกชุมชนต่อไปนั่นคือ ชุมชนบ้านบุ ตั้งอยู่บริเวณริมคลองบางกอกน้อยฝั่งใต้ ด้านหลังสถานีรถไฟธนบุรี บริเวณวัดสุวรรณาราม(แอบบอกว่าวัดนี้มีจิตรกรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงรัชกาลที่ 3 ด้วยนะ ลองเข้าไปขอให้หลวงพี่เปิดโบสถ์ให้ชมก็ได้งามล้ำค่าสุด ๆ )


ชุมชนด้านวัดสุวรรณารามเรียกว่าบ้านบุบน และเรียกชุมชนด้านปากคลองว่า บ้านบุล่าง เป็นพิกัดตั้งที่ว่าการเขตบางกอกน้อย มีชุมชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยกว่า 100 หลังคาเรือน ย่านนี้เขาขึ้นชื่อเรื่องทำขันลงหินหรือขันบุ อธิบายคร่าว ๆ คือ ขันที่ทำจากโลหะ สลักลงลายสวยงามเป็นของใช้มาเนิ่นนานตั้งแต่โบราณจากสมัยที่ช่างชาวบ้านเขาเอาวิชาติดตัวตอนอพยพจากอยุธยามากว่า 200 ปีนู้นเลยนะ และละแวกใกล้เคียงก็มีตลาดที่เหมาะกับคนอยากมีคู่อย่าง ตลาดไร้คาน มีอาหารหลากหลายให้เลือกทานด้วยนะอย่าลืมแวะไปลอง
บางกระเจ้า
เวลา 16:30 น.


จากการเรียนรู้วิถีช่างที่ชุมชนบ้านบุเราพาเดินทางออกมาโซนนอกเมืองกันหน่อยเรียก GrabTaxi กำหนดให้ไปส่งยังชุมชมเป้าหมาย เพื่อประหยัดเวลาที่เราจะได้เดินทางสบาย ๆ รวดเร็วไปให้ทันถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกยังสถานที่ที่เรียกว่าโอเอซิสคนกรุงอย่าง บางกระเจ้า สมุทรปราการยังไงล่ะ


พื้นที่ที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ สีเขียวที่ช่วยให้เราได้ล้างปอดฟอกไตให้สะอาด เช่าจักรยานไปปั่นรับลมชมวิว ถ่ายรูปไปอวดเพื่อนในโซเชียล หรือจะแวะพักรัปประทานอาหารที่นั่นก็บรรยากาศดีต่อใจแบบสุด ๆ จบทริปด้วยสถานที่ที่มีความร่มรื่น อากาศถ่ายเท เต็มไปด้วยธรรมชาติให้พักกายพักใจ ใครจะเดินทางกลับบ้านเลยก็ไม่มีใครขัดข้อง หรือส่วนใครที่ติดลมอยากอยู่ต่อก็ยังสามารถหาที่พัก รีสอร์ท โฮมสเตย์ ขึ้นชื่อแถวนั้นไว้เติมพลังงานชีวิตอีกสักนิดอีกสักหน่อยสวรรค์น้อย ๆ อยู่ในวันไม่ต้องทำงานก็ย่อมได้
GrabXi
มาขอทบทวนความจำเน้นย้ำกันอีกทีว่า GrabXi นั้นคือ โครงการที่ Grab จับมือร่วมกับ ททท.หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยชวนทุกคนไปเที่ยวกันใน 25 สถานที่ท่องเที่ยวชุมชนน่าสนใจในทั้ง 5 จังหวัด สถานที่เดินทางยากจะไม่ยากอีกต่อไปเพราะมีส่วนลด 150 บาทต่อหนึ่งครั้ง แถมไม่จำกัดจำนวนครั้งที่นั่งอีกตังหากมีพี่ GrabTaxi สุดหล่อไปส่งถึงที่แบบสบาย ๆ เลยด้วยนะจะบอกให้

นอกจากย่านโซนเมื่องเก่าในกรุงเทพแบบที่เราแนะนำแล้วนั้น สถานที่ใกล้กรุงเทพอย่างพัทยาก็มีแหล่งท่่องเที่ยวน่าสนใจอย่าง ตลาดน้ำ 4 ภาค, ตลาดจีนโบราณบ้านชากแง้ว, ตลาดนาเกลือ ตลาดเก่า 100 ปี, ปราสาทสัจธรรม หรือเขาพระตำหนัก เหล่าก็มีส่วนลดด้วยเช่นกัน วิธีการก็ง่าย ๆ เลยเพียงใส่ Promo code AMAZING ลดทันที 150 บาทต่อรอบและไม่จำกัดจำนวนครั้งด้วยเช่นกัน เงื่อนไขง่าย ๆ เพียงใช้บริการ GrabTaxi เท่านั้น เท่านั้นเลยจริง ๆ

หากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศออกนอกเมืองหลวงเดินทางไปลงใต้ยังสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง กระบี่ กับแหล่งท่องเที่ยวอย่าง ถนนคนเดินกระบี่, ถ้ำเขาขนาบน้ำ, เกาะกลาง, ชุมชนท่องเที่ยวบ้านนาตีน, วัดถ้ำเสือ หรือจะไปที่ สมุย กับสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง วัดคุณาราม, ดุสิตเทวา, ศูนย์วัฒนธรรมนะ , วัดพระใหญ่ เกาะฟาน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดละไม, หมู่บ้านชาวประมง
ถ้าไม่พอชวนไป ภูเก็ต กับสถานที่เที่ยวอย่าง หมู่บ้านวัฒนธรรมถลาง บ้านแขนน. ชุมชนเกาะสิเหร่, เมืองเก่าภูเก็ต, กลุ่มท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์บ้านบางโรง, หาดไม้ขาว และทุก ๆ สถานที่ที่เอ่ยมานี้เดินทางง่าย ๆ เพียงแค่ใส่ Promo code THAITAY ลดทันที 250 บาทต่อครั้งและไม่จำกัดจำนวนครั้งอีกนะคิดดู แถมยังใช้ได้กับทุกบริการเดินทางจาก Grab ด้วยอ่าคิดดู จริง ๆ แล้วการท่องเที่ยวตามแหล่งชุมชนก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนชอบเที่ยวแต่มีเวลาน้อยแบบพวกเราเหมือนกัน
